Home Editor's Pick หนี้ท่วมโลก! ขวางเศรษฐกิจฟื้นตัวปี 2020

หนี้ท่วมโลก! ขวางเศรษฐกิจฟื้นตัวปี 2020

ปี 2020 เป็นช่วงเวลาที่มีอุปสรรคจากปัญหาหนี้ที่ส่งผลกระทบต่อความพยายามจะฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นมุมมองในบทวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ล่าสุด

สอดคล้องกับรายงานของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (Institute of International Finance) หรือ IIF ของธนาคารโลก เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่าปัญหาหนี้ที่ทะยานสูงขึ้นจนท่วมโลกเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนในตลาดการเงินมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะสหรัฐและจีนที่มีข้อพิพาททางการค้ารายใหญ่ในโลกที่นำไปสู่สงครามการค้าอย่างรุนแรงในระยะ 17 เดือนมานี้ กลายเป็น 2 ประเทศที่มียอดหนี้รวมกันสูงที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนมากถึง 60%

- Advertisement -

จากรายงานของ IIF คาดว่าหนี้โลกจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 255 ล้านล้านดอลลาร์ในสิ้นปี 2019 นี้ จากยอดหนี้ขณะนี้อยู่ที่ 250 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นการเพิ่มขึ้นถึง 12 ล้านล้านดอลลาร์จากจำนวน 243 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อสิ้นปี 2018 โดยหนี้ดังกล่าวเป็นภาระของประชากรโลกที่มีอยู่ 7,700 ล้านคน มีหนี้ราว 32,500 ดอลลาร์ต่อคน

ขณะที่รายงานของ Bank of America ล่าสุดที่มีความแตกต่างกัน บ่งชี้ว่า นับตั้งแต่การลัมละลายของ Lehman Brothers หนี้ของรัฐบาลทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 30 ล้านล้านดอลลาร์ หนี้ภาคเอกชนเพิ่มขึ้นกว่า 25 ล้านล้านดอลลาร์ รวมทั้งหนี้ครัวเรือนมีจำนวนเพิ่มขึ้น 9 ล้านล้านดอลลาร์ และหนี้ของสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านดอลลาร์

โดยหนี้ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ยังไม่ได้นับรวมภาระของธนาคารกลางที่เข้ามาอัดฉีดเงินเพื่อให้การสนับสนุนการบริหารของภาครัฐบาลในประเทศต่างๆ ด้วย ซึ่งจะเป็นปัญหาความเสี่ยงใหญ่ที่สุดที่จะชักนำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามในอนาคต

คลื่นแห่งภาระหนี้สินท่วมโลกได้เกิดขึ้นเป็นลูกโซ่นับจากช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งมีมากกว่า 100 ประเทศ โดยส่งผลต่อกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในลาตินอเมริกาที่เกิดเป็นวิกฤติช่วงทศวรรษ 1980 และเกิดเป็นวิกฤติการเงินในกลุ่มประเทศในเอเชียช่วงปลายทศวรรษ 1990 ก่อนปิดฉากด้วยวิกฤติการเงินในประเทศที่พัฒนาแล้วในปี 2007 ถึงปี 2009

IIF ชี้อีกว่า คลื่นลูกที่ 4 ของยอดหนี้สินที่เกิดกับประเทศกำลังพัฒนาสัดส่วนสูงแตะระดับ 168% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP นับตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2018

นอกจากนี้ หนี้สินที่ท่วมสูงเป็นกองภูเขานี้ หากต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมากเพื่อแก้ไขปัญหา ก็จะยิ่งกดดันให้ระดับราคาในประเทศต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะหากเป็นการใช้เม็ดเงินที่ออกมาจากบรรดาธนาคารกลางที่ต้องดำเนินโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย

ในที่สุดก็จะส่งผลกระทบที่ทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่มีความยั่งยืน ราคาสินทรัพย์ถูกบีบให้ดิ่งลงอย่างรุนแรง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นได้มองเห็นกัยบ้างแล้วในญี่ปุ่น ในยุโรป แล้วกำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก

IIF ได้โฟกัสไปที่หนี้สินของประเทศที่พัฒนาที่มียอดพุ่งสูงขึ้นมหาศาล มีจำนวนมากถึง 130 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 60% ของหนี้ทั่วโลก และเมื่อเทียบกับ GDP ทั่วโลกแล้ว มีสัดส่วนเท่ากับ 265% โดยในจำนวนนี้เป็นหนี้สินของรัฐบาล 50 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากับ 104% ของ GDP

ทางด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ชี้ว่าหนี้ราว 40% ของเอกชน (Corporate Debt) อยู่ในรูปหุ้นกู้ในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก ทั้ง สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ซึ่งมีจำนวน 19 ล้านล้านดอลลาร์ กำลังเป็นหนี้ที่มีความสุ่มเสี่ยงที่อาจจะประสบปัญหาไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนดเวลา ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว

ความกังวลที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ก็คือการที่ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เคยส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยจากใกล้ 0% เป็น 2.5% เพื่อให้การดำเนินนโยบายการเงินกลับสู่ภาวะปกติ หรือ Normalization โดยมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 9 ครั้ง

แต่แล้วในปีนี้เฟดต้องทำการลดดอกเบี้ย 3 ครั้งพร้อมๆ กับการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ หรือ QE 4 ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และบทสรุปใน 2-3 ปีข้างหน้า ก็อาจจะต้องกลับไปใช้นโยบายดอกเบี้ยที่ 0% อีกครั้ง หากเกิดสัญญาณว่าเศรษฐกิจถดถอยกำลังตามเข้ามา

Latest

ยอดส่งออกจีนพลิกความคาดหมาย พุ่งเกินดุล 6.2 หมื่นล้านดอลลาร์

ตัวเลขส่งออกสินค้าของจีนเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 7.2% เกินความคาดหมาย เมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขของปีก่อน เนื่องจากต่างประเทศมีความต้องการสินค้าประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เวชภัณฑ์ อุปกรณ์สำหรับใช้ทำงานจากที่บ้าน และสินค้าชนิดอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นในช่วงล็อคดาวน์จากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกจริงของจีนในเดือนกรกฎาคมสวนทางและสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าว่าน่าจะลดลง 0.7% ส่วนตัวเลขการนำเข้าสินค้าหดตัวลง 1.4% เทียบกับเมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าตัวเลขการนำเข้าสินค้าน่าจะเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนกรกฎาคม ยอดเกินดุลการค้าของจีนมีมูลค่า 6.233 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือนมิถุนายนที่มีมูลค่า 4.62 หมื่นล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์ระบุว่ายอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากความต้องการของอุปกรณ์สำหรับใช้ทำงานจากที่บ้าน และ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

INTUCH กำไร 2.98 พันล้านในไตรมาส 2 ทรงตัว ไม่กระทบจากโควิด-19

บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH กำไรสุทธิในไตรมาส 2 รวม 2,980.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 2,940.46 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิ 5,720.69 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 2.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,844.65 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลงตามการรับกําไรจากเอไอเอสที่ลดลง...

ก.ล.ต.ลงโทษอดีตผู้แนะนำการลงทุนแบงก์กรุงเทพ ยักยอกเงินซื้อกองทุน

ก.ล.ต. ลงโทษอดีตผู้แนะนำการลงทุนรายนายณัฐพงศ์ แซ่ลี้ ขณะกระทำผิดสังกัดธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยไม่ให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนเป็นเวลา 7 ปี 6 เดือน กรณีกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินโดยนำเงินค่าซื้อกองทุนของลูกค้าจำนวน 8 ราย ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นเงินรวม 449,500 บาท สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับรายงานร้องเรียนจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมพบว่า ระหว่างเดือนมีนาคม...

ทีโดรส เรียกร้องสหรัฐทบทวน กรณีถอนตัวจากอนามัยโลก

ผู้นำองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโลกที่แตกแยกไม่สามารถคว้าชัยชนะเหนือการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้ และเขาหวังว่าสหรัฐฯ จะ “ทบทวนจุดยืนอีกครั้ง” กรณีตัดสินใจถอนตัวจากฐานะสมาชิกองค์การฯ “เวลานี้เราควรร่วมมือกันและให้ความสำคัญกับการต่อสู้เชื้อไวรัส ดังนั้นผมหวังว่าสหรัฐฯ จะทบทวนจุดยืนอีกครั้ง” ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การฯ กล่าวระหว่างการประชุมด้านความมั่นคง (Aspen Security Forum) ทางออนไลน์ “เราไม่สามารถเอาชนะศัตรูสุดอันตรายนี้ในโลกที่มีความแตกแยกได้ เราต้องการโลกที่เป็นหนึ่งเดียวกัน เหล่าประเทศมหาอำนาจต้องร่วมมือและสามัคคีกัน” ทีโดรสอธิบาย พร้อมเสริมว่ากรณีสหรัฐฯ ถอนตัวจากองค์การฯ ไม่ได้กระทบเรื่องเงินสนับสนุนเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือผลกระทบต่อระดับความร่วมมือทั่วโลกที่จะคว้าชัยเหนือสงครามไวรัสร้าย “หากมีประเด็นปัญหาใดเกี่ยวกับองค์การฯ หรือระบบของสหประชาชาติ...

Related News

มาตรการช่วยลูกหนี้ระยะ 2 ไม่มีพักชำระ ธปท.แนะมีปัญหาขอปรับโครงสร้าง

ธปท.แนะลูกหนี้ติดต่อสถาบันการเงินขอปรับโครงสร้างหนี้ หลังจากหมดมาตรการระยะแรก เนื่องจากมาตรการระยะสอง ไม่มีมาตรการพักชำระหนี้  นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงว่า การที่มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในระยะที่ 2 ของ ธปท. ไม่ได้มีมาตรการพักชำระหนี้เป็นการทั่วไปเหมือนในระยะแรก เพราะสถานะความต้องการความช่วยเหลือของลูกหนี้แต่ละรายมีความแตกต่างกัน ลูกหนี้ส่วนหนึ่งยังคงมีรายได้เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ การจ่ายชำระหนี้เมื่อถึงกำหนดชำระจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ลูกหนี้ไม่ต้องมีภาระจ่ายดอกเบี้ยต่อเนื่อง และยังช่วยให้สถาบันการเงินมีสภาพคล่องไปช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มอื่น ๆ ได้อีก อ่านเพิ่มเติม มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระยะที่ 2 สำหรับประชาชนกลุ่มที่ยังไม่สามารถกลับมาทำงานได้ หรือมีรายได้ลดลงมาก...

อัดยาแรงกู้ชีพลูกหนี้รายย่อย ‘ลดดอก-ยืดจ่าย’ เพิ่มสภาพคล่องยื้อNPL

คลินิกแก้หนี้ ให้สิทธิเลื่อนชำระ หนี้ และลดดอกเบี้ยเพื่อจูงใจให้จ่าย ทำให้ NPL ไม่เพิ่ม ลูกหนี้ไม่หลุดจากโครงการและลูกหนี้ 72% มีภาระดอกเบี้ยลดลง นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า โครงการคลินิกแก้หนี้ ซึ่งเป็นโครงการแก้หนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล ได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤตโควิด 19...

ไม่มีวินัย ไม่มีความรับผิดชอบ หายนะทางการเงิน โดย ขวัญชนก วุฒิกุล

รายการ Money Care จากคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ Business Today เรื่องโดย : ขวัญชนก วุฒิกุล  ลงเสียง  : อัญชลี  พยัคฆะโส เคยไหม ที่ไม่มีเงินจ่ายหนี้ หรือที่เรียกว่า "หมุนเงินไม่ออก" เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์ ก็ต้องดีใจกับคนที่ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ แต่ใครที่เผชิญอยู่ก็ต้องเอาใจช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้เช่นกัน

Income Shock แก้ไขได้? โดย ขวัญชนก วุฒิกุล

รายการ Money Care จากคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ Business Today เรื่องโดย : ขวัญชนก วุฒิกุล  ลงเสียง  : อัญชลี  พยัคฆะโส คำว่า Income Shock ฟังดูเป็นศัพท์แสลงทางวิชาการที่หมายถึง ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของรายได้ แต่ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็ต้องบอกเลยว่า เป็นอาการ หรือ เป็นภาวะที่ "ชักหน้าไม่ถึงหลัง" หรือ รายได้ไม่พอกับรายจ่ายนั่นเอง...

ผ่าบทเรียน ‘ล้มแล้วลุก’ จากประสบการณ์จริง

ถ้าจะแก้ หนี้ ทำตัวให้เบาที่สุด ทรัพย์สินที่เกินจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดฯ ต้องทำให้เกิดรายได้ด้วยการปล่อยให้เช่า หรือยอมขาย