HomeEditor's PickN-A-T-O of Thailand

N-A-T-O of Thailand

มหันตภัยฝุ่นพิษเวียนมาปะทุคุกคามคุณภาพชีวิตคนไทยประเดิมศักราชใหม่2563 กระทั่งสะบักสะบอมงอมพระรามไปตามๆกัน แต่รัฐบาลกลับยังตั้งตาตั้งตาจับเจ่ากับการสวมบท “N-A-T-O:No-Action-Talk-Only”  ดีแต่พูดพล่ามน้ำลายแตกฟอง ราวกับหวังจะให้ฟองน้ำลายผู้ใหญ่ผู้โตในรัฐบาลไปดับภัยฝุ่นพิษยังไงยังงั้น

รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เมื่อสมัยควบตำแหน่งหัวหน้า คสช.เคยประกาศให้”ฝุ่นพิษ เป็นวาระแห่งชาติ” ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 พร้อมกับกำหนดให้กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ แต่จนแล้วจนรอดชาวบ้านชาวเมือง ยังถูกปล่อยลอยแพให้อาบฝุ่นพิษวันแล้ววันเล่า โดยที่หน่วยงานภาครัฐดีแต่เจื้อยแจ้วแจ้งคุณภาพอากาศเลวเป็นประจำทุกวี่วัน ปราศจากการลงมือทำสงครามพิชิตฝุ่นพิษ… ตามแบบฉบับ “N-A-T-O”

หลายคนอดสงสัย..อดเห็นอกเห็นใจรัฐบาล โดยเข้าใจว่ารัฐบาลเป็นเหมือนยักษ์ไร้กระบอง ปราศจากอาวุธที่จะไปกำราบพิฆาตฝุ่นพิษ ถึงขั้นมีกระแสเคลื่อนไหวจะผลักดันให้ตรากฎหมายว่าด้วยอากาศสะอาด หรือ “Clean Air Bill” สำหรับเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลใช้ทำศึกกับฝุ่นพิษ

- Advertisement -

ต้องบอกเลยว่าความเข้าใจที่ว่า”ผิดมหันต์” เพราะบรรดากฎหมาย ซึ่งเปรียบเสมือนอาวุธที่รัฐบาลสามารถใช้กำจัดฝุ่นพิษมีอยู่เป็นเข่ง แต่รัฐบาลสงวนสิทธิที่จะไม่งัดออกไปใช้ และเลือกที่จะใช้วิธีพ่นน้ำลายมากกว่าบังคับใช้กฎหมาย…ตามแบบฉบับ N-A-T-O

ในบรรดากฎหมายสำหรับจัดการกับฝุ่นพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านชาวเมืองมีอยู่ด้วยกันไม่น้อยกว่า 7 ฉบับ…

1). พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

            2). พ.ร.บ.การสาธารณสุข

            3). พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

            4). พ.ร.บ.จราจรทางบก

            5).พ.ร.บ.โรงงาน

            6).พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร

            7).ประมวลกฏหมายอาญา

รัฐบาลเพิ่งจะรู้สึกรู้สาถึงความทุกข์ยากของชาวบ้าน และแสดงปฏิกิริยาอย่างเป็นรูปธรรมให้เห็นจากชุดมาตรการสยบฝุ่นพิษ ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ให้ความเห็นชอบนี่เอง

ว่าไปแล้วในสาระสำคัญของชุดมาตรการแก้วิกฤตฝุ่นพิษ ไม่ว่าจะเป็นการห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไปวิ่งเข้าเขตชั้นในของกรุงเทพฯในวันคี่ ระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และอีกหลายมาตรการซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ดูจะเป็นที่น่าสงสัยอย่างมากทั้งในมิติของประสิทธิภาพการบังคับใช้ และในมิติของประสิทธิผลของการบังคับใช้

ทำไมน่ะหรือ???

เบื้องลึกแห่งความน่าสงสัยในผลสัมฤทธิ์ของมาตรการตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีอยู่ด้วยกันอย่างน้อย 3 ประการ

ประการแรก ความน่าสงสัยของความเข้มข้นในการกวดขันบังคับใช้มาตรการอย่างเคร่งครัด และซื่อตรง

ประการที่สอง เกือบทั้งหมดของมาตรการไม่มีความ”สด-ใหม่” แต่เป็นเหมือน “ปัดฝุ่นของเก่า”ที่เคยไร้ประสิทธิภาพมาแล้ว กลับมาใช้ใหม่

ประการที่สาม เกือบทั้งหมดของมาตรการ มีลักษณะ”ขอร้อง-ร้องขอ” หรือ “ขอความร่วมมือ” แทนที่จะเป็นการ “บังคับปฏิบัติ” ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝุ่นพิษที่เข้าขั้นวิกฤต

วิกฤตการฝุ่นพิษ นับเป็นสถานการณ์ที่พิสูจน์ความบกพร่องและอ่อนด้อยของรัฐบาลในการบริหารจัดการด้วยกฏหมาย  ทั้งที่กรณีนี้ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี

แค่รัฐบาลกล้าที่จะใช้อำนาจบริหารในการสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดใช้อำนาจตามกฏหมายที่มีอยู่เต็มมือ ออกคำสั่งคลี่คลายวิกฤตการฝุ่นพิษ แล้วกวดขันให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

จังหวัดไหนฝุ่นพิษไม่ลด..ปัญหาฝุ่นพิษไม่หาย…ก็ปลดผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆซะ แล้วเปลี่ยนคนใหม่เข้าไปทดแทน

หลายจังหวัดที่ปล่อยให้ฝุ่นพิษบ่อนทำลายชีวิตประชาชนอย่างสาหัสสากรรจ์ โดยที่ผู้ว่าราชการจังหวัดยังเกียร์ว่าง ไม่ยอมใช้อำนาจออกคำสั่ง สมควรต้องโดน”เช็คบิล”โดยเร็วที่สุด เพื่อคืนความสุขแก่ชาวบ้าน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News