Home Editor's Pick เฟดอัดฉีดกว่าแสนล้านดอลลาร์สยบตลาดเงินป่วน

เฟดอัดฉีดกว่าแสนล้านดอลลาร์สยบตลาดเงินป่วน

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อัดฉีดเม็ดเงินสภาพคล่องที่ถูกมองว่า เป็นเม็ดเงิน QE เข้าสู่ตลาดการเงินล่าสุดเป็นจำนวนถึง 101,100 ล้านดอลลาร์ หลังเกิดความตึงตัวในตลาดเงินอย่างฉับพลัน ส่งผลอัตราดอกเบี้ยช่วงข้ามคืนในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (Repo) พุ่งทะยานแตะระดับ 10% ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา

ท่ามกลางสัญญาณทางเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง รวมถึงการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญความท้าทายทางการเมืองครั้งใหญ่ เมื่อสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐซึ่งมีพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภา เริ่มการไต่สวนเพื่อนำไปสู่กระบวนการถอดถอน (Impeachment)

โดยที่เฟดสาขานิวยอร์ก ได้ทำหน้าที่ในการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดการเงินในวันพฤหัสฯ เพื่อเสริมสภาพคล่องในตลาดการเงินสหรัฐ หลังจากที่เกิดความปั่นป่วนจากความตึงตัวอย่างฉับพลัน เมื่อดอกเบี้ยเงินกู้ช่วงข้ามคืนในตลาด Repo ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว

[restrict]ทั้งนี้ เฟดสาขานิวยอร์กได้อัดฉีดเงินจำนวน 101,100 ล้านดอลลาร์ล่าสุดเมื่อวานนี้ ผ่านทางมาตรการซื้อคืนพันธบัตร (Repo) ซึ่งยังคงเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องอย่างต่อเนื่องจำนวน 75,000 ล้านดอลลาร์ในวันที่่ 18 กันยายน

- Advertisement -

หลังจากที่ได้อัดฉีดเงิน 53,000 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 17 กันยายน เพื่อสกัดดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืนในตลาด Repo ที่พุ่งขึ้นที่ 10% ทั้งที่อัตราดอกเบี้ยใน Repo ช่วงข้ามคืนร่วงลงสู่ระดับ 2% ซึ่งเป็นระดับ ที่ใกล้เคียงกับระดับที่เคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ระหว่าง 2.0-2.5%

ขณะที่สัญญาณทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่อ่อนตัวลง จากการทบทวนภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ เป็นครั้ง 3 อยู่ที่ระดับ 2.0% จากที่เคยเปิดเผยก่อนหน้านี้ที่ระดับ 2.3% และเปรียบเทียบกับช่วงไตรมาสแรกที่ขยายตัวที่ 3.1%

นอกจากนี้ เมื่อวันอังคารที่ 24 กันยายน โดยแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ้ประกาศเริ่มการไต่สวนเพื่อนำไปสู่กระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ออกจากตำแหน่ง โดยสภาได้เปิดเผยคำร้องผู้เปิดโปง (Whistle-Blower) ที่ระบุถึงผู้นำสหรัฐ ว่ามีการใช้ต่างชาติเป็นเครื่องมือใส่ร้ายโจ ไบเดน ซึ่งเป็นคู่แข่งขันหลักจากพรรคเดโมแครต

ทั้งนี้ ผู้เปิดโปงได้ระบุในคำร้องเรียนที่เผยแพร่โดยคณะกรรมาธิการสภาคองเกสเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ยังใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นชนวนให้ต่างประเทศเข้าแทรกแซงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020

ผู้เปิดโปงได้ชี้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กดดันผู้นำยูเครนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองส่วนตัว จากการพูดคุยทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม กับโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครน ได้กลายเป็นความกังวลที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ผู้เปิดโปงรายนี้ได้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวแสดงความกังวลเกี่ยวกับประเด็นที่ประธานาธิบดีทรัมป์พูดคุยทางโทรศัพท์กับผู้นำยูเครน และประธานาธิบดีใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

เจ้าหน้าที่ทำเนียบยังได้สั่งการให้บรรดานักกฎหมายของทำเนียบขาวลบสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งที่สำเนาเหล่านี้โดยทั่วไปมักจะเก็บไว้เพื่อการประสานงาน หรือสรุปรายงานในการแจกจ่ายต่อคณะรัฐมนตรี

ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์ได้ปฏิเสธเมื่อวันพุธที่ 25 กันยายน ไม่ได้ลุแก่อำนาจ หรือกดดันให้ประธานาธิบดีของยูเครนทำการเปิดสอบสวนโจ ไบเดน ที่กำลังรณรงค์หาเสียง และเป็นตัวเก็งที่จะได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต สู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ผู้เปิดโปงไม่ได้บ่งชี้ว่า บทสนทนาที่ผู้นำสหรัฐพยายามให้ความช่วยเหลือยูเครนมาโยงกับการขอให้ผู้นำยูเครนตรวจสอบโจ ไบเดน ที่ชัดเจน แต่การสนทนาทั้งคู่ก็ได้พูดถึงเรื่องความช่วยเหลือที่เกี่ยวโยงกับเงินจำนวน 400 ล้านดอลลาร์ที่ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งระงับไปก่อนหน้านั้น และต่อมามีการอนุญาตให้อัดฉีดกับยูเครนในช่วงเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากการพูดคุยทางโทรศัพท์

ขณะที่โพลล์สำรวจของ NPR/PBS NewsHour/Marist Poll ชี้ว่า 49% สนับสนุนให้ดำเนินการตามกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ต่อเรื่องฉาวดังกล่่าว แต่ก็มีถึง 46% แสดงการคัดค้าน[/restrict]

Latest

ก.ล.ต. เตือนศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อหุ้นเพิ่มทุน W

ก.ล.ต. ขอให้ผู้ถือหุ้นบริษัท วาว แฟคเตอร์ จำกัด (มหาชน) (W) ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่เสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิม โดย W จะนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนไปรับโอนกิจการ ร้าน DOMINO’S PIZZA ในประเทศไทย มูลค่ารวม 426 ล้านบาท ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเห็นว่า มูลค่าไม่เหมาะสม และเงื่อนไขการชำระเงินและการคิดดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากคณะกรรมการ W มีมติให้บริษัท โดมิโน่...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

[wd_hustle id=”Newsletter-1″ type=”embedded”/]

ราคาทองคำเดินหน้าทุบสถิติสูงสุด จากความตึงเครียดสหรัฐ-จีน

ราคาทองคำทะยานขึ้นในช่วงเปิดตลาดเอเชีย ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (all-time high) ครั้งใหม่ เหนือระดับ 2,020 ดอลลาร์/ออนซ์ ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ทั้งค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ทำให้ราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น และการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ 2 ที่เริ่มเกิดขึ้นในหลายประเทศ อีกทั้งได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน จากการทบทวนข้อตกลงกการค้า ในช่วงเปิดตลาดเช้า ราคาทองคำในตลาดเอเชียขยับขึ้นจากเมื่อคืนในตลาดนิวยอร์ก โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น...

โกดังเลบานอนระเบิด ครั้งใหญ่ มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก-ความเสียหายกระจายวงกว้าง

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เหตุการณ์ โกดังเลบานอนระเบิด มีรายงานเบื้องต้นว่า รัฐมนตรีสาธารณสุขเลบานอน ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากและเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง หลังจากมีผู้ถ่ายคลิปกลุ่มควันสูงพุ่งเหนือจุดเกิดเหตุและเกิดการระเบิดระลอกที่ 2 ขึ้น สูงหลายร้อยเมตรในกรุงเบรุต เมืองหลวงของประเทศ สำนักข่าวรอยเตอร์ อ้างอิงรายงานของสำนักข่าวท้องถิ่นในเลบานอน และแหล่งข่าวด้านความปลอดภัย ระบุว่า การระเบิดครั้งนี้อยู่ในส่วนของท่าเรือและจุดเกิดเหตุเป็นโกดังเก็บสินค้า โดยเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุสาเหตุของการระเบิด What a massive explosion!!Our hearts and...

หุ้นปิดบวก 9.58 จุด ฟื้นตัวตามภูมิภาค จับตาโควิด-19 รอบ 2 กดดันตลาด

SET Index ปิดบวก 9.58 จุด ฟื้นตัวสอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาค อานิสงส์ต่างประเทศรายงานตัวเลขเศรษฐกิจดีกว่าคาดการณ์ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวระยะสั้นที่ 1,310-1,340 จุด นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นวันที่ 4 ส.ค. 2563 ปิดบวกที่ 1,330.81 จุด เพิ่มขึ้น...

Related News

มาตรการ QE ไม่มีที่สิ้นสุด…เงินกำลังจะไหลไปไหน?

ในยุคที่ธนาคารกลางทั่วโลกอัดฉีดเงินแบบไม่อั้น เพื่อพยุงเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เงินทะลักโลก แต่คำถามสำคัญคือ เงินเหล่านี้จะไปไหน? ดร.ฐิติมา ชูเชิด ฝ่ายนโยบายการเงิน มีคำตอบ จากบทความ "มาตรการ QE ไม่มีที่สิ้นสุด...เงินกำลังจะไหลไปไหน?" พร้อมกับคำเตือนถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น มีรายละเอียดดังนี้ ธนาคารกลางประเทศใหญ่ๆ หลายแห่งประกาศชัดว่าจะรับมือกับโควิด-19 ด้วยมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (quantitative easing: QE) ที่ไม่สิ้นสุด พร้อมส่งสัญญาณว่าจะดูแลให้อัตราดอกเบี้ยต่ำอีกนาน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าพร้อมช่วยอุ้มเศรษฐกิจและดูแลให้ตลาดการเงินทำงานได้ปกติ กระสุนของธนาคารกลางจะยังไม่หมดง่ายๆ วันนี้จึงอยากชวนท่านผู้อ่านลองคิดต่อว่า มาตรการ QE...

แผนเฟดอัดฉีดเม็ดเงิน 2.3 ล้านล้านเหรียญ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจยังไกลเกินเอื้อม

ธนาคารกลางสหรัฐฯ เผยแผนปล่อยเงินกู้มูลค่า 2.3 ล้านล้านเหรียญเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุดมียอดปล่อยกู้จริงมูลค่า1.43 แสนล้านเหรียญ หรือคิดเป็น 6.2% ของยอดรวมเท่านั้น ความหลากหลายของประเภทเงินกู้ส่งผลให้เกิดการเปรียบเทียบ โครงการปล่อยเงินกู้ของ Main Street Lending Program มีความสลับซับซ้อนโดยเฉพาะในตลาดหลัก และหากเศรษฐกิจฟื้นตัวดีแล้วอาจมีความต้องการเงินกู้น้อยลงตามลำดับ นักเศรษฐศาสตร์มองว่าเงื่อนไขการปล่อยเงินกู้อาจไม่น่าสนใจพอ ทำให้ยอดเงินกู้จริงไม่ฟู่ฟ่าอย่างที่คาดไว้ สถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำจากการระบาดของโคโรนาไวรัส ทำให้ธนาคารกลางของสหรัฐฯ ตั้งเป้าปล่อยเงินกู้ 2.3 ล้านล้านเหรียญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ...

เฟดยังเดินหน้าทุ่มเงินสู้กับไวรัส-โควิด ประคองเศรษฐกิจสหรัฐ

งบดุล Fed พุ่งทะลุ 5.3 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก เพิ่มขี้นจากเดิม 650,000 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่ได้เข้ามาแทรกแซงตลาดการเงินสูงถึง 1.2 ล้านล้ายดอลลาร์เพียงแค่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หรือคืดเป็นสัดส่วน 5.6% ของ GDP ท่ามกลางการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาในสหรัฐพุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกมากกว่า 85,000 ราย จากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั่วโลกที่มากถึง 531,708 ราย...

เมื่อขาใหญ่ของโลกอย่างเฟดพยุงตลาด..ครั้งนี้จะไหวไหม?

ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กลายเป็นผู้จัดการลงทุนขาใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากออกมาประกาศว่า จะเข้าบอนด์และตราสารการเงินประเภท MBS อย่างไม่จำกัดจำนวนเมื่อต้นสัปดาห์นี้  ต่อจากที่ประกาศในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยจะเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากนโยบายลดดอกเบี้ยฉุกเฉินลง 1.0% พร้อมกับกำหนดวงเงินซื้อสินทรัพย์ทางการเงิน 750,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาดังกล่าวเพียงแค่ 8 วัน นับตั้งแต่การประกาศอย่างเป็นทางการของ Fed ที่พร้อมสำหรับการดำเนินโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายปริมาณ หรือ QE (Quantitative Easing) ระลอกใหม่ ซึ่ง Fed ได้เข้าซื้อในวงเงินมากกว่า...

เม็ดเงินมหึมา! แบงก์กลางยักษ์ใหญ่อัดฉีดพยุงเศรษฐกิจ

มองย้อนนโยบายผ่อนคลายทางการเงินและการเข้าแทรกแซงของ 4 ธนาคารกลางทรงอิทธิพลโลก เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา อาจจะไม่ทรงพลังเพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นและตลาดเงินที่ยังคงรุนแรง เริ่มจากล่าสุด ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีมติเอกฉันท์ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.15% จากระดับ 0.25% สู่ระดับ 0.10% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หลังจากมีการประชุมฉุกเฉินเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ถือเป็นการเซอร์ไพรส์ตลาด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ BOE เพิ่งประกาศลดดอกเบี้ยฉุกเฉินลงถึง 0.50% จากเดิมที่ระดับ 0.75% สู่ระดับ...