HomeOpinionsCloud Computing เทคโนโลยีเหนือฟ้า สิ่งที่พาโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล

Cloud Computing เทคโนโลยีเหนือฟ้า สิ่งที่พาโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล

คอลัมน์ Inspiring Investment Stories : บอกเล่าเรื่องลงทุน

อีกหนึ่ง Mega Trends ที่ไม่ควรพลาดโอกาสในการลงทุน : Cloud Computing เทคโนโลยีเหนือฟ้า สิ่งที่พาโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล
โดย ทีม Wealth Manager บลจ.ทิสโก้

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ Business Today ฉบับวันที่ 20-26 กรกฎาคม 2563

- Advertisement -

Tisco

ในอดีตที่ผ่านมาช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะชะลอตัว หุ้นกลุ่มที่มักจะสร้างผลตอบแทนได้ดีคือหุ้นในกลุ่ม Defensive เช่น กลุ่มอาหาร หรือกลุ่มสาธารณูปโภค ที่ผู้คนมีความจำเป็นต้องกินต้องใช้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลงก็ตาม แต่วิกฤติที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสในครั้งนี้ หุ้นกลุ่มที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นกลับเป็นหุ้นในกลุ่ม Mega Trends โดยเฉพาะกลุ่ม Healthcare ที่ได้รับประโยชน์จากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตคิดค้นยารักษาหรือวัคซีนต้านไวรัส รวมถึงการที่ผู้คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ส่วนอีกหนึ่งกลุ่มก็คือกลุ่ม Technology ที่ได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นจากการใช้ชีวิตในแบบ New Normal

หากเจาะลึกลงไปมากกว่านั้นในกลุ่ม Technology เราจะพบว่ามีกลุ่มบริษัทที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นเป็นพิเศษเหนือกว่าหุ้นบริษัท Technology ด้วยกัน คือกลุ่มบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Cloud Computing วันนี้เราจะมาดูกันว่าเทคโนโลยี Cloud Computing คืออะไร และสาเหตุใดที่ผลักดันราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Cloud Computing ให้กลายเป็นอีกหนึ่งผู้ชนะในวิกฤติครั้งนี้

โดยในโลกทุกวันนี้เราคงจะไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าทุกคนบนโลกใช้เทคโนโลยีกันแทบจะทุกวินาทีในการดำเนินชีวิต ตั้งแต่การส่งข้อความเพื่อพูดคุยสื่อสารกัน การใช้งานแอปพลิเคชัน Social Media ต่างๆ การใช้เทคโนโลยีในการทำงาน ส่งงาน ประชุมงาน ไปจนถึงการดูหนังฟังเพลงเพื่อความบันเทิง ซึ่งการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มาพร้อมกับข้อมูลจำนวนมากมายมหาศาล ลองนึกภาพดูว่าเพียงแค่รูปภาพของเราเองคนเดียวที่โพสต์ลงใน Facebook, Instragram หรือส่งต่อให้คนอื่นใน Line มีมากมายขนาดไหน วิดีโอที่เราดูจาก Youtube ในแต่ละวันมีข้อมูลจำนวนมากมายแค่ไหน งานที่เราทำเพื่อส่งให้ลูกค้าหรือบันทึกเก็บไว้มีปริมาณมากเพียงใด และแน่นอนว่าไม่ใช่มีเพียงแค่เราคนเดียวเท่านั้น แต่ยังมีผู้คนอีกหลายพันล้านคนทั่วโลกที่ใช้งานข้อมูลเหล่านั้นไปพร้อมๆ กันกับเรา ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลและส่งต่อข้อมูลจำนวนมากมายมหาศาลเหล่านั้นให้คนทั่วโลกได้ใช้งานไปพร้อมๆ กันคงเป็นไปไม่ได้เลย หากไม่มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Cloud Computing”

เทคโนโลยี Cloud Computing หากจะอธิบายง่ายๆ ก็คือระบบคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่มากๆ ซึ่งรองรับการใช้งาน ทั้งการประมวลผล ตลอดจนการจัดเก็บข้อมูลได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ขอเพียงอยู่ใต้ท้องฟ้าผืนเดียวกันบนโลกและเชื่อมต่อกันผ่านระบบอินเทอร์เน็ตก็สามารถดึงข้อมูลที่อยู่บนระบบ Cloud Computing ไปใช้งานได้

ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจในอุตสาหกรรมประเภทไหนก็ตาม ต่างก็ต้องใช้งาน Cloud Computing เพื่อช่วยในการบริหารจัดการข้อมูลแทบทั้งสิ้น ยกตัวอย่างบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลในการใช้งาน Cloud Computing คือ Netflix แอปพลิเคชันดูหนังที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี โดยผู้ใช้จำนวนกว่า 180 ล้านคนทั่วโลกสามารถเลือกชมภาพยนตร์นับหมื่นเรื่องไปพร้อมๆ กันด้วยความคมชัดระดับสูงก็เพราะระบบ Cloud Computing หรือจะเป็นแอปพลิเคชัน Zoom ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนี้ ซึ่งผู้ใช้งานกว่า 300 ล้านคนทั่วโลกสามารถประชุมออนไลน์และส่งต่อข้อมูลให้กันได้ก็ด้วยเทคโนโลยี Cloud Computing เช่นเดียวกัน

ส่งผลมาที่รายได้ของผู้ให้บริการ Cloud Computing ที่สามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่น เช่น ผู้ให้บริการ Cloud Computing ยักษ์ใหญ่อย่าง AWS (Amazon Web Services) ที่มีรายได้สูงถึง 10,220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 33% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 และปัจจุบันรายได้จาก AWS คิดเป็นสัดส่วนถึง 13.5% จากรายได้ทั้งหมดของบริษัท Amazon หรือบริการ Cloud Computing ของบริษัท Microsoft ก็สามารถสร้างรายได้ให้บริษัทได้สูงถึง 10,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาสแรกของปี 2563

นอกจากนี้ ความจำเป็นในการใช้เทคโนโลยี Cloud Computing ที่มีมากอยู่แล้วในปัจจุบัน ยังจะถูกเร่งให้ความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวในอนาคต เนื่องจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เป็นเหมือนตัวเร่งให้ผู้คนเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต ด้วยการพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นไปกว่าเดิม ทั้งการเรียนหรือทำงานจากที่บ้านในรูปแบบออนไลน์ รวมถึงความบันเทิงทั้งการดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมมากยิ่งขึ้น

การใช้และการมาของเทคโนโลยี 5G ที่จะทำให้การส่งต่อข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตรวดเร็วกว่าเดิมถึงกว่า 20 เท่า ทำให้ข้อมูลที่ใช้จัดเก็บและส่งต่อกันผ่านระบบ Cloud Computing ย่อมจะมีมากขึ้นตามไปด้วย และนั่นก็ส่งผลมาที่รายได้ของบริษัทที่ได้รับประโยชน์จาก Cloud Computing ที่นอกจากจะสามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมาแล้ว ก็ยังจะมีโอกาสเติบโตเพิ่มมากขึ้นได้อีกในอนาคต

หากเปรียบเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีบนโลกเป็นเหมือนกับรถยนต์ Cloud Computing ก็คงเปรียบเสมือนกับน้ำมันเชื้อเพลิงหรือพลังงานไฟฟ้าที่ช่วยให้รถยนต์สามารถมีพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ และถือเป็นโอกาสที่พลาดไม่ได้อย่างยิ่ง ที่ปัจจุบันคนไทยสามารถลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จาก Cloud Computing เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนไปพร้อมๆ กับการเติบโตของบริษัทเหล่านี้

 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News