HomeEditor's Pickคนสนับสนุนจีนแผ่นดินใหญ่ในฮ่องกง "น้อยกว่าคิด"

คนสนับสนุนจีนแผ่นดินใหญ่ในฮ่องกง “น้อยกว่าคิด”

ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ 24 กันยายน ผลสะท้อนว่า ฝ่ายหนุนประชาธิปไตยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย สร้างความหวังเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าไปเลือกผู้ว่าการเกาะฮ่องกงคนต่อไปมากขึ้น หลังจากยุคสมัยของแคร์รี่ ลัม

ล่าสุดนั้น ผลการนับคะแนนเบื้องต้นบ่งชี้ว่า พรรคการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงได้รับชัยชนะด้วยเสียงท่วมท้นในการเลือกตั้งสภาเขตเมื่อวันอาทิตย์ โดยพรรคที่สนับสนุนประชาธิปไตยคว้าที่นั่งในสภาเขตไปแล้วอย่างน้อย 283 ที่นั่ง ส่วนพรรคที่ไม่สนับสนุนประชาธิปไตยได้ที่นั่งเพียง 32 ที่นั่งเท่านั้น

ชาวฮ่องกง 4.9 ล้านคน คิดเป็น 71% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 7.4 ล้านคน ได้ออกมาใช้สิทธิท่วมท้นมากกว่ายอดผู้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งเมื่อปี 2015

- Advertisement -

ผู้สงเกตการณ์ทางการเมืองมองว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณต่อจีนแผ่นดินใหญ๋ ถึงคนส่วนใหญ่ของฮ่องกงต้องการประชาธิปไตย หลังมีการประท้วงต่อต้านอิทธิพลในการปกครองของรัฐบาลจีน ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 6 เดือน

ถึงแม้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่ส่งผลต่อผลทางการเมืองมากนัก เนื่องจากสภาท้องถิ่นมีอำนาจที่จำกัดเพียงหน้าที่เกี่ยวกับกิจการภายในฮ่องกง เช่น การจัดสรรที่จอดรถ หรือการจำกัดขยะ แต่ก็แสดงให้เห็นเชิงสัญลักษณ์ว่าฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตย และฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลจีนในฮ่องกง ไม่ได้มีจำนวนที่เท่ากันอย่างที่หลาบคนเคยเข้าใจ

นอกจากนี้ สมาชิกสภาเขต ซึ่งเป็นสภาท้องถิ่นจะถูกจัดสรรให้มีจำนวนมากขึ้นในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของจำนวน 2,000 คนที่จะได้เป็นตัวแทนเลือกผู้บริหารสูงสุดของเกาะฮ่องกงต่อจากแคร์รี่ ลัม

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งท้องถิ่นของฮ่องกงครั้งนี้ ยังเป็นการคาดหมายว่า จะเป็นตัวชี้วัดเกี่ยวกับชาวฮ่องกงทั่วไปสนับสนุนการประท้วงในฮ่องกงหรือไม่ หลังจากที่รัฐบาลจีนได้มีการประกาศตลอดมาว่า การประท้วงดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากพวกหัวรุนแรงไม่กี่คน

โดยที่ยุทธศาสตร์ของจีนยังคงยึดถือว่า เกาะฮ่องกงและมาเก๊ายังเป็นส่วนหนึ่งของจีน ภายใต้การปกครองแบบ 2 ระบบ กับ 1ประเทศ

ท่ามกลางการถูกจับตามองฮ่องกงเป็น 1 ใน 14 จุดโฟกัสของโลกที่มีการชุมนุมประท้วงของประชาชนในขั้นรุนแรงนับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากที่การชุมนุมประท้วงได้ขยายวงจากการคัดค้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีน และลุกลามกลายเป็นการชุมนุมทางการเมือง เพื่อเรียกร้องระบบการปกครองที่เป็นประชาธิบไตย

สำหรับประเทศที่มีประชาชนลุกขึ้นมาชุมนุมประท้วงจนถึงขั้นที่มีการปะทะรุนแรงด้วยเหตุผลทางการเมืองนั้น ประกอบด้วย Peru, Bolivia, Colombia, Algeria, Spain, Russia, Egypt, Indonesia และฮ่องกง รวมทั้งล่าสุดในกรณีของ Iran

ขณะที่ประเทศที่มีการชุมนุมประท้วงสาธารณะด้วยเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจ เช่น Chile, Netherlands, Lebanon, Iraq, France, Germany, Haiti, Venezuela และ Ecuador

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลการชุมนุมประท้วงทางการเมืองหรือทางด้านเศรษฐกิจ ในท้ายที่สุด การชุมนุมที่ยืดเยื้อก็นำมาสู่ความสู่การตกต่ำทางเศรษฐกิจ และกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารประเทศ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้หลายประเทศกำลังเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจถดถอยจนถึงอัตราการเติบโตที่ติดลบไม่เว้นกระทั่งเกาะฮ่องกงที่ต้องประสบกับอัตราการเติบโตเศรษฐกิจ หรือจีดีพีที่ติดลบถึง 3.2% ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้

โดยสถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจฮ่องกงเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยมีแนวโน้มว่าจะเติบโตเพียง 1.3% ในปีนี้ จากเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อและมีความรุนแรงมากขึ้น มานาน 6-7 เดือน

อีกทั้งยังเป็นสถารการณ์ที่ท้าทายรัฐบาลจีนจะจัดการทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจของฮ่องกง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อจีนได้หรือไม่ โดยเฉพาะความสามารถในการรักษาสมดุลสถานะการเป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาคเอเชียที่มีมูลค่าถึง 530,000 ล้านดอลลาร์ของฮ่องกงอย่างไร

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News