HomeOpinionsเงินดอลลาร์ขาดแคลนฉับพลัน สัญญาณตลาดเงินผิดปกติ

เงินดอลลาร์ขาดแคลนฉับพลัน สัญญาณตลาดเงินผิดปกติ

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อัดฉีดสภาพคล่องครั้งใหญ่มากกว่า 128,000 ล้านดอลลาร์เข้าสู่ตลาดเงินที่ไม่ปกติ สกัดอัตราดอกเบี้ยช่วงข้ามคืนพุ่งสูงหวั่นกระทบต้นทุนเงินกู้ยืมรวมที่มีวงเงินสูงถึง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากอัตราดอกเบี้ยช่วงข้ามคืนในตลาดซื้อคืนพันธบัตรพุ่งแตะ 10% เมื่อวันอังคารทึ่ผ่านมา

ขณะที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด เมื่อวันอังคารและวันพุธเกิดเสียงแตก มีมติ 7 ต่อ 3 ให้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น หรือ Fed Fund Rate ลงอีก 0.25% สู่ระดับ 1.75-2.0%

นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยจะพบเห็นสำหรับตลาดการเงินขนาดใหญ่ที่สุดของโลกจะเกิดภาวะช็อตเงินดอลลาร์ หรือขาดแคลนเงินดอลลาร์อย่างฉับพลัน ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตรช่วงข้ามคืนที่นิวยอร์กทะยานขึ้นแตะระดับ 10% ในวันอังคาร

โดยเฟดสาขานิวยอร์กได้เปิดเผยถึงการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดการเงิน 2 วันติดต่อกันรวมกว่า 128,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืนพุ่งขึ้นแตะระดับ 10% เนื่องจากตลาดมีความต้องการเงินไปชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 78,000 ล้านดอลลาร์

- Advertisement -

[restrict]ทั้งนี้ ในการอัดฉีดเงินวันแรกจำนวน 53,000 ล้านดอลลาร์ เกิดขึ้นในวันอังคารที่ 17 กันยายน ซึ่งกดดันดอกเบี้ยช่วงข้ามคืนในตลาดซื้อคืนพันธบัตรร่วงสู่ระดับ 2.8% และหลังจากอัดฉีดสภาพคล่องเป๊นวันที่ 2 อย่างต่อเนื่องในวงเงิน 75,000 ล้านดอลลาร์ จากความต้องการเงินในตลาดจำนวน 80,500 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ดอกเบี้ยย่อตัวลงที่ระดับ 2.6%

การอัดฉีดสภาพคล่องของเฟดดังกล่าว นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่า การพุ่งขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืนเกิดจากการที่สภาพคล่องในตลาดเงินตึงตัวอย่างหนัก จากการที่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมเงินสดไว้เพื่อชำระภาษีในไตรมาส 3 ปีนี้

ในวันเดียวกับมติ 7 ต่อ 3 เสียงในคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟดแตกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนที่หนึ่ง มี 2 เสียงให้คงดอกเบี้ยตามเดิม ส่วน่ที่สอง เป็น 1 เสียงให้ลดดอกเบี้ยลง 0.5% และส่วนที่สาม เป็นเสียงส่วนใหญ่ให้ลดดอกเบี้ยลง 0.25% ลงที่ 1,75-2.0% ตามที่ตลาดคาดการณ์

โดยที่เอริค โรเซนเกรน ประธานเฟดสาขาบอสตัน และเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัส ซิตี้ มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันนี้ ขณะที่เจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ สนับสนุนให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ยอย่างก้าวกระโดด

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ได้ตอบสนองต่อมติการลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ของเฟด แต่เฟดกลับไม่ได้ส่งสัญญาณในทิศทางดอกเบี้ยครั้งต่อไป ถึงแม้ตลาดจะเรียกร้องให้มีการปรับลดอีก 1 ครั้งปลายปีนี้ โดยเจอโรม พาเวล เปิดเผยว่าจะดำเนินนโยบายการเงินตามความจำเป็นทางเศรษฐกิจ แต่ขณะนี้ยังมองไม่เห็นความจำเป็นดังกล่าว

ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีมติเอกฉันท์ 9-0 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.75% ตามการคาดการณ์ของตลาดท่ามกลางความเสี่ยงที่อังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีการทำข้อตกลง Brexit (No-deal) จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอังกฤษชะลอตัวลง

โดยสอดคล้องกับ OECD ที่ระบุว่า No-deal Brexit จะส่งผลทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษลดลง 3.0% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า สวนทางกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่จะพุ่งขึ้น ทั้งนี้ GDP อังกฤษตามการคาดการณ์ของตลาดจะขยายตัวที่ 1.0% ในปีนี้ และที่ 0.9% ในปีหน้า

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ได้ขีดเส้นตายอังกฤษยื่นข้อเสนอ Brexit ใหม่ก่อนสิ้นกันยายนนี้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษและ EU ก็จะยุติลง

เพื่อยืนยันในเรื่อง Backstop ซึ่งเป็นนโยบายรับประกันว่า จะไม่มีการกลับไปใช้มาตรการควบคุมชายแดนอย่างเข้มงวดระหว่างไอร์แลนด์เหนือที่เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของอังกฤษ กับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ที่เป็นรัฐสมาชิกของ EU เนื่องจากเรื่อง backstop ถือเป็นประเด็นที่อ่อนไหวในการเจรจาระหว่างอังกฤษและ EUตลอดช่วงเวลา 3 ปีที่มีการเจรจากัน

ดังนั้น มีความเป็นไปได้ที่อังกฤษจะออกมาจาก EU อย่างมีข้อจกลง Brexit แม้จะยังเลือนลาง เพราะบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะต้องขอเลื่อนการเจรจา Brexit ออกไปอีก 3 เดือน จากวันที่ 31 ตุลาคม ไปเป็น 31 มกราคม 2020 ตามการลงมติในสภาของอังกฤษนั้น ส่งผลให้ค่าเงินกลับทิศทางที่แข็งค่าขึ้นมาแตะระดับ 1.2446 ดอลลาร์ต่อปอนด์ หลังจากที่ร่วงลงไปก่อนหน้านี้ที่ 1.137 ดอลลาร์ต่อปอนด์[/restrict]

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News