HomeBusinessK-Research คาด กนง. พุธนี้ คงดอกเบี้ยนโยบาย 0.5%

K-Research คาด กนง. พุธนี้ คงดอกเบี้ยนโยบาย 0.5%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (K-Research) ประเมินว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ คณะกรรมการฯ จะพิจารณาคงอัตรา ดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 0.5% เพื่อรอดูประสิทธิผลของมาตรการการเงินการคลังที่ได้ออกไปก่อนหน้านี้

มติกนง. พุธนี้ คาดว่า รอติดตามผลจากการลดดอกเบี้ยนโยบายในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนดอกเบี้ย โดยหลังจาก กนง. มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จาก 0.75% มาอยู่ที่ระดับ 0.5% ในการประชุมเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง เพื่อสนับสนุนกลไกภาครัฐ และช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนในการลดต้นทุนทางการเงินเพื่อรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

มาตรการทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้ นอกจากมาตรการทางการเงินต่างๆ ที่ได้ออกมาก่อนหน้านี้ ทั้งการพักชำระหนี้ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพิ่มเติม ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องจากการพักชำระหนี้ ที่ประกาศก่อนหน้านี้ โดยจะมีการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 2-4% ต่อปี ซึ่งจะให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม อีกทั้งได้ออกมาตรการเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลสำหรับลูกหนี้ ที่มีความจำเป็นต้องการใช้วงเงินเพิ่มเติมเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 รวมถึงขยายขอบเขตและระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในระยะที่ 2 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เพื่อลดภาระหนี้ของประชาชนและช่วยบรรเทาปัญหาการเกิดหนี้ ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs)

- Advertisement -

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว และแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ที่ผ่านมาภาครัฐได้ออกมาตรการเพื่อบรรเทาและเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดเป็นวงเงินราว 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อการแพร่ระบาดของโรคสามารถควบคุมได้
มาตรการการคลังจึงเน้นไปที่การประคองเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ทั้งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และยังมีการเร่งพิจารณาโครงการในงบฟื้นฟู 4 แสนล้านภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อที่จะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ทันที ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ทั้งนี้ มาตรการทางการคลังมีแนวโน้มที่จะส่งผลได้รวดเร็วกว่าและครอบคลุมกว่ามาตรการทางการเงิน

อย่างไรก็ดีศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความเสี่ยงสูงจากเศรษฐกิจต่างประเทศ และกำลังซื้อภายในประเทศ นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งกนง. คงจะต้องคอยประเมินสถานการณ์ และชั่งน้ำหนักความเสี่ยงด้านต่างๆ รวมถึงประเมินความเพียงพอของมาตรการทางการคลังและมาตรการทางการเงินที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานในการพิจารณานโยบายการเงินในระยะข้างหน้า

ขณะที่เศรษฐกิจต่างประเทศยังเผชิญความเสี่ยงสูง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ บราซิล และอินเดีย ยังไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่หลายประเทศ เช่น จีนและญี่ปุ่น ก็เผชิญความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดระลอกสอง หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่การพัฒนาวัคซีนและยารักษาโรคยังมีความไม่แน่นอน โดยคาดว่าน่าจะใช้ระยะเวลาเป็นปีจนกว่าจะพัฒนาออกมาได้สำเร็จ ดังนั้น ภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูงและอาจถดถอยมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยล่าสุด คาดว่า IMF จะมีการปรับลดอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงอีกสำหรับ World Economic Outlook (WEO) ในเดือนมิถุนายน จากคาดการณ์เดิมในเดือนเมษายนที่ติดลบ 3% ซึ่งเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ผนวกกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จะเป็นแรงกดดันภาคการส่งออกของไทย

กำลังซื้อในประเทศและการจ้างงานที่ลดลงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจในประเทศ แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในไทยจะเริ่มคลี่คลายลง แต่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงสูงและอาจไม่สามารถพลิกฟื้นกลับมาได้เร็ว เนื่องจาก การส่งออกและการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจต่างประเทศในระดับสูง ส่งผลต่อเนื่องมายังรายได้ของคนในประเทศให้ได้รับผลกระทบตามไปด้วย นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนจากการแพร่ระบาดของโรคทำให้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคยังต้องยึดถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจที่ยังไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ และมีผลต่อเนื่องมายังการจ้างงานที่ลดลง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า อัตราการว่างงานในไทยอาจเพิ่มขึ้นจาก 1% ในปีก่อนหน้า ไปแตะที่ระดับ 4% ในปีนี้ ซึ่งการจ้างงานที่อ่อนแรงลงจะเป็นปัจจัยหลักที่บั่นทอนกำลังซื้อของประชาชนและอุปสงค์ภายในประเทศต่อไป

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยคงพร้อมที่จะใช้เครื่องมือนโยบายทางการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติม หากมีความจำเป็นในระยะข้างหน้า โดยนโยบายทางการเงินแบบ Unconventional เช่น มาตรการเสริมสภาพคล่อง น่าจะเป็นเครื่องมือหลักที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจนำออกมาใช้เพิ่มเติม ในขณะที่ทางเลือกในการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายก็ยังอยู่วิสัยที่สามารถทำได้ แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันจะยังไม่มีความจำเป็นก็ตาม

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News