HomeEditor's Pickยุทธการฝ่าวิกฤตมฤตยูไวรัสอู่ฮั่น..แบบจีนจีน

ยุทธการฝ่าวิกฤตมฤตยูไวรัสอู่ฮั่น..แบบจีนจีน

เทศกาลตรุษจีนปีหนู พุทธศักราช 2563 กลายพันธุ์จากเทศกาลแห่งความสุข เป็นเทศกาลแห่งความวิปโยคโศกสลดหดหู่โดยสมบูรณ์ สำหรับพี่น้องพลเมืองชาวจีนบนผืนแผ่นดินจีน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าอุบัติใหม่ ที่ปะทุขึ้นในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย แล้วกระจายตัวครอบคลุมไปทั่วทุกมณฑลของประเทศจีน ยกเว้นเพียงเขตปกครองตนเองทิเบต

รัฐบาลจีนเฉื่อยปนเฉียบ

“ไฟแนนเชียลไทม์”สื่อยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษ รายงานว่ามฤตยูไวรัสโคโรน่าอุบัติใหม่ ซึ่งเป็นเสมือนมัจจุราชเงียบที่กำลังเขย่าขวัญชาวโลกอยู่ตอนนี้ และได้รับการเรียกขานเป็นที่เข้าใจทั่วไปในชื่อ”ไวรัสอู่ฮั่น” เป็นที่รับรู้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2562 หรือ 2 วันก่อนสิ้นปี 2562 เมื่อ 4 คนงานในตลาดค้าส่งอาหารทะเล”หัวหนาน” เมืองอู่ฮั่น ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการปอดบวม และแพทย์รับตัวไว้ตรวจรักษา

วันที่ 3 มกราคม 2563…6 วันหลังการตรวจรักษา คณะแพทย์ผู้ทำการรักษายืนยันว่า”คนไข้ทั้ง4 ”ได้รับเชื้อไวรัสตระกูลโคโรน่า ซึ่งเป็นไวรัสตระกูลเดียวกับที่เคยเป็นสาเหตุการระบาดของโรคซาร์สเมื่อปี 2545แต่เป็นสายพันธุ์ใหม่เอี่ยม ที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน

- Advertisement -

คณะแพทย์ผู้ทำการรักษา 4 คนงานตลาดค้าส่งอาหารทะเลหัวหนาน ไม่เพียงยืนยันการอุบัติใหม่ของเชื้อไวรัสโคโรน่าเท่านั้น แต่ยังได้เผยแพร่รหัสทางพันธุกรรมของไวรัสพันธุ์ใหม่ที่ตรวจพบนี้ไปให้ได้รับรู้กันในวงการแพทย์ทั่วโลก เพื่อประสานความความร่วมมือกันในการแสวงหาหนทาง”กำจัดเชื้อ”และ”จำกัดการแพร่ระบาด”

ปฏิกิริยาคณะผู้ปกครองเมืองอู่ฮั่น รวมทั้งสื่อท้องถิ่นในเมืองอู่ฮั่น ดูจะไม่ให้ความสนใจใยดีกับการก่อกำเนิดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ กระทั่งเชื้อร้ายตัวนี้ขยายขอบเขตการแพร่ระบาดออกไปอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาอันสั้น และกว่าที่รัฐบาลท้องถิ่นมณฑลเหอเป่ยจะตื่นตัว และกว่าที่รัฐบาลกลางที่กรุงปักกิ่งจะตื่นรู้ ได้สูญเสียเวลาสูญเสียโอกาสไปแล้วไม่น้อยกว่า 20 วัน และเจ้ามฤตยูไวรัสมหาภัยตัวนี้ก็แพร่ระบาดกระจายทั่วไปในหลายเมือง..หลายมณฑลของประเทศจีน และหลายประเทศเรียบร้อยแล้ว

ฉับพลันที่รัฐบาลกลางตื่นรู้ แม้จะเนิ่นช้าไม่ทันการณ์ แต่ก็ใช้ความพยายามอย่างสุดฤทธิ์สุดเดชเพื่อหยุดการแพร่ระบาด ด้วยการสั่งใช้”ยาแรง” โดยประเดิมจากคำสั่ง”ปิดเมืองอู่ฮั่น”และอีกหลายเมือง ในมณฑลเหอเป่ย เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 ห้ามคนในออก ห้ามคนนอกเข้าอย่างเด็ดขาด จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลายลง

ถัดมาวันที่ 24 มกราคม 2563 อันเป็นวันสุกดิบก่อนวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีวัฒนธรรมชาวจีน ซึ่งชาวจีนจะประกอบพิธีเซ่นไหว้บูชาบรรพชน ในช่วงเช้า และนัดชุมนุมรวมญาติรับประทานอาหารเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนกันพร้อมหน้าพร้อมตาในช่วงค่ำ ก่อนที่จะกล่าวทักทายกันด้วยวาทะมหามงคล”ซินเจี่ยยู่อี่ ซินนี่ฮวดไช้” ตามสำเนียงแต้จิ๋ว หรือ “ซินเจิ้นหยูอี้ ซินแหนียนฟาฉาย” ตามสำเนียงจีนกลาง หรือแมนดาริน ในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 25 มกราคม 2563 ซึ่งเป็น”วันขึ้นปีใหม่”

รัฐบาลกลางได้เลือกจังหวะเวลาวันสุกดิบ ก่อนวันขึ้นปีใหม่ ชิงออกคำสั่งเด็ดขาดอีก 1 ชุดห้ามจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน พร้อมกับสั่งปิดโรงภาพยนตร์หมดทั้งประเทศ ซึ่งมีอยู่กว่า 70,000 โรง และสั่งให้สร้างโรงพยาบาลพิเศษในเมืองอู่ฮั่น ขนาด 1,000 เตียง บนพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร เพื่อดูแลรักษาผู้ได้รับเชื้อไวรัสอู่ฮั่น

ล่วงมาถึงวันที่ 25 มกราคม 2563 ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ และโดยปกติจะเป็น”วันหยุด”เพื่อเฉลิมฉลอง แต่ด้วยความที่สถานการณ์วันขึ้นปีใหม่ปีนี้ไม่ปกติ ดังนั้นประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง จึงเรียกประชุมฉุกเฉินคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ เพื่อระดมสมองแสวงหาแนวทางหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นแบบเฉียบพลัน

วันที่ 26 มกราคม 2563 ภายหลังการประชุมฉุกเฉินคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ รัฐบาลกลางออกคำสั่ง”ปิดประเทศจีน” ห้ามคนจีนเดินทางออกนอกประเทศ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

คู่ขนานกับคำสั่ง “ชัตดาวน์”ประเทศ ก็มีคำสั่งด่วนในวันเดียวกัน ให้สร้างโรงพยาบาลพิเศษในเมืองอู่ฮั่น เพิ่มเติมอีก 1 แห่ง เป็นโรงพยาบาลขนาด 1,500 เตียง บนพื้นที่ 30,000 ตารางเมตร มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน เพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับจำนวนผู้ป่วยไวรัสอู่ฮั่น ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

ระหว่างวันที่ 3 มกราคม ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการยืนยันการป่วยด้วยไวรัสอู่ฮั่น จนถึงวันที่ 27 มกราคม รวม 25 วัน สถิติการตายไต่ระดับจาก “0” เป็น 80 ขณะที่สถิติจำนวนผู้ป่วยขยับจาก 44 คน เป็น 2,881 คน

มฤตยูไวรัสอู่ฮั่นเขย่าโลก

ดิอิโคโนมิสต์อินเทลลิเจนซ์ยูนิท (The Economist Intelligence Unit-EIU) ประเมินผลกระทบทางลบอันเกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่น ต่อระบบเศรษฐกิจจีน ว่ามีแนวโน้มที่จะซ้ำเติมอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ให้ต้องย่ำแย่หนักยิ่งขึ้นไปอีก โดยคาดหมายว่าอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีนปี 2563 ซึ่งเคยคาดการณ์ไว้ที่ 5.8 % จะถูกอานุภาพไวรัสอู่ฮั่นหลอมละลายหายไประหว่าง 0.5-1% หรือคิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.2 ล้านล้านบาท…มากกว่ากรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ของประเทศไทยถึง 1 ล้านล้านบาท

ประมาณการผลกระทบจากไวรัสอู่ฮั่น ต่อเศรษฐกิจจีนดังกล่าว จะไปมีผลฉุดอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในรอบปี 2563 ให้ทรุดตัวลงประมาณ 0.17 % ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2563 เมื่อหักผลกระทบจากไวรัสอู่ฮั่นออกแล้ว มีแนวโน้มที่จะโตไม่เกิน 3.5 % จากที่เคยประมาณการไว้ 3.6 %

ภาคธุรกิจที่จะได้รับเคราะห์กรรมจากไวรัสอู่ฮั่น น่าจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจบริการเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบริการทางการบิน บริการคมนาคมขนส่ง และบริการโรงแรมที่พัก

ในทางตรงกันข้ามภาคธุรกิจที่จะได้รับประโยชน์จากไวรัสอู่ฮั่น ได้แก่กลุ่มธุรกิจยาและเวชภัณฑ์

ช่วงรอยต่อปีหมู…สู่ปีหนู เป็นห้วงเวลาที่สถานการณ์เลวร้าย รุนแรงประดังประเดปะทุชุกชุมเหลือนเกิน !!!

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News