HomeEditor's Pickพิษ”บาทแข็ง” รุนแรงกว่า3สารพิษ

พิษ”บาทแข็ง” รุนแรงกว่า3สารพิษ

“เงินบาทแข็งค่า”กลายเป็น”ทอล์กออฟเดอะทาวน์”เท่าที่สดับตรับฟังนักธุรกิจไม่ว่าแวดวงไหนก็พูดเหมือนกันว่าสร้างความเสียหายและเป็นปัญหากับธุรกิจมากมาย ทั้งส่งออก เกษตร ท่องเที่ยว ต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า

ปรกติค่าเงินของประเทศจะแข็งต่อเมื่อเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆมีปัจจัยพื้นฐานที่เข้มแข็ง เช่น มีอัตราการขยายตัวที่ดี เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ นักลงทุนมีความเชื่อมั่น ทำให้ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ประเทศมีรายได้และเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาก ค่าเงินจึงแข็ง

สำหรับประเทศไทยนั้นตรงกันข้ามแบบหน้ามือกับหลังมือ ที่ผ่านมาปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยก็ไม่เข้มแข็ง อัตราการขยายตัวต่ำ การใช้จ่ายและกำลังซื้อในประเทศก็อ่อนแอ ภาคธุรกิจไม่ลงทุน หนี้ครัวเรือนสูง การส่งออกและการท่องเที่ยวชะลอตัวจากผลของเศรษฐกิจโลกและค่าเงิน เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศก็ชะลอ

- Advertisement -

นับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมาปรากฏว่าเงินบาทแข็งค่ามาอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นเพราะเศรษฐกิจไทย”ติดกับดัก”การขยายตัวต่ำเป็นเวลานาน ภาครัฐและเอกชนก็ไม่ลงทุน เมื่อไม่มีใครลงทุนประเทศก็ไม่มีฐานการผลิตใหม่ๆที่จะขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโต เมื่อเศรษฐกิจไม่โตการใช้จ่ายก็ไม่โตตาม ทำให้”ดุลบัญชีเดินสะพัด” ซึ่งเป็นความแตกต่างระหว่างรายได้จากการส่งออกและการท่องเที่ยวกับรายจ่ายจากการนำเข้าสินค้าและบริการก็เลย”เกินดุล” เท่ากับยิ่งกดดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง

ช่วงปี 2558-2562 ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย เกินดุลรวมแล้วกว่า 179 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5.4 ล้านล้านบาททำให้ปี 2562 ที่ผ่านมา บาทแข็งค่าถึง 7.6% ถือว่าเป็นการแข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาค และย้อนไป 4 ปีก็พบว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นถึงราว 20%เลยที่เดียวจึงเป็นที่มาว่าค่าเงินบาทแข็งที่สุดในปฐพี

แต่ที่เป็นปัญหาใหญ่เนื่องจากรายได้หลักของประเทศไทยผูกชีวิตไว้กับการส่งออกและการท่องเที่ยว ราวๆ80%ของจีดีพี. ลองคิดคำณวนตัวเลขกลมๆปีหนึ่งๆ เราส่งออกมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แค่บาทแข็งขึ้น 1 บาท รายได้หายวับไปกับตาทันที 2 หมื่นล้านบาท

เมื่อเงินบาทแข็งส่งผลให้สินค้าส่งออกจากไทยแพงขึ้นเทียบกับสินค้าต่างประเทศ ทำให้แข่งขันไม่ได้ การส่งออกปีที่แล้วจึงติดลบ คาดว่าเงินบาทแข็งมีผลกระทบธุรกิจในปี 2562 เสียหายไปแล้ว 1.7 หมื่นล้านบาท. ส่งออกกำไรหดกว่า 6.6 หมื่น ล้านบาท
ธุรกิจท่องเที่ยวเมื่อต้องเผชิญกับเงินบาทแข็งค่าที่สุดในภูมิภาคนี้ ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับเพื่อนบ้านได้ เนื่องจากเงินที่นักท่องเที่ยวต่างชาติแลกเงินมาใช้จ่ายในไทยในมูลค่าเท่าเดิมแต่ในปีนี้จากบาทแข็งค่า แลกเงินบาทได้เงินลดลงทันที 10-20% ในสายตาต่างชาติการมาเที่ยวไทยแพงขึ้นจึงหันไปเที่ยวที่อื่นแทน

ตรงกันข้ามเงินบาทแข็งกลายเป็นผลร้ายทำให้คนไทยแห่ไปเที่ยวเมืองนอกมากขึ้นเพราะเงินเท่าเดิมไปแลกเงินต่างประเทศถูกลงนั่นเอง คาดว่าปีนี้คนไทยเที่ยวนอกทะลุ13ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นั่นเท่ากับว่า เราเสียหาย2 เด้งนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้เงินบ้านเราน้อยลงแต่คนไทยกลับขนเงินไปใช้ต่างประเทศมากขึ้น

ในฟากของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ขายให้กับต่างประเทศ ซึ่งจีนเป็นตลาดใหญ่ แห่ทิ้งจองไปเป็นอันมาก เพราะถ้าจะโอนต้องใช้เงินมากกว่าทำให้การจองปีนี้ก็เลยตกลงกำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมา

แต่ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงนั่นคือบรรดาเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาต่างได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งกันถ้วนหน้า เนื่องจากราคาตลาดโลกกำหนดราคาสินค้าเกษตรเป็นดอลลาร์ ดังนั้น เมื่อค่าเงินบาทแข็ง ย่อมจะทำให้รายได้สินค้าเกษตรที่แปลงเป็นสกุลบาทเป็นจำนวนเงินน้อยลง เกษตรกรจึงจะได้เงินบาทกลับมาใส่กระเป๋าน้อยลง นั่นเอง

จะเห็นว่าพิษสงจากค่าเงินบาทรุนแรงแค่ไหน ทุกครั้งที่ค่าเงินบาทแข็งขึ้น ทำให้ส่งออกของไทยลดลง ท่องเที่ยวหดตัว เกษตรกรที่ส่งออกสินค้าต่างๆ ก็จะได้เงินบาทน้อยลง กำลังซื้อเกษตรกรจึงฟื้นยากเศรษฐกิจฐานรากจึงไม่กระเตื้อง

ค่าเงินบาทจึงไม่ใช่ปัญหาแค่นักธุรกิจ ชาวบ้านที่ทำนา ทำไร่ ก็โดนหางเลขไปด้วย แถมออกฤทธิ์รุนแรงกว่า 3สารพิษเสียอีก ทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตายมากกว่าหลายเท่า

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News