HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 1 เมษายน 2567

Business Today Thai Politics 1 เมษายน 2567



“เศรษฐา” บุกกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ จี้สร้างผลงานใน 30 วัน

- Advertisement -

วันนี้ (1 เม.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เดินทางมาตรวจเยี่ยมพร้อมประชุมมอบนโยบายการทำงาน โดยมีพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาการผบ.ตร. และผู้บริหารหน่วยงานเข้าร่วม


โดยนายกฯ กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า ตนคิดว่ามันถึงเวลาที่ตนต้องมาที่นี่ ตนเชื่อว่าเป็นที่ประจักษ์ดีอยู่แล้ว ว่า สอท.เป็นที่ถูกสังคมเพ่งเล็งอยู่ ต้องยอมรับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง2สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้ง2ท่าน เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเดินไปได้อย่างถูกต้อง ไม่มีการก้าวก่าย ก้าวล่วง และต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

นายกฯ กล่าวว่า ตนเชื่อว่ารักษาการผบ.ตร. ก็ทราบถึงปัญหาดี ว่า เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ถึงเวลาแล้วที่ต้องจัดการให้หมดสิ้นไป ทั้งนี้ ตามที่มีกระแสข่าวว่าพล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการสอท. เป็นเด็กของคนนั้นคนนี้ ตนเองก็คิดว่าไม่ยุติธรรมกับพล.ต.ท.วรวัฒน์ แต่ก็ไม่มีอะไรตอบสังคมได้ดีไปกว่าการปฏิบัติตัว รวมไปถึงผู้บัญชาการหน่วยงานต่างๆ และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องพิสูจน์ตัวเอง ว่าจริงๆแล้วใครเป็นเจ้านายโดยแท้จริง ซึ่งไม่ใช่นายกฯ แต่เป็นประชาชน

นายกฯ กล่าวว่า ตนมาวันนี้เพื่อต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในระยะเวลาอันใกล้ เกิดผลงานชัดเจนโดยเร็ว ไม่ใช่การจับกุมเพียงอาชญากรรายเล็ก แต่ต้องเป็นรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหวยออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันเถื่อน เฟคนิวส์ ที่ไม่ใช่ปัญหาของประชาชนที่ถูกหลอกลวง แต่เป็นปัญหาความมั่นคงของประเทศด้วย

ผลงานของตำรวจไซเบอร์ต้องเป็นที่ประจักษ์ภายใน 30 วัน มิฉะนั้นมีปัญหาแน่นอนผมต้องการผลงานโดยเร็ว ต้องการดำเนินการกับรายใหญ่ ไม่ใช่เพียงแค่รายเล็กเพราะผมเชื่อว่าทุกคนในที่นี้รู้ว่า หน่วยงานของท่านใครที่ทำผิดกฎหมายบ้าง

วันนี้เราต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่เช่นนั้นสังคมเดินต่อไปไม่ได้ ตนมาวันนี้ไม่ได้มาว่า แต่มาให้กำลังใจทุกคน มาบอกว่าไม่มีใครใหญ่กว่าประชาชน อย่าไปกลัวนักการเมืองคนไหนจะมาครอบงำ

“รัดเกล้า” เผยความพร้อมในการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1 พ.ค. 2567 นี้ เพื่อให้เหมาะสม สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาล และดึงดูดบุคลากรคุณภาพเข้าสู่ระบบราชการ



รัฐบาลย้ำเงินเดือน ข้าราชการจบปริญญาตรีต้องไม่ต่ำกว่า 18,000 บาท

รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ (วันที่ 1 เมษายน 2567) เป็นวันข้าราชการพลเรือน ถือโอกาสเปิดเผยความคืบหน้าและความพร้อมในการเตรียมตัวปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 นี้


ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) มีความพร้อม โดยได้ดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ รวมทั้งได้มีการหารือและประสานงานกับสำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลางไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ขอให้ข้าราชการมั่นใจได้ว่าการปรับขึ้นเงินเดือนครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแน่นอน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 มีมติอนุมัติปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุสำหรับกลุ่มข้าราชการพลเรือนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมีเป้าหมายให้ผู้ที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ใช้คุณวุฒิระดับปริญญาตรีจะมีเงินเดือนไม่น้อยกว่า 18,000 บาท และผู้ที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ใช้คุณวุฒิระดับ ปวช. จะมีเงินเดือนไม่น้อยกว่า 11,000 บาท ภายในระยะเวลา 2 ปี

ทั้งนี้ เป้าหมายเป็นการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุทุกคุณวุฒิ โดยทยอยปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุตามคุณวุฒิเพิ่มขึ้น (ทุกคุณวุฒิ) และแตกต่างกันตามระดับคุณวุฒิการศึกษา ภายใน 2 ปี (ปีที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 67 และปีที่ 2 วันที่ 1 พ.ค. 68) รวมทั้งมีการปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 2 ครั้ง ให้มีผลใช้บังคับพร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุในปีที่ 1 และปีที่ 2

โดยปรับเงินเดือนชดเชยในแต่ละปีให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับราชการก่อนวันที่อัตราแรกบรรจุที่กำหนดใหม่มีผลใช้บังคับประมาณ 10 ปี “การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุข้าราชการนั้นเป็นไปตามความเหมาะสม คำนึงถึงสถานการณ์โลกและความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไป

ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต และจะส่งผลให้ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิต รวมทั้งเพื่อรักษาและดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพและศักยภาพเข้าสู่ระบบราชการ ซึ่งจะเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบราชการไทยต่อไป ในวันนี้ที่เป็นวันข้าราชการพลเรือน ปี พ.ศ. 2567 จึงขอชวนเคาท์ดาวน์ นับถอยหลัง 1 เดือนสู่ข่าวดีของข้าราชการทุกคน”



“สมศักดิ์” แจงสภาฯกฎหมายเพิ่มอำนาจ ปปท.ช่วยปราบทุจริต

วันที่ 1 เมษายน 2567 สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจง การเสนอร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ…. ในที่ประชุมวุฒิสภา ที่มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง เป็นประธานการประชุม ที่อาคารัฐสภา


สมศักดิ์ กล่าวว่า ในนามผู้แทนคณะรัฐมนตรี ขอชี้แจงร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อให้ที่ประชุมรับไว้พิจารณา ดังนี้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 มีจำนวน 22 ร่างมาตรา โดยผ่านการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผ่านการพิจารณาตรวจร่าง จากคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นที่เรียบร้อย จนกระทั่งคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 และเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตามลำดับ

ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 ได้มีการแก้ไขจากร่างฉบับเดิม ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี จำนวน 5 มาตรา ได้แก่ มาตรา 6 มาตรา 9 มาตรา 11 มาตรา 12 และมาตรา 20 ซึ่งเป็นการแก้ไขรายละเอียดเพียงเล็กน้อย ไม่ได้กระทบในสาระสำคัญของกฎหมายแต่อย่างใด รายละเอียดปรากฏตามร่างพระราชบัญญัติ ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ มีการปรับปรุงแก้ไขหน้าที่ และอำนาจการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการ ป.ป.ท. และสำนักงาน ป.ป.ท. ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

มีการแก้ไขนิยามคำว่า “ประพฤติมิชอบ” พร้อมมีการกำหนดระยะเวลาดําเนินการไต่สวนให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น และให้เริ่มดําเนินการไต่สวนภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง รวมถึงกำหนดหน้าที่และอำนาจในการออกหมายจับ และอํานาจในการจับกุมผู้กระทําผิด ที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิด และผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หลบหนี นอกจากนี้ ยังกำหนดให้สำนักงาน ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ผู้ไต่สวนคดี กรณีถูกฟ้อง หรือถูกดำเนินคดีจากการปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น

ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จึงเป็นการปรับปรุง กระบวนการทำงาน ให้ครอบคลุมการตรวจสอบ การกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐในทุกมิติ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ทำให้สามารถสกัดกั้นการทุจริต และประพฤติมิชอบในสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตนจึงขอให้ที่ประชุมวุฒิสภา ร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการพิจารณา ที่ประชุมวุฒิสภา ได้มีมติเห็นชอบ ด้วยคะแนน 197 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ที่ประชุมจึงเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ไว้พิจารณา และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จำนวน 26 คน เพื่อพิจารณา ในวาระที่ 2 ต่อไป



“ก้าวไกล” โวยรัฐบาลไม่ทำสัญญายกเลิกเกณฑ์ทหาร

ร.อ.ธนเดช เพ็งสุข สส.กทม. เขต 13 พรรคก้าวไกล และในฐานะรองประธาน กมธ.การทหาร แถลง Policy Watch เนื่องในวันแรกของการเกณฑ์ทหาร 1 เม.ย. 2567 ว่า หลายคนเคยคาดหวังว่าวันนี้หากก้าวไกลเป็นรัฐบาล การยกเลิกเกณฑ์ทหารจะต้องเกิดขึ้น แต่ก็น่าผิดหวังอย่างยิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันยังไม่ได้ผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทำให้ประชาชนหลายคนยังต้องเสี่ยงจับใบดำใบแดง


อย่างไรก็ตาม ก้าวแรกที่เราทำคือโครงการ “พลทหารปลอดภัย” ของ กมธ.ทหาร ริเริ่มโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธาน กมธ. โครงการนี้เกิดขึ้นจากเงื่อนไขปัจจุบันที่รัฐบาลยังไม่ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร และยังมีปัญหาตั้งแต่อดีต คือประชาชนไม่รู้สึกไว้วางใจกองทัพ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการคุ้มครองกำลังพล ให้มีศักดิ์ศรีและความปลอดภัย เป็นพื้นที่ให้ครอบครัวได้อุ่นใจว่าผู้แทนราษฎรจะอยู่เคียงข้าง ทั้งในยามทุกข์และยามสุข

ร.อ.ธนเดช กล่าวว่า สำหรับความมุ่งหวังของ โครงการพลทหารปลอดภัย คือ

(1) รับข้อร้องเรียนจากพลทหาร ญาติของพลทหาร หรือผู้พบเหตุ โดยสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนไปยัง LINE OA ของ กมธ.ทหาร ทาง กมธ. จะเข้าช่วยเหลือแก้ไขวิกฤตทันที และในกรณีที่พบว่าพลทหารถูกทำร้าย ถูกธำรงวินัยอย่างผิดระเบียบ หรือถูกซ้อมทรมาน หรือถูกกระทำการใดๆ ที่ไม่เป็นธรรม ทาง กมธ.ทหาร จะมุ่งระงับเหตุอย่างทันท่วงทีผ่านการประสานงานโดยตรงกับกระทรวงกลาโหม หรือตัวแทนเหล่าทัพที่ประจำ กมธ.

(2) หากการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นและเราไม่สามารถยับยั้งได้ทันท่วงที หรือเป็นเหตุให้เกิดการจำหน่าย หรือพลทหารต้องเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บร้ายแรง กมธ.ทหาร จะประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือสำนักการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีกับนายทหารผู้กระทำและผู้บังคับบัญชาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างตรงไปตรงมา

(3) กรณีพลทหารหนีทหาร กมธ.ทหาร จะนำพลทหารกลับสู่กรมกองด้วยความปลอดภัย เพื่อคืนสิทธิ์คืนศักดิ์ศรีในการใช้ชีวิต ขอให้กำลังพลที่หนีออกไปประสานงานกลับมาที่ กมธ. ได้

(4) จากเหตุการณ์ช่วงที่ผ่านมาที่มีพลทหารกระทำอัตวินิบาตกรรมระหว่างอยู่ในค่ายทหาร พบว่าสาเหตุทั้งหมดมาจากความเครียด วิตกกังวล กมธ.ทหาร จึงมีแนวนโยบายนำจิตแพทย์เข้าพบกำลังพล เพื่อให้กระทรวงกลาโหมได้ดูเป็นเยี่ยงอย่างในการนำไปปรับปรุงพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพล

พรรคก้าวไกลเคยยื่นร่างกฎหมายยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เป็นร่างการเงิน จนถึงวันนี้นายกฯ ยังไม่เซ็นรับรอง พรรคจึงยื่นร่างกฎหมายอีกฉบับ ไม่เป็นร่างการเงิน จะนำไปสู่การยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร ด้วยการแก้ไข พ.ร.บ.รับราชการทหาร 2497 ตัดสิทธิกองทัพในการบังคับคนไปเป็นทหารในห้วงเวลาที่ไม่ใช่สถานการณ์สงคราม เพื่อให้กองทัพประกอบด้วยคนที่สมัครใจเท่านั้น เหตุผลที่เลือกใช้วิธีนี้เพราะเป็นวิธีที่มีกรอบเวลาชัดเจน สามารถกำหนดเวลาให้กองทัพปรับตัวได้ และเป็นแรงกดดันให้กองทัพต้องยกระดับตัวเอง



“รัฐบาล” เชิญชวนประชาชนต่อใบขับขี่นอกเวลาราชการ

วันนี้ 1 เมษายน 2567 คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. 2567 รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จัดกิจกรรม “สัปดาห์ให้บริการประชาชน”


โดยขยายเวลาการให้บริการประชาชนที่ประสงค์จะเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี เป็น 5 ปี) และต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (5 ปี เป็น 5 ปี) ที่ยังไม่สิ้นอายุหรือขาดต่ออายุไม่เกิน 1 ปี และอบรม e –Learning หลักสูตร 1 ชั่วโมง มาแล้ว

สามารถใช้บริการต่อใบอนุญาตขับรถ ระหว่างวันที่ 1 – 5 เมษายน 2567 ตั้งแต่เวลา 16.30 – 18.00 น. ณ อาคาร 4 ชั้น 1 สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (จตุจักร)

ประชาชนผู้สนใจสามารถเข้ารับบริการได้ในวันเวลาดังกล่าว เตรียมเอกสารหลักฐาน ดังนี้ 1. บัตรประชาชน 2. ใบรับรองแพทย์ 3. ใบอนุญาตขับรถฉบับเดิม4. ผลการอบรม e – Learning 1 ชั่วโมง (กรณีต่ออายุ 5 ปี เป็น 5 ปี) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนใบอนุญาตขับรถ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 โทร. 0 2271 8426 หรือช่องทาง Facebook : สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 หรือ Facebook : ส่วนใบอนุญาตขับรถ สขพ.5

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News