HomeCOVID-19รักและห่วงใยคุณหมอ-คุณพยาบาล

รักและห่วงใยคุณหมอ-คุณพยาบาล

สงครามปราบไวรัสโควิด-19 ส่อเค้าขยายวงบานปลาย และทวีความโหดเหี้ยมอมหิตในการคุกคามชีวิตบุคลากรทางการแพทย์หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น

ชีวิตคุณหมอ คุณพยาบาล ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานกรำศึกโควิด-19 นับวันจะเผชิญความเสี่ยงภัยที่รุนแรงถึงชีวิตมากขึ้น

ระดับความเสี่ยงของชีวิตคุณหมอ คุณพยาบาล และบุคลกรทางการแพทย์ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดรุนแรงของโควิด-19 ตอนนี้ ต้องถือเป็นระดับความเสี่ยงขั้นสูงสุด และบางทีโอกาสเสี่ยงตาย มากกว่าเสี่ยงรอดซะด้วยซ้ำ

- Advertisement -

หาไม่แล้วตอนนี้ธุรกิจประกันภัย คงจะไม่ระบุชัดเจน..”ไม่รับประกันบุคลากรทางการแพทย์”

เหตุผลไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน…เป็นเพราะภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตอนนี้ คุณหมอ คุณพยาบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหลาย มีโอกาสสูงมากที่จะตกเป็นเหยื่อถูกโควิด-19 เล่นงานถึงชีวิต

ความเสี่ยงที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิตของคุณหมอ คุณพยาบาล มีสาเหตุหลักมาจาก 2 กรณี

1). ผู้ป่วยปกปิด หรือ บิดเบือนข้อมูลความจริง

2). ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง ในการให้การตรวจรักษาผู้ป่วย

นอกเหนือจากปัจจัยเสี่ยงที่คุณหมอ คุณพยาบาลต้องเผชิญ ในฐานะทัพหน้าสู้สงครามโควิด-19 แล้ว ยังต้องรับผลจากความไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีคุณภาพในการบริหารจัดการสถานการณ์ของรัฐบาล 

ข้อบ่งชี้รูปธรรม”ความห่วย”ของรัฐบาลในการบริหารจัดการสถานการณ์ ยืนยันได้ชัดเจนจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ-ผู้ป่วย-ผู้เสียชีวิต ที่ยกตัวเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย ภายหลังคณะแพทย์ชั้นครูได้ประชุมปรึกษา และให้ข้อเสนอแนะแก่นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ช่วยจุดประกายความหวังให้บรรเจิดขึ้น

ชาวบ้านชาวเมืองต่างพากันคาดหวังว่านับจากวันนั้น…วันที่ 16 มีนาคม สถิติจำนวนผู้ติดเชื้อ-ผู้ป่วย-ผู้เสียชีวิต จะค่อยๆทุเลาเบาบางลง แต่ทุกอย่างกลับเป็นตรงกันข้าม

จำนวนผู้ติดเชื้อ-ผู้ป่วย-ผู้เสียชีวิต แทนที่จะค่อยๆบรรเทาลง กลับกลายเป็นพุ่งทะยานเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหายใจคว่ำ 

อาจารย์หมอประสิทธิ์  วัฒนาภา คณบดีแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ต้องออกมาพูดจาสื่อสารกับชาวบ้านผ่านชาวศิริราช ชาวมหิดล ด้วยการขอร้องให้ทุกคนช่วยกัน”อยู่บ้าน-หยุดเชื้อ-เพื่อชาติ” เพราะว่าโรคติดต่อ จะไม่ติดต่อ หากคนไม่ติดต่อกัน 

ในทัศนะอาจารย์หมอประสิทธิ์ เห็นว่าการควบคุมโรคที่ได้ผลที่สุด คือการที่ทุกคนเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่กับบ้าน มิเช่นนั้นภายในวันที่ 15 เมษายนนี้ เราจะได้เห็นจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งทะลุ 350,000 ราย จะได้เห็นผู้ป่วยทะลุ 52,000 ราย และจะได้เห็นคนตายมากกว่า 7,000 ราย

ยิ่งไปกว่านั้นอาจารย์หมอประสิทธิ์ ยังบอกด้วยว่าหากปล่อยให้สถานการณ์แพร่ระบาดเลวร้ายถึงขั้นนั้น เหลือวิสัยที่บุคลากรทางการแพทย์จะมีขีดความสามารถในการรักษาเยียวยาได้อย่างทั่วถึง และถึงขั้นจำเป็นต้องตัดใจปล่อยให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งต้องตายไปตามยะถากรรม 

ถอดรหัสคีย์เวิร์ดจากคำพูดอาจารย์หมอประสิทธิ์”การควบคุมโรคที่ได้ผลที่สุด คือการที่ทุกคนเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่กับบ้าน” เหมือนตั้งใจจะส่งสัญญาณให้รัฐบาลได้รับรู้ และเร่งรัดออกมาตรการ”บังคับกักตัว”โดยไว แต่ดูเหมือนคนในรัฐบาล”ไม่มีดวงตาเห็นธรรม” และหลายคนชอบที่จะเห็น”กงจักรเป็นดอกบัว”หมกมุ่นมัวเมากับการฉวยโอกาสหาคะแนนนิยมแบบบ้องตื้น

แม้กระทั่งล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน และปลงใจจัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อแก้ไขการแพร่ระบาดของโควิด-19หรือ “ศอฉ.โควิด-19” แต่แทนที่จะเดินหน้าใช้ความเด็ดขาดบริหารจัดการสถานการณ์อย่างฉับพลันทันที เพื่อปกป้องคัุ้มครองชีวิตหมอ-พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อ-ผู้ป่วย-ผู้เสียชีวิตให้อยู่ในวงจำกัด

กลับกลายเป็นว่าแค่แจ้งให้ชาวบ้านรับทราบว่าจะมีการตั้ง 

ศอฉ.โควิด-19 เท่านั้น แต่การปฏิบัติให้รอไปก่อน

อีหรอบนี้น่าจะเปลี่ยนชื่อ”พรก.ฉุกเฉิน” เป็น “พรก.ฉึกฉัก” และเรียกขานชื่อเต็มยศของ ศอฉ. ว่า “ศูนย์อำนวยการการบริหารสถานการณ์ฉึกฉัก” จะเหมาะสมกว่านะ!

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News