HomeOpinionsโลกของคนกินผักใน UPPER ASEAN

โลกของคนกินผักใน UPPER ASEAN

คอลัมน์ AEC Insight

โลกของคนกินผักใน UPPER ASEAN

______________________________

มนุษย์เมืองอย่างเราๆ กำลังมีแนวโน้มการดำเนินชีวิตอยู่สามอย่างที่เป็นเข็มทิศนำทางอันได้แก่ 1.บริโภคเพื่อสุขภาพและความงาม  2.แสวงหาความสะดวก และ 3.สุขกับการพักผ่อนหย่อนใจ

จะว่าไปแล้ว…การค้าผักในอาเซียนเรานั้น มีผักอยู่สองกลุ่ม คือ กลุ่มผักพื้นราบ และกลุ่มผักที่ปลูกในที่สูง อากาศเย็น ซึ่งเมืองไทยเรานั้นผักไม่พอจะกิน

- Advertisement -

ครับ… ฟังไม่ผิดครับ “ผักไม่พอจะกิน”

ทราบกันหรือไม่ว่ากินผักที่ปลูกจากที่ไหน

ไทยเรานำเข้าผักจากหลายแหล่ง ถ้าท่านเคยเดินตลาดไท ท่านจะทราบครับว่าข้างหลังคือตลาดจีน

จีนเขาฉลาดมาก ที่มาสร้างห้องเย็นกระจายสินค้าไว้สำหรับเป็นแหล่งพักสินค้าผัก ผลไม้ เมืองหนาว ก่อนกระจายออกไปทั่วประเทศ

วันนี้ เรายังกินผักจำนวนมากจากประเทศเพื่อนบ้าน!

ผักที่ใช้ในร้านสุกี้ชั้นนำ รวมถึงห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ ล้วนนำเข้าจากเมียนมา โดยนักธุรกิจไทยได้เข้าไปลงทุนปลูกผักที่นั่น เนื่องจากต้นทุนค่าแรงที่ถูกและอากาศดี

จีน เป็นประเทศที่กินผักกันมากที่สุดในโลก แต่ในอาเซียนนั้น เวียดนามคือสวรรค์ของการกินผักที่ใหญ่ที่สุด โดยเวียดนามบริโภคผักต่อหัวมากกว่าไทยเราถึงสามเท่า และมีตลาดผักที่ใหญ่กว่าเราถึงหกเท่า

เท่านั้นไม่พอ…เวียดนามส่งออกผัก เข้าไปขายในพนมเปญจำนวนมาก แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ผักของเวียดนามไม่ปลอดสารนี่สิครับ เลยเป็นประเด็นและเป็นช่องว่างขนาดใหญ่เลยทีเดียว

กลยุทธ์เรื่อง ผัก ผัก ของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นให้ความสำคัญต่อเรื่องการกินนี้มาก คนญี่ปุ่นกินผักมากกว่าคนไทยสองเท่า และมีร้านอาหารญี่ปุ่นตั้งอยู่ในแต่ละประเทศจำนวนมาก

รัฐบาลญี่ปุ่นทราบดีว่า หากปล่อยให้คนของตน มีความเสี่ยงจากการกินผักที่มีสารตกค้าง จะทำให้ศักยภาพของคนญี่ปุ่นลดลงและมีปัญหาสุขภาพได้

จึงนำไปสู่โมเดลการมาลงทุนร่วมกับคนท้องถิ่นในการปลูกและซัพพลายผักสู่ตลาดที่มีคนของตนอยู่จำนวนมากเช่นเวียดนามและกัมพูชา

บริษัท Lacue จากเมืองนากาโน ของนักธุรกิจญี่ปุ่นจับมือกับคนเวียดนามปลูกผักจำนวนมากในเขตดาลัด และ อันฟู ของเวียดนาม โดยผักที่ได้มีคุณภาพดีเยี่ยมและขายได้ราคาดีกว่าผักท้องที่ในเวียดนาม พร้อมขายในนครโฮจิมินห์และส่งกลับไปขายในญี่ปุ่นและสิงคโปร์

องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ ไจก้า (JICA) เองก็ดำเนินเรื่องการปลูกผักในกัมพูชาในจังหวัดกัมปงจาม และส่งมาขายโดยใช้เครือข่ายของญี่ปุ่น อย่างห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นผู้ช่วยในการกระจายสินค้า พร้อมทั้งโปรโมทคุณภาพสินค้าญี่ปุ่นผ่านสื่อ และสร้างเครดิตว่าเป็นการสร้างงานให้คนท้องที่ไปในตัวอีกด้วย

แหล่งปลูกผักใน สปป.ลาว

กระหล่ำปลีจำนวนมากถึงเกือบ 100,000 ตันต่อปี ที่ถูกส่งออกจากเขตเมืองปากซองบริเวณที่ราบสูงโบโลเวนของ สปป.ลาว เพื่อข้ามแดนมายังไทยทางช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี

สิ่งนี้ยืนยันได้ว่า…ช่องทางการค้าผักในภูมิภาคนี้ ยังคงมีตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และน่าลงทุนนั่นเอง

สำคัญที่สุด นักลงทุนไทยยังไม่มีการสร้างแบรนด์ให้กับผักเหล่านี้เพื่อช่วยสร้างมูลค่า ซึ่งทำให้เราสูญเสียโอกาส ต่างจากญี่ปุ่น ที่เขาคอยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า (ตัวอย่างเช่นผักยี่ห้อ Otento ที่ขายใน Emporium) ทำให้ราคาพืชผักของเขามีราคาดี ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดียิ่งขึ้น

เรื่องผัก คือเรื่องใหญ่มาก เมื่ออาหารนับวันจะขาดแคลน และพฤติกรรมของคนที่ได้ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพมากขึ้น ผักจึงเป็นมากกว่าความอร่อย

 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News