HomeEditor's Pickจีเอสพี : บทเรียน... เมื่อยืมจมูกคนอื่นหายใจ

จีเอสพี : บทเรียน… เมื่อยืมจมูกคนอื่นหายใจ

กรณี”โดนัล ทรัมป์”ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศตัดสิทธิ์จีเอสพี.สินค้าไทยจำนวน 573รายการมูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้านบาทชนิดที่ไม่เหลือเยื่อใยนั้นกำลังโดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้น แม้แต่คนสหรัฐเองก็ยังวิพากษ์วิจารณ์ให้เห็นความเจ้าเล่ห์และสติปัญญาอันอ่อนโยนในผู้นำของเขา

คนแรก”พอล ครุกแมน”นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ออกมาทวีตข้อความว่า”เขาไม่เชื่อว่าการที่รัฐบาลสหรัฐฯยกเลิกสิทธิพิเศษด้านภาษีหรือ จีเอสพี.ที่มีต่อประเทศไทย จะเกี่ยวข้องกับสิทธิแรงงานตามที่รัฐบาลสหรัฐฯอ้าง”

ครุกแมนระบุอีกว่า “เหตุผลที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ แต่ผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐจะใส่ใจสิทธิของผู้ใช้แรงงานอย่างที่อ้างหรอก”จากนั้นมีผู้มาชี้แจงต่อครุกแมนว่า แท้ที่จริงแล้วเกิดจากการที่ไทยประกาศแบนสารพิษ 3 ชนิดในภาคเกษตรรวมถึงนโยบายไม่นำเข้าเนื้อหมูที่ใส่สารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐซึ่งผลักดันตั้งแต่สมัยโอบามาจนถึงรัฐบาลทรัมป์ให้ไทยซื้อเนื้อแดงและเครื่องในหมูจากสหรัฐ

ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่มีชื่อว่า The Coalition for GSP ซึ่งส่งเสริมการทำจีเอสพี เพื่อประโยชน์ของสหรัฐและประเทศคู่ค้า เปิดเผยรายงานว่า ระบบจีเอสพี. ช่วยทำให้บริษัทอเมริกันออมเงินได้เพิ่มขึ้น โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2019 ออมเงินได้ 285 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมาการยกเลิก จีเอสพี. จะทำให้บริษัทและคนงานชาวอเมริกันจำนวนมากที่พึ่งพาจีเอสพี. มาหลายปีจะต้องประสบปัญหาไม่มีแหล่งวัตถุดิบหลังจากไม่สามารถนำเข้าจากจีนได้ 

- Advertisement -

กลุ่มดังกล่าวยังย้ำอีกว่า แทนที่สหรัฐจะหันไปพึ่งตลาดประเทศ จีเอสพี.ที่ถูกกว่ากลับหันมาเล่นงานประเทศเหล่านี้ ทำให้ส่งผลกระทบต่อตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และ ยังเตือนอีกว่า บริษัทอเมริกันจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลับไปพึ่งพาแหล่งวัตถุดิบจากจีนอีก จากการสำรวจพบว่ามีบริษัทอเมริกันถึง 30% ที่คิดจะพึ่งจีน หากรัฐบาลตัดสิทธิกลุ่มประเทศจีเอสพี. 

เรียกว่าแม้แต่คนในประเทศเขายังไม่พอใจการกระทำของนายโดนัล ทรัมป์

อันที่จริงกรณีสหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพี.สินค้าเรานั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหม่หรือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเราได้สิทธิพิเศษด้านภาษี จีเอสพี.มาตั้งแต่ปี 2513เวลาสหรัฐขาดดุลการค้ากับไทยทีไรก็หาเรื่องหามาตรการกีดกันทางการค้าไทยทุกที บางครั้งเคยถึงขั้นห้ามสินค้าไทยเข้าประเทศก็มี แต่จะกีดกันยังผู้ส่งออกไทยเก่งหาทางเอาสินค้าเข้าไปขายจนได้ รัฐบาลออกมาตรการกีดกันทางการค้าแต่ผู้บริโภคในประเทศไม่เล่นด้วยเพราะเขาได้รับความเดือดร้อนในที่สุดรัฐบาลก็ผ่อนปรนกรณีจีเอสพี.ก็เหมือนกันเดี๋ยวถูกตัดเดี๋ยวก็คืนมาไม่รู้กี่รอบจนกลายเป็นเรื่องปกติ

การที่คนกลุ่มหนึ่งจะออกมาตีโพยตีพายออกมารณรงค์ช่วยกันแบนสินค้าสหรัฐคงต้องคิดด้วยความรอบคอบ ชอบธรรม อย่าลืมว่าสินค้าอเมริกาที่นำเข้ามาขายบ้านเราส่วนหนึ่งก็ใช้วัตถุดิบจากประเทศไทยเป็นส่วนประกอบ

ต้องยอมรับความจริงว่าทุกครั้งที่สหรัฐมีมาตรการอะไรขึ้นมาทีไทยเราก็มักแก้ผ้าเอาหน้ารอด คุ้นชินกับเศษเนื้อที่สหรัฐยื่นให้มานาน เรียกว่าสบายจนเคยตัว อาศัยที่ได้สิทธิพิเศษนี้ช่วยให้ต้นทุนต่ำจึงขายของราคาถูกกว่าแข่ง ขณะเดียวกันก็ไม่เคยคิดจะพึ่งพัวเอง หันมาพัฒนาหรือยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าไทยให้สูงขึ้นสามารถแข่งขันได้ พอเจอถูกมาตรการตอบโต้จึงปรับตัวไม่ทันอยากให้กรณีนี้ เป็นบทเรียนให้ผู้ประกอบการไทย ตื่นตัวหันมาใส่ใจเอาจริงเอาจังในการปรับปรุงยกระดับคุณภาพสินค้าเพื่อแข่งขันได้ด้วยตัวเองไม่ใช่ต้องมาคอยยืมจมูกคนอื่นหายใจอยู่เรื่อยๆ

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News