Home Opinions ตลาดยานยนต์ไทยกระเพื่อม เมื่อกำแพงเมืองจีนเดินเครื่องใส่

ตลาดยานยนต์ไทยกระเพื่อม เมื่อกำแพงเมืองจีนเดินเครื่องใส่

คอลัมน์ China Inside-Out

ตลาดยานยนต์ไทยกระเพื่อม เมื่อกำแพงเมืองจีนเดินเครื่องใส่

_________________________________

พลันที่ Great Wall Motors (GWM) หนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่จากแดนมังกรประกาศเข้าซื้อ General Motors (GM) หลายคนก็อดถามไม่ได้ว่า GWM คือใคร ค่ายไหน มีแบรนด์อะไรอยู่ในมือ

ที่มาที่ไปของ GWM … ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

GWM ก่อตั้งขึ้นเมื่อราวปี 1984  มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองป่าวติ้ง (Baoding) มณฑลเหอเป่ย (Hebei) ติดกับกรุงปักกิ่ง

- Advertisement -

ระยะแรก บริษัทเผชิญกับปัญหาอุปสรรคมากมาย ทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างช้าๆ แต่ด้วยความทุ่มเทและเอาจริงเอาจัง ทำให้สามารถผลิตรถยนต์ภายใต้แบรนด์ Great Wall คันแรกออกสู่ท้องตลาดได้ในปี 1993 และสร้างสถิติผลิตรถยนต์ทะลุ 10,000 คันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัทในปี 1999

แหล่งข่าวกระซิบอีกว่า แม้ GWM จะเป็นกิจการเอกชน แต่ก็มีอดีตนายทหารเป็นผู้บริหารระดับสูง จึงได้รับการสนับสนุนอันดีจากกองทัพจีน แถมยังมีกลิ่นอายของทัศนคติและสไตล์การบริหารแบบทหารติดมา ตัวอย่างเช่น การส่งพนักงานใหม่ไปเข้าคอร์สฝึกความอดทนแบบทหารเป็นเวลาถึง 1 เดือนเต็มก่อนเข้าทำงาน

กลางปี 2001 GWM Co., Ltd. ได้ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ด้วยทุนจดทะเบียน 170.5 ล้านหยวน และตามมาด้วยการเปิดตัวรถกระบะใหม่อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดรถกระบะและรถ SUV

ราวปี 2003 GWM จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง นับเป็นผู้ผลิตยานยนต์เอกชนที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้เป็นรายแรก ส่งผลให้บริษัทระดมทุนจำนวนมาก และขยายกิจการได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

ในช่วง 10 ปีหลังนี้ GWM หันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ โดยปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับนโยบายบุกโลก “Made in China 2025” และนโยบายอื่นของรัฐบาลจีน และปี 2011 GWM ก็จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้

GWM ยังทุ่มทุนกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อหวังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ การลงทุนจัดตั้งสถาบันวิจัยด้านเทคโนโลยี (GWM Technology Research Institute) และการเสริมสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาระหว่างประเทศจำนวน 10 แห่งใน 7 ประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ เยอรมนี อินเดีย ออสเตรีย และเกาหลีใต้ เพื่อเชื่อมโยงเข้ากับศูนย์วิจัยและพัฒนาหลักในจีน

นับแต่ปี 2016 บริษัททำยอดขายทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคันอย่างต่อเนื่อง และช่วง 2 ปีที่ผ่านมา GWM ปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับกลยุทธ์สู่ระดับโลกอย่างแท้จริง และมีหลายแบรนด์ใต้ GWM ได้แก่ เกรทวอลล์ ฮาวาล เวย์ รถกระบะวิงเกิ้ล และรถยนต์ไฟฟ้าออร่า

GWM ดูจะเอาจริงเอาจังกับการสร้างแบรนด์ Great Wall ให้ยิ่งใหญ่สู่ระดับโลก หลายคนที่ติดตามแบรนด์ Great Wall อาจทราบดีว่า GWM ได้เปิดตัวรถปิคอัพรุ่น P series เมื่อปี 2019 ซึ่งนับว่าเป็นดาวเด่นในบรรดารถกระบะในตลาดจีนในยุคหลัง

โดยบริษัทต้องการสะท้อนอัตลักษณ์ของ P ใน 3 ส่วนสำคัญ อันได้แก่ Power (ความแข็งแกร่ง) Peak (ความท้าทายและนวัตกรรม) และ Perfect (ชีวิตที่มีความโอ่อ่า)

พอสืบเสาะดูเบื้องลึกเบื้องหลังของการพัฒนารถยนต์รุ่นดังกล่าวก็พบว่า บริษัททุ่มทุนมหาศาลดึงเอานักวิจัยและพัฒนาจำนวน 5,000 คนมาร่วมกันพัฒนารถยนต์ที่ผสมผสานความสะดวกสบายของรถยนต์นั่งและความเอนกประสงค์ของรถ SUV ให้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า กว่าจะได้รถยนต์ต้นแบบ ทีมวิจัยและพัฒนาต้องใช้เวลาถึง 3 ปี ผลิตงานออกแบบกว่า 12,600 ชิ้นบนพื้นฐานความละเอียดแม่นยำในระดับ 0.001 มิลลิเมตร

ผลจากความทุ่มเท ความหลากหลายของแบรนด์และรุ่นรถ รวมทั้งลูกเล่นในการพัฒนารถกระบะดังกล่าว ทำให้บริษัทได้รับรางวัลมากมายและถูกกล่าวขวัญว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านรถกระบะ” ของจีน ส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการส่งออกและทำตลาดรถกระบะในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก อาทิ รัสเซีย ยุโรป ออสเตรเลีย อเมริกาใต้ อาเซียน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา จนผู้บริหารกล้าประกาศที่จะพัฒนาแบรนด์ Great Wall ให้ก้าวขึ้นไปอยู่ใน 3 อันดับแรกของตลาดรถปิคอัพโลก

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา GWM ยังได้เปิดเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกนับแต่กลางปี 2017 และลงทุนในคลัสเตอร์นี้ทั้งระบบนิเวศน์จนกลายเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนในปัจจุบัน

ทำไม GWM … ไม่ใช่ SAIC

ผู้อ่านบางท่านมีคำถามสงสัยว่า ทำไมไม่ใช่ SAIC รัฐวิสาหกิจยานยนต์รายใหญ่สุดของจีน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ ที่เข้าซื้อกิจการโรงงานของ GM

ประการหนึ่ง SAIC ได้ลงหลักปักฐานและก่อสร้างโรงงานผลิตขนาดใหญ่ที่ชลบุรีไปก่อนหน้านี้ โรงงานผลิตในปัจจุบันก็ยังเดินไม่เต็มกำลังการผลิต ขณะเดียวกัน ก็ยังกันพื้นที่ไว้อีกมากสำหรับการก่อสร้างโรงงานใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับความต้องการในอนาคต

และหากมองในภาพใหญ่ การเปิดเวทีให้ GWM เข้ามาสยายปีกสร้างฐานการผลิตในไทย ก็เข้าข่าย “แยกกันเดิน รวมกันตี” เพราะการบุกเบิกเข้าสู่ตลาดรถยนต์นั่งของแบรนด์ MG ในสังกัดของ SAIC ก่อนหน้านี้ก็ถือว่าค่อนข้างโดดเดี่ยวในหมู่คู่แข่งจากค่ายญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐฯ

อีกประการหนึ่ง GWM เข้าสู่ตลาดรถยนต์ในไทยล่าช้ากว่าคู่แข่งขัน การเลือกวิธีการเทคโอเวอร์โรงงานรถยนต์ในครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ GWM สามารถ “ก้าวกระโดด” ขยายฐานการผลิตและสร้างแบรนด์ที่มีอยู่ในมือ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Great Wall และ HAVAL ในตลาดของไทย อาเซียน และออสเตรเลียได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในเวลาอันสั้น มิฉะนั้นแล้วก็จะเหนื่อยมากขึ้นกับการ “วิ่งไล่กวด” แบรนด์ชั้นนำที่ครองตลาดอยู่เป็นแน่

การถ่ายเลือดครั้งใหญ่ … ใครได้ ใครเสีย

แหล่งข่าวระบุว่า การส่งมอบโรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวกคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การถ่ายเลือดครั้งใหญ่ทั้งในมิติของการจ้างแรงงาน ห่วงโซ่อุปทานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ศูนย์วิจัยและพัฒนา และเครือข่ายดีลเลอร์และบริการหลังการขาย

ในทันทีที่ข่าวส่วนแรกเกี่ยวกับการปิดโรงงานออกมา ดูเหมือนจะสร้างแรงกระเพื่อมถาโถมเพิ่มเติมจากผลกระทบของโควิด-19 ท่ามกลางกระแสลมเศรษฐกิจของไทยที่อ่อนแรง

แบรนด์ Chevrolet และ GM คงดำดิ่งในสายตาของผู้บริโภคชาวไทย ข่าวการทิ้งทวนตัดราคาขายเพื่อกำจัดรถยนต์ในสต็อก อาจสร้างกระแสความฮือฮาสำหรับผู้ที่นิยม “ของถูก” ได้บ้าง แต่ภาพลักษณ์ที่เสียไปจะทำให้บริษัทลำบากกับการกลับเข้าสู่ตลาดในระยะยาว

แต่หลังจากข่าวการเปลี่ยนมือชัดเจนขึ้นก็กลับทำให้ตลาดยานยนต์ในไทยและอาเซียนกลับคึกคักขึ้นมาในทันที แบรนด์หลัก Great Wall และ HAVAL ของ GWM ก็ดูได้รับความสนใจมากขึ้น สานต่อจากกระแสหลังการเปิดตัวรถกระบะรุ่น P Series ที่มีลูกเล่นที่เพียบพร้อมในไทยเมื่อปีที่ผ่านมา

ในทางกลับกัน เจ้าของตลาดเดิมจากค่ายญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกัน และยุโรป หรือแม้กระทั่งจีน ก็อาจจะได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของคู่แข่งรายนี้เช่นกัน นัยว่านอกจากรถกระบะภายใต้แบรนด์ Great Wall แล้ว ยังเตรียมเอารถไฟฟ้า HAVAL เข้ามาตีตลาดไทยและอาเซียนอีกด้วย

ในระดับมหภาค การที่ GWM เข้าเทคโอเวอร์โรงงานดังกล่าวก็ผลิต “ลมส่งท้าย” ให้แก่เศรษฐกิจไทยในระยะสั้น และด้วยศักยภาพของ GWM ก็ทำให้ผมประเมินว่า การเข้ามาลงทุนเต็มตัวในครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาวแก่ไทยมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

เพราะหากลองพิจารณาดู นับแต่โรงงานของ GM แห่งนี้เปิดเดินสายการผลิตเมื่อปี 2000 หรือเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตค่ายอเมริกันผลิตรถกระบะและรถ SUV ภายใต้ยี่ห้อ Chevrolet รวมกันไม่ถึง 1.4 ล้านคัน

ขณะที่ GWM นับเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่ไม่เพียงเห็นโอกาสทางธุรกิจของตลาดรถปิคอัพในไทยเท่านั้น แต่ยังต้องการใช้ไทยเป็น “จิ๊กซอว์” ชิ้นสำคัญในการเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกในภูมิภาคอาเซียนเพื่อสานต่อนโยบายระดับโลกให้เกิดเป็นรูปธรรม

ดังนั้น การเห็นตัวเลขการผลิตระดับ 500,000 คันต่อปีจึงเป็นสิ่งที่ไม่ไกลเกินเอื้อม แม้ว่าแบรนด์ GWM อาจยังไม่คุ้นหูคุ้นตาผู้รักความเร็วชาวไทยนักในขณะนี้ แต่ผมเชื่อมั่นว่า คนไทยจะรู้จักแบรนด์นี้มากขึ้นในอนาคตอันใกล้

เมื่อ “กำแพงเมืองจีน” (Great Wall) พาดผ่านไทยก็ดูเหมือนจะทำเอาวงการยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียนสั่นไหวไปตามกัน …

 

 

ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร BTCOL13
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน อดีตเคยดำรงตำแหน่งอดีตอัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงปักกิ่ง กระทรวงพาณิชย์ จึงมีความเชี่ยวชาญ และเข้าใจจีน ในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ประสบการณ์ที่สั่งสมจึงต้องการถ่ายทอดให้นักธุรกิจไทยได้เข้าใจและสามารถเจาะตลาดจีนได้ถูกทิศถูกทาง

Latest

‘ประยุทธ์’ หนุนเปิดประชุมสภาเป็นเวทีหารือทางออกประเทศ

นายกฯ หนุนเปิด ประชุมสภา สมัยวิสามัญฯ ครม. ถกรายละเอียดพรุ่งนี้ (20 ต.ค. 2563) สนับสนุนการใช้สภาฯเป็นเวทีหารือทางออกประเทศ ลดแรงเสียดทานทางการเมือง ยันไม่ขยายมาตรการและพื้นที่รับการชุมนุมเพิ่ม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลวันนี้ (19 ต.ค. 2563) ว่า ตนยืนยันสนับสนุนให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญในการพิจารณาร่วมกันถึงเหตุการณ์ต่างๆ รวมทั้งการชุมนุมที่เกิดขึ้น ซึ่งทราบดีว่าทุกคนเป็นห่วงบ้านเมือง รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

หุ้น ‘BTS-BEM’ กอดคอร่วง -4% เหตุรัฐสั่งปิดรถไฟฟ้าเลี่ยงการชุมนุม

SET Index ภาคเช้ารูดลงกว่า 22.75 จุด สวนทางตลาดหุ้นต่างประเทศ เหตุต่างชาติ-สถาบันขายลดความเสี่ยง รอติดตามการชุมนุมการเมืองในประเทศ หุ้น รถไฟฟ้า ‘BTS-BEM’ ราคาปรับลงกว่า -4% นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นภาคเช้าวันที่ 19 ต.ค. 2563...

เปิดวิสัยทัศน์ ‘อดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย’ ซีอีโอ เอสโซ่ คนไทยคนแรก

นับเป็นคนไทยคนแรก ที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ ยังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด และ ผู้จัดการใหญ่ บริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทยอีกด้วย ของ “อดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย” ที่รับตำแหน่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 “เมื่อผมเข้ามารับตำแหน่งนั้น เราได้พบกับสถานการณ์ที่ท้าทายถาโถมเข้ามา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจถดถอย และ การแพร่ระบาดของโควิด-19...

อนุทิน เผยไทยได้ใช้ วัคซีนโควิด พร้อมประเทศอื่นแน่ แมื่อพัฒนาสำเร็จ

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผย “ทีมประเทศไทย” จากความร่วมมือทุกภาคส่วน ร่วมจัดหาวัคซีนโควิด 19 คืบหน้า โดยส่งหนังสือแสดงเจตนารมณ์เข้าร่วมใน COVAX facility, เจรจาความร่วมมือแบบทวิภาคีกับผู้ผลิตวัคซีนที่กำลังทดสอบวัคซีนในคนระยะที่ 3 ทั้งในเอเชียและยุโรป และการวิจัยพัฒนาวัคซีนในประเทศไทย 3 ชนิดอยู่ระหว่างเตรียมทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 1 มั่นใจคนไทยมีวัคซีนใช้ใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเมื่อวัคซีนพัฒนาสำเร็จ วันนี้ (19 ตุลาคม 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี...

Related News

ชัยชนะที่มาจากการไม่ยอมแพ้ต่อโควิด-19

คอลัมน์ China Inside Out ชัยชนะที่มาจากการไม่ยอมแพ้ต่อโควิด-19 ---------------------------------------- จีนมีขนาดใหญ่ (18 เท่าของไทย) มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก (20 เท่าของไทย) และถูกกดดันด้วยเงื่อนเวลา (ช่วงฉลองเทศกาลตรุษจีน) กอปรกับระดับความวิกฤติในแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกัน จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งยวดสำหรับรัฐบาลจีน อย่างไรก็ดี ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด-19 ที่สุดเฉียบของจีนได้กลายเป็นต้นแบบให้หลายประเทศได้เรียนลัดและนำไปประยุกต์ใช้ในการต่อสู้วิกฤตินี้ หากเราไล่เลียงการแก้ไขสถานการณ์วิกฤติในช่วงที่ผ่านมา ก็จะพบข้อคิดที่น่าสนใจหลายประการ ประการแรก หลังจากจีนพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสคนแรกที่เมืองอู่ฮั่นในช่วงต้นเดือนธันวาคม และแทนที่จะปล่อยให้มีข่าวลือที่อาจสร้างความตระหนกเพิ่มขึ้น รัฐบาลจีนเลือกที่จะสื่อสารข้อมูลเชิงรุกกับประชาชนอย่างโปร่งใส รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นระบบ ผ่านสื่อหลักของรัฐที่มีอยู่ในมือ...

พรรคคอมมิวนิสต์จีน … เบื้องหลังความสำเร็จของจีน

คอลัมน์ China Inside Out พรรคคอมมิวนิสต์จีน ... เบื้องหลังความสำเร็จของจีน ------------------------------------------------------ ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ที่โลกต่างเลือกแนวทางแก้ไขปัญหาในแบบของตน จีนกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบของความสำเร็จในการหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้อย่างเฉียบขาด หลายคนตื่นตะลึงกับการเติบใหญ่ทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด การบริหารจัดการประเทศที่มีประชาชนกว่า 1,400 ล้านคน และการเสริมสร้างภาพลักษณ์ผู้นำจนโดดเด่นในเวทีโลกในปัจจุบัน ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในหลายชาติตะวันตกในช่วงหลายปีหลังด้วยแล้ว ผู้คนก็เลยเกิดคำถามสงสัยขึ้นมาว่า อะไรคือปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการจัดการกับสารพัดปัญหาและเดินหน้าการพัฒนาอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว เฉียบขาด และต่อเนื่องของจีนดังกล่าว ระบอบการปกครองเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้คนหยิบยกขึ้นมา บางคนเอ่ยถึงความเป็นเผด็จการ แต่สำหรับผมแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นแก่นแท้ของความสำเร็จดังกล่าว พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นองค์กรหลักที่กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนประเทศ กำกับดูแลด้านความมั่นคง และนโยบายในการบริหารประเทศ ซึ่งกรณีนี้ก็อาจคล้ายกับพรรคการเมืองหลักของประเทศอื่น แต่กรณีของจีน เลขาธิการพรรคยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี...

เมื่อเด็กจีนเรียนออนไลน์

คอลัมน์ China Inside Out เมื่อเด็กจีนเรียนออนไลน์ ---------------------------------------------- หลังจากที่เล่าเรื่องราวที่จีนนำเอานวัตกรรมมากมายมาใช้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ได้แก่ ระบบการเรียนออนไลน์ ก็มีท่านผู้อ่านหลายรายสอบถามและขอให้ผมนำรายละเอียดมาแบ่งปันกับผู้อ่านเพิ่มเติมอีก ผมก็เลยติดต่อไปยังเครือข่ายในจีน และได้รับข้อมูลจากผู้ปกครองหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแอนนี่ มือการตลาดของดัชมิลด์ในนครเซี่ยงไฮ้ ที่กรุณาส่งข้อมูลที่น่าสนใจมาให้เป็นวัตถุดิบสำหรับบทความในวันนี้กัน ทันทีที่การแพร่ระบาดเกิดขึ้น รัฐบาลจีนก็สั่งให้สถาบันการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมหาวิทยาลัยปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 3 เดือนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน หลังจากนั้น กระทรวงศึกษาธิการจีนก็ได้มอบแนวปฏิบัติให้โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือต่ำกว่าปรับระบบการเรียนการสอนเป็นแบบทางไกล โดยให้เริ่มนำร่องใช้ระบบดังกล่าวภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ หรือเพียงไม่ถึง 3 สัปดาห์หลังเชื้อโควิด-19 เริ่มกระจายตัว พอหลังหยุดยาวตรุษจีน โรงเรียนก็ทยอยจัดส่งตารางเรียนพร้อมคู่มือข้อปฏิบัติที่มีตารางเวลากำกับโดยละเอียดให้แก่นักเรียนเพื่อการเตรียมตัว ข้อมูลหลายอย่างถูกใส่ไว้ในตารางเรียนและคู่มือมากกว่าที่เคยทำในโรงเรียน...

จีนขวิดโควิด-19 … กระเจิง

คอลัมน์ China Inside 0ut จีนขวิดโควิด-19 … กระเจิง ---------------------------------------------------------------------- หลังจากโควิด-19 แพร่ระบาดในจีนจนนำไปสู่การปิดเมืองและสารพัดมาตรการที่เข้มข้นแบบ “กล้ากินยาขม” ผ่านมาเพียง 3 เดือน โลกก็ต้องตื่นตะลึงที่เห็นสถานการณ์ในจีนเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ รัฐบาลจีนปรับมาตรการหนักเบาตามสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม เริ่มจากการ “สกัดการแพร่เชื้อ” ด้วยการปิดเมืองหลายแห่ง ยกเลิกกิจกรรมชุมชน และจำกัดการเดินทางและการพบปะของประชาชน รวมทั้งการปิดบ้านที่คนจีนต้องกักบริเวณตัวเองอยู่ในที่พักเป็นเดือนด้วยความอดทนราวกับเป็นผู้ต้องโทษ บุคลากรทางการแพทย์ ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา คนเหล่านี้อดสังสรรค์กับครอบครัว และไม่ได้ลิ้มรสอาหารอร่อยดังเช่นเคยทุกปี ภาพของนักรบชุดขาวที่ต้องแยกโต๊ะห่างกันขณะรับประทานอาหารกล่องที่แสนจืดชืด นอนคุดคู้บนเก้าอี้ในโรงพยาบาลและรถบัสรับส่ง และแยกจากครอบครัวโดยไม่รู้ว่าจะได้กลับไปพบเจอกันอีกหรือไม่...

นวัตกรรมจีนในยุคโควิด-19

คอลัมน์ China Inside Out นวัตกรรมจีนในยุคโควิด-19  ___________________________________           สิ่งหนึ่งผมประทับใจอย่างมากในการจัดการปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของจีนก็ได้แก่ การเห็นจีน “ปล่อยของ” นำเอานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและระบบดิจิตัลมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมและสร้างสรรค์ เราเห็นการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย และเตียงผู้ป่วยจำนวนมากในเวลาชั่วพริบตา หรือการแปลงสายการผลิตที่มีความยืดหยุ่นสูงของบริษัทชั้นนำจากเดิมที่ผลิตเครื่องปรับอากาศ รถยนต์ไฟฟ้า และอื่นๆ มาผลิตหน้ากากและเวชภัณฑ์ที่ขาดแคลนได้อย่างรวดเร็ว สนามจริงทดสอบนวัตกรรมจีน หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 จีนก็นำเอานวัตกรรมจำนวนมากที่เคยอยู่ในขั้นทดลองไปเริ่มใช้งานจริง จนถือว่าเป็นการใช้ระบบ 5G ในอาณาเขตที่ใหญ่ที่สุดในโลก การเรียนหนังสือทางไกลเป็นตัวอย่างแรกที่ผุดออกมา โดยโรงเรียนจัดส่งตารางเรียนพร้อมคู่มือข้อปฏิบัติอย่างละเอียดให้นักเรียนหลังหยุดยาวตรุษจีนในทันที แถมหลายสิ่งถูกเพิ่มเติมไว้มากกว่ามาโรงเรียน เช่น การระบุเวลาตื่นนอน รับประทานอาหาร เคารพธงชาติ...