HomeCOVID-19พ.ร.ก.(ไม่)ฉุกเฉิน...ในภาวะฉุกเฉิน

พ.ร.ก.(ไม่)ฉุกเฉิน…ในภาวะฉุกเฉิน

ตัวเลขคนติดเชื้อยังพุ่งขึ้นอย่างน่าวิตกล่าสุดวันพุธที่ 26มีนาคม (ระหว่างเขียนต้นฉบับ)ยอดพุ่งเกือบๆ1พัน ก่อนหน้านี้บรรดาอาจารย์หมอหลายๆท่านก็เตือนว่าหากพ้นเขตตัวเลขผู้ติดเชื้อเกินหลักพันเมื่อไหร่ ตัวเลขจะพุ่งพรวดเป็นหลักหมื่นทันทีตรงนี้ถือว่าเป็น “ทางสองแพร่” ที่รัฐบาลจะต้องตัดสินว่าจะเลือกเอาทางไหนระหว่างมาตรการเข้มข้นและเข้มงวดจริงๆหรือจะอยู่กันแบบหยวนๆอย่างนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตามแม้ว่า เมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ”พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา”นายกรัฐมนตรีจะออกมาแถลงข่าวถึงการประกาศใช้ “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” แต่จะมีผลในทางปฏิบัติจริงๆต้องรอถึงวันพฤหัสที่ 26 มีนาคม และไม่มีรายละเอียด พ.ร.ก.ว่าจะมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร

พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็เลยกลายเป็น”พ.ร.ก.ไม่ฉุกเฉิน” จนถึงตอนนี้ก็ยังมึนๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับการทำงานของรัฐบาล ดูเหมือน”ชักเข้าชักออก”หรือ”ชักตื้นติดกึ๊กชักลึกติดกั๊ก”ซึ่งไม่เป็นผลดีทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น

- Advertisement -

ตั้งแต่มีการระบาดของ”ไวรัส โควิด-19”การบริหารจัดการยามวิกฤติ ของรัฐบาลถือว่า”สอบตก” เนื่องจากทีมแพทย์ที่เป็นทัพหน้าในการสู้ศึกสงครามกับไวรัสโควิด-19ได้ส่งสัญญาณมาตลอด ว่าถ้าประชาชนไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ หรือหากสถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลควรจะต้องออกคำสั่ง ห้ามคนทำกิจกรรมที่มีผลต่อการแพร่เชื้ออย่างฉับพลัน และการสื่อสารต้องมีความชัดเจน ปฏิบัติตามได้ ไม่ใช่ทำให้ประชาชนสับสน

ดีหน่อยตรงที่หลังจากที่นายกฯแถลงแล้ว “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”รองนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ตั้งโต๊ะแถลงถึงมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด- 19 โดยให้ความช่วยเหลือทางการเงินและมาตรการทางภาษี มุ่งเน้นไปที่คนระดับล่างและธุรกิจขนาดเล็กซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ดังนี้

-ให้เงินช่วยเหลือ 5,000 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน สำหรับแรงงานลูกจ้าง-ลูกจ้างชั่วคราว-อาชีพอิสระ
-ยืดเวลายื่นภาษีเงินได้ไปถึง ส.ค.63 ให้สินเชื่อพิเศษดอกเบี้ยต่ำเสริมสภาพคล่องแรงงานนอกระบบประกันสังคม
-ยืดเวลายื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภงด.50 ถึง 31 ส.ค.63 และ ภงด.51 ยืดเวลายื่นถึง 30 ก.ย.63
-ให้ธนาคารเอสเอ็มอี จัดวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ให้สินเชื่อช่วยผู้ประกอบการขนาดเล็กมาก
-ยืดจ่ายภาษีสรรพสามิตสถานบริการ-ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำมันเป็นเวลา 3 เดือน
-ยืดเวลาเสียภาษีสรรพากร ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ธุรกิจเฉพาะ 1 เดือนให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

แต่ที่เป็นไฮไลท์ น่าจะเป็นมาตรการจ่ายเงินที่ ธนาคารกรุงไทย จะเป็นผู้รับลงทะเบียนให้กับผู้เข้าร่วมมาตรการนี้ เป้าหมายรวมทั้งสิ้น 3 ล้านคน โดยการสนับสนุนเงินช่วยเหลือรายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างเมษายน – มิถุนายน 2563

อย่างน้อยๆมาตรการนี้ช่วยให้คนที่ไม่มีงานทำมีเงินติดกระเป๋า คนทำงานอิสระ แรงงานนอกระบบคนละ 5พันบาทต่อเดือน ถ้าใช้อย่างประหยัดๆก็น่าจะพอเอาตัวรอดไปได้ ส่วนคนที่อยู่ในระบบประกันสังคมที่ก็ได้ออกเป็นมาตรการช่วยเหลือก่อนหน้านี้แล้ว รวมเบ็ดเสร็จใน3เดือนนี้ก็น่าจะพออยู่ได้

น่าเสียดายถ้าเร่งออกมาตรการแพ็กเก็จนี้มาตั้งแต่ปิดสถานบันเทิง สถานบริการครั้งแรกคนทำงานในกรุงเทพฯคงใม่แห่กับกลับบ้านนับแสนๆคนจนพากันตื่นกลัว ยังไงก็ตามยังถือว่ามาตรการช่วยเหลือวิ่งตามหลังความเดือดร้อนของชาวบ้านอยู่ดี เพราะกว่าจะมีผลบังคับใช้ก็ต้องรอจนวันที่ 1เมษายน หรือหลังจากที่ ครม.มีมติแล้ว1สัปดาห์ สำหรับคนทำงานหาเช้ากินค่ำก็ถือว่าลำบากไม่น้อย แต่มาช้าดีกว่าไม่มา

สำหรับมาตรการสินเชื่อผ่านแบงค์รัฐรัฐ เช่น ธพว ธกส และ ธ.ออมสิน แม้ว่ารัฐบาลจะสั่งได้ แต่ในทางปฏิบัติมีปัญหาล่าช้าและมีเงื่อนไขยุบยับไปหมด มาตรการลักษณะนี้ในอดีตที่ผ่านมาเม็ดเงินสินเชื่อจริงออกช้ามากหรือแทบไม่ออกเลยก็ว่าได้

แปลกใจว่า ทำไมไม่ให้แบงค์พาณิชย์หรือแบงค์ชาติเข้ามาจัดการโดยตรง แล้วรัฐบาลมีหน้าที่แค่ค้ำประกันหรือให้เงินอุดหนุน น่าจะดีกว่า

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News