Home Editor's Pick #ธุรกิจต้องรู้... นับถอยหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ กับ 'อนาคต' ของตลาดหุ้น

#ธุรกิจต้องรู้… นับถอยหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ กับ ‘อนาคต’ ของตลาดหุ้น

ต้องยอมรับว่าปี 2020 นี้ เป็นปีที่มีเรื่องให้ลุ้นกันตลอด ไม่ว่าจะเป็น การอุบัติขึ้นของ COVID-19 แล้วลากยาวมาจนส่งผลให้เกิดชีวิตวิถีใหม่หรือที่รู้จักกันในชื่อ “New Normal” ในขณะที่ช่วงที่เหลือของปีนี้ นักลงทุนก็ยังต้องมาลุ้นกับการ เลือกตั้ง ของสหรัฐฯ ที่จะชี้ชะตาว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะได้ไปต่อหรือพอเท่านี้ เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา ประชาคมโลกได้เห็นแล้วว่าเขาเป็นผู้นำสไตล์สุดขั้ว คาดเดายาก สร้างมิติใหม่ทางการเมืองที่สะเทือนระบบเศรษฐกิจหลายอย่าง ตั้งแต่ประเด็นสงครามการค้ากับจีน ไปจนถึงการตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับองค์การการค้าและองค์การอนามัยโลก การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นการกำหนดโฉมหน้าของผู้นำและคณะรัฐบาลที่จะมีอิทธิพลต่ออนาคตของเศรษฐกิจ ตลาดการเงิน และอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่อไปในอนาคต

ทุกการเลือกตั้ง ย่อมต้องมีการคาดการณ์ การหยั่งเสียง การสำรวจความนิยมของประชาชน อย่างไรก็ตาม แม้ผลโพล จากเกือบทุกสำนักจะแสดงให้เห็นว่า นายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และพรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา  แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า เมื่อครั้งการเลือกตั้งคู่แข่งระหว่างนางฮิลลารี คลินตัน เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผลจากโพลระบุว่าในครั้งนั้น นางฮิลลารีได้คะแนนเสียงนำนายทรัมป์และเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งจริง ผลกลับพลิกโผไปอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ครั้งนี้ชาวอเมริกันที่เห็นผลงานของประธานาธิบดีทรัมป์มา 4 ปีเต็ม   ผลโพลอาจจะไม่พลิกอย่างเมื่อปี 2016 ก็เป็นไปได้เช่นกัน และยังไม่รวมถึงความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นจากการที่นายทรัมป์อาจจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งทางไปรษณีย์อันเกิดจากการระบาดของ COVID-19 ที่ยังควบคุมไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาผลเลือกตั้งสามารถรับรู้ได้ในเช้าวันถัดไป แต่ครั้งนี้คงเป็นเช่นนั้น การรู้ผลล่าช้ากว่าวิธีการปกตินี้ คงทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองระดับหนึ่ง

หากสมมติว่าผลโพลไม่พลิกโผ พรรคเดโมแครตได้เสียงข้างมากจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา สหรัฐฯ จะมีประธานาธิบดีคนใหม่ที่ชื่อ นายโจ ไบเดน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจปรับลงในช่วงสั้นๆ จากความกังวลต่อการขึ้นภาษีตามนโยบายที่นายไบเดนได้แถลงไว้ก่อนหน้า แต่ที่สุดแล้วเราคาดว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวเมื่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังขนานใหญ่มีความชัดเจนขึ้น  อัตราดอกเบี้ยจะขยับขึ้นและเงินดอลล่าร์จะอ่อนค่าจากแผนการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมาก ที่น่าจับตามากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของการลดลงของความรุนแรงเรื่องความขัดแย้งกับจีน แม้การแข่งขันกันเพื่อเป็นมหาอำนาจทางการค้า เทคโนโลยี และตลาดการเงิน จะยังอยู่ แต่จะดำเนินนโยบายแบบสุภาพชนไม่ก้าวร้าวและวุ่นวายเหมือนช่วงก่อนหน้า ซึ่งโดยรวมน่าจะเป็นผลดีต่อค่าเงินและตลาดหุ้นนอกสหรัฐฯ

- Advertisement -

ดังนั้น การรับมือที่นักลงทุนควรเตรียมการไว้สำหรับการ เลือกตั้ง ครั้งนี้ คือ ตระหนักว่าการประกาศผลการเลือกตั้งอาจประกาศออกมาล่าช้า ส่งผลให้ตลาดอ่อนไหวมากขึ้นไปจนถึงวันที่มีการรับรองผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 ธันวาคม 2020 และยิ่งถ้าผลการเลือกตั้งมีการพลิกล็อคเหมือนคราวก่อน ความผันผวนในตลาดก็น่าจะยิ่งสูงขึ้น แต่ถ้ามองในแง่ดี ความผันผวนนี้ก็เป็นโอกาสดีที่จะวางแผนการลงทุนในตลาดหุ้น หากเชื่อว่าผลเลือกตั้งไม่พลิกล็อค นายโจ ไบเดนได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ การลงทุนนอกสหรัฐฯ อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้ามั่นใจว่านายทรัมป์ได้ไปต่อเป็นสมัยที่ 2 การลงทุนในสหรัฐฯ อาจจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะที่ผ่านมาผลงานที่ชัดเจนของนายทรัมป์ ก็คือการช่วงชิงผลประโยชน์ระยะสั้น แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร ภารกิจสำคัญชองรัฐบาลใหม่คือการเร่งมือกำหนดนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซาจากหลากหลายสถานการณ์เป็นอย่างแรก สถานการณ์ดอกเบี้ยต่ำและสภาพคล่องสูงจะคงอยู่จนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้เต็มรูปแบบ

ในขณะเดียวกัน การชะลอตัวของเศรษฐกิจในหลายปีที่ผ่านมา ซ้ำเติมด้วยวิกฤติ COVID-19 ทำให้เกิดการแบ่งแยกชัดเจนทางธุรกิจของผู้ชนะและผู้แพ้ ทำให้ต้องมองหาหุ้นที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ หรือมองหาหุ้นที่เป็นผู้ชนะให้เจอ เพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาดในการลงทุน โดยลักษณะของธุรกิจผู้ชนะในยุคนี้ ได้แก่ บริษัทที่มีโครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่ง มีสินค้าหรือบริการที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงกระแสหลักของโลกหรือเมกะเทรนด์ ที่จะสร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนในอีก 10-20 ปี ข้างหน้า ดังนั้นนักลงทุนควรพิจารณาประเด็นดังกล่าวการลงทุนทำกำไรในระยะยาวด้วยเช่นกัน

นที ดำรงกิจการhttp://businesstoday.co
Head of Financial Advisory Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News