HomeCOVID-19ชัยชนะที่มาจากการไม่ยอมแพ้ต่อโควิด-19

ชัยชนะที่มาจากการไม่ยอมแพ้ต่อโควิด-19

คอลัมน์ China Inside Out

ชัยชนะที่มาจากการไม่ยอมแพ้ต่อโควิด-19

—————————————-

จีนมีขนาดใหญ่ (18 เท่าของไทย) มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก (20 เท่าของไทย) และถูกกดดันด้วยเงื่อนเวลา (ช่วงฉลองเทศกาลตรุษจีน) กอปรกับระดับความวิกฤติในแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกัน จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งยวดสำหรับรัฐบาลจีน

อย่างไรก็ดี ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด-19 ที่สุดเฉียบของจีนได้กลายเป็นต้นแบบให้หลายประเทศได้เรียนลัดและนำไปประยุกต์ใช้ในการต่อสู้วิกฤตินี้

เครดิตภาพ: xinhuanet

หากเราไล่เลียงการแก้ไขสถานการณ์วิกฤติในช่วงที่ผ่านมา ก็จะพบข้อคิดที่น่าสนใจหลายประการ ประการแรก หลังจากจีนพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสคนแรกที่เมืองอู่ฮั่นในช่วงต้นเดือนธันวาคม และแทนที่จะปล่อยให้มีข่าวลือที่อาจสร้างความตระหนกเพิ่มขึ้น รัฐบาลจีนเลือกที่จะสื่อสารข้อมูลเชิงรุกกับประชาชนอย่างโปร่งใส รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นระบบ ผ่านสื่อหลักของรัฐที่มีอยู่ในมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักข่าวซินหัว ช่วยลดความสับสนที่อาจจะเกิดขึ้นไปได้มาก

ประการที่สอง รัฐบาลจีนดำเนินการทบทวนข้อมูลสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่อย่างเป็นปัจจุบัน และปรับมาตรการในแต่ละด้านอย่างยืดหยุ่นและสอดคล้องอยู่ตลอด พื้นที่ไหนมีสถานการณ์ย่ำแย่ ก็ปิดเมืองเพื่อลดการแพร่ระบาด เมื่อสถานการณ์เมืองใดดีจนน่าไว้วางใจก็เปิดเมืองจีน

- Advertisement -

การบริหารจัดการผู้คนจำนวนกว่าพันล้านนับเป็นความท้าทายหนึ่ง ขณะเดียวกัน ห้วงเวลานั้นเป็นช่วงใกล้หยุดยาววันตรุษจีนที่จะมีการเคลื่อนย้ายของผู้คนมากที่สุดครั้งหนึ่งในโลก รัฐบาลจีนจึงต้องแข่งกับเวลาเป็นอย่างมาก

เครดิตภาพ: xinhuanet

โดยจีนเริ่มออกมาตรการเร่งด่วนที่มุ่งหวังมิให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายออกไปในวงกว้าง ทั้งภายในและต่างประเทศ อาทิ การปิดสถานศึกษา สถานที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า และร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไป รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ สวนสนุก และอื่นๆ ที่คล้ายคลึง

การลดหรือยกเลิกบริการขนส่งสาธารณะ การยกเลิกการจัดคณะนักท่องเที่ยวเดินทางไปต่างประเทศ รวมทั้งการปิดเมืองในบางพื้นที่ในเวลาต่อมา ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการออกมาตรการที่สะท้อนความรวดเร็วและความแม่นยำเฉียบขาดในการตัดสินใจ

ระดับความวิกฤติของโควิด-19 ที่แตกต่างกันนำไปสู่มาตรการที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ แต่มาตรการของส่วนกลางและท้องถิ่นก็สอดประสานกัน สิ่งนี้สะท้อนถึงการกระจายอำนาจจากส่วนกลาง บทบาทหน้าที่และความสามารถของผู้บริหารในระดับท้องถิ่น

เครดิตภาพ: xinhuanet

การระดมและจัดสรรทรัพยากรทั้งจากภาครัฐและเอกชนเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยม ในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ เราได้เห็นการทำงานร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลกลางและภาคเอกชนขนาดใหญ่เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปสู่ท้องถิ่นอยู่เนืองๆ บุคลากรทางการแพทย์ถูกโยกย้ายจากพื้นที่ที่มีการติดเชื้อน้อยไปสู่พื้นที่ที่มีการติดเชื้อมาก โรงพยาบาลสนามและเตียงพยาบาลถูกก่อสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วปานเนรมิต

ในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ ในเกือบทุกเมืองของจีนต่างเผชิญความท้าทายอย่างยิ่งในการอำนวยความสะดวกให้ธุรกิจกลับมาเปิดอีกครั้ง และผู้คนกลับมาใช้ชีวิตดังเดิม

อย่างไรก็ดี สถานการณ์วิกฤติในช่วงนั้นยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้หลายคนไม่กล้าเดินทาง บางคนติดในเมืองหรือประเทศที่ถูกสั่งล็อกดาวน์ แต่จีนก็รักษาทรงและกรอบความคิดของการเป็นผู้ชนะไว้อยู่ตลอด จึงยังคงเดินหน้าอย่างไม่ย่อท้อ และใช้ช่วงเวลานั้นในการเตรียมความพร้อมในแต่ละด้านภายใต้เงื่อนไขใหม่

เพื่อไม่ต้องประกาศขยายระยะเวลาการหยุดยาวตรุษจีนออกไป รัฐบาลจีนเลือกใช้วิธีการขอความร่วมมือกับภาคเอกชนในการขยายเวลาการหยุดพักผ่อนเป็นรายสัปดาห์

ขณะเดียวกัน รัฐบาลท้องถิ่นใช้เวลาช่วงนั้นเร่งประสานอย่างใกล้ชิดกับแต่ละกิจการในการเตรียมความพร้อมที่เป็นรูปธรรม อาทิ การกำหนดจุดคัดกรองและระบบการเฝ้าระวัง จีนให้ติดตั้งอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ประจำจุดที่ประตูเข้าออก การจัดแยกโต๊ะที่นั่งของพนักงาน การทำความสะอาดและฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ

ฝ่ายรัฐสัมพันธ์และฝ่ายบุคคลของแต่ละบริษัทต้องทำงานอย่างหนักในการประสานงานกับบุคลากรที่กระจายตัวอยู่ในหลายเมือง หรือแม้กระทั่งหลายประเทศ

ในอีกประการหนึ่ง รัฐบาลจีนมีระบบและกลไกการรับรู้ข้อมูลความรู้สึกของภาคเอกชนและภาคประชาชนที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ทันทีที่วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์วิกฤติแล้ว ท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิงถึงขนาดนำคณะผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลเดินทางไปเยี่ยมเยียนชาวเมืองอู่ฮั่นและบุคลากรทางการแพทย์ในหลายจุด

เครดิตภาพ: xinhuanet

และยังเรียกประชุมเพื่อหารือมาตรการด้านเศรษฐกิจในช่วงกลางเดือนมีนาคม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนและเรียกร้องความมั่นใจด้านเศรษฐกิจ

ครั้นเข้าถึงครึ่งหลังของเดือนมีนาคม จีนก็เริ่มประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ธุรกิจกลับมาเปิด และผู้คนกลับมาทำงานอย่างเป็นรูปธรรม

จีน กลับสู่ปกติ

อย่างไรก็ดี จีนก็ยังคงกำหนดให้พนักงานเข้ามาทำงานเพียง 50% ในแต่ละวันควบคู่ไปกับการทำงานที่บ้าน และมีข้อกำหนดด้านสุขอนามัยที่เคร่งครัด อาทิ พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมถูกกำหนดให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิทุก 3 ชั่วโมง และรักษาระยะห่างทางสังคม ทั้งขณะทำงาน (นั่งแบบโต๊ะเว้นโต๊ะ) และรับประทานอาหาร

จีนกำหนดให้งดเว้นการประชุมซึ่งหน้า และใช้การประชุมหารือออนไลน์มากขึ้น ห้ามการจัดกิจกรรมสังสรรค์ใดๆ โดยเด็ดขาด จุดต้อนรับและห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันจะต้องมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบประจำ ขณะที่จุดรับพัสดุภัณฑ์ต้องถูกแยกส่วนและทำความสะอาดอยู่ตลอด

รัฐบาลจีนยังวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดมาตรการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมอย่างทั่วถึงในหลากลายมิติ เพื่อให้กิจการกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

รัฐบาลจีนไม่ลืมมาตรการด้านเศรษฐกิจ โดยทยอยออกมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือ SMEs กิจการขนาดจิ๋ว และครัวเรือน รวมทั้งเกษตรกรเป็นระลอก เพื่อให้ผู้ประกอบการมีกำลังมากพอที่จะต่อสู้วิกฤติเศรษฐกิจ

รัฐบาลจีนเลือกที่จะไม่ใช้วิธีการแจกเงิน แต่ก็มีหลายมณฑลเลือกที่จะแจกคูปองเงินสดที่กำหนดระยะเวลาการใช้คูปอง นัยว่าวิธีการนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการแจกเงินสดที่ผู้รับอาจไม่นำเงินออกมาจับจ่ายใช้สอย

เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในจีนเริ่มทยอยกลับมา และระดับวิกฤติลดลง มาตรการดังกล่าวก็ถูกปรับให้ยืดหยุ่นโดยลำดับ มาตรการด้านสาธารณสุขผ่อนคลายลงและปรับเปลี่ยนจากการควบคุมการแพร่ระบาดภายในประเทศและการกีดกันการส่งออกเชื้อไวรัส ไปสู่การฟื้นฟูสภาพจิตใจของประชาชนโดยรวม และการกีดกันการนำเข้าเชื้อไวรัสจากต่างประเทศ

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชม รัฐบาลจีนแก้ไขปัญหาครั้งนี้อย่างสร้างสรรค์และนำเอานวัตกรรมด้านดิจิตัลจำนวนมากมาใช้อย่างแพร่หลาย ทำให้สามารถลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสและแรงกดดันไปได้มาก

เครดิตภาพ: AFP

การขาดหายไปของสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสาธารณะถูกทดแทนด้วยนวัตกรรมมากมายอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เมื่อไม่สามารถออกมานอกบ้านได้ ผู้คนก็เลือกที่จะใช้บริการจับจ่ายใช้สอยออนไลน์ และอีเพย์เม้นท์ ขณะที่การเรียนการสอนออนไลน์ถูกนำมาใช้แบบเต็มรูป

โรงงานชั้นนำจำนวนมากเปลี่ยนสายการผลิตสินค้าอื่น อาทิ ยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า มาผลิตเวชภัณฑ์ทางการแพทย์นานับประเภท

หุ่นยนต์ก็ถูกนำมาใช้ในการปรุงอาหารเพื่อบริการบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่มีเวลาทำอาหาร หุ่นยนต์หลายรุ่นถูกใช้เพื่อการตรวจวัดอุณหภูมิ และนำส่งยาและอาหารแก่คนไข้ในสถานพยาบาล ตู้จำหน่ายสินค้าสมัยใหม่ถูกนำมาช่วยกระจายหน้ากากอนามัย อาหารและยา รวมทั้งของใช้จำเป็นอื่น

เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดดีขึ้นมากในช่วงต้นเดือนเมษายน กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไป และสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ พิพิธภัณฑ์ สวนสนุก สวนสาธารณะ และโรงภาพยนต์ในหลายเมืองใหญ่ อาทิ ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ต่างทยอยเปิดให้บริการแก่สาธารณชนจนเกือบเต็ม 100% แล้ว

แต่รัฐบาลก็ไม่ละเลยที่จะตั้งจุดคัดกรองและเฝ้าระวังเป็นระยะ ควบคุมจำนวนผู้เข้าออก และรักษาระยะห่างทางสังคมในแหล่งชุมชน

ประการสำคัญ นอกเหนือจากการเตือนให้ล้างมือบ่อยๆ หรือใช้เจลล้างมือเป็นระยะ ผู้คนที่ออกไปใช้ชีวิตในพื้นที่หรือใช้บริการขนส่งสาธารณะก็ยังถูกกำหนดให้ใส่หน้ากากในแหล่งชุมชนต่างๆ เช่น รถไฟใต้ดิน สนามบิน ห้างสรรพสินค้า สถานที่ทำงาน และแหล่งชุมชนอื่น

มาถึงวันนี้ จีนในภาพรวมกลับมาสู่สภาวะปกติแล้ว ในด้านอุปทาน สภาพการณ์ในเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และหัวเมืองอื่น กลับมาเกือบเป็นปกติแล้ว

สำนักงาน ห้างร้าน บริการโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรวมกลับมาให้บริการมากกว่า 90% ของทั้งหมด การจับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้าและการใช้ชีวิตภายนอกอาจยังไม่หนาตาดังเดิม แต่ก็ดีขึ้นโดยลำดับ ขณะที่สถาบันการศึกษาในทุกระดับก็ทยอยกลับมาเปิดการเรียนการสอน อย่างนครเซี่ยงไฮ้ก็ประกาศให้สถาบันการศึกษากลับมาเปิดเป็นปกติในวันที่ 27 เมษายน

วันนี้ จีนสามารถประกาศชัยชนะเหนือโควิด-19 ได้อย่างเฉียบขาด (อย่างน้อยก็ในยกแรก) สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ …

 

 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News