HomeOpinionsสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย”มาเร็วกว่าที่คิด”

สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย”มาเร็วกว่าที่คิด”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เขย่าบอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐระยะยาวร่วงลงหนัก มาแตะที่ 2.18% สำหรับบอนด์อายุ 10 ปี และแตะระดับ 2.62% สำหรับบอนด์อายุ 30 ปี เนื่องจากมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกทั้งหมดในอัตรา 5% และยังขู่อาจเพิ่มขึ้นถึง 25% ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐมากขึ้น

การดิ่งตัวลงของอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ระยะยาวตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมจากความตึงเครียดของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ จากการปรับขึ้นอัตราภาษี 10% เป็น 25% และยังเตรียมการที่จะปรับขึ้นอีกในมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะลุกลามรุนแรงมากขี้น เมื่อผู้นำสหรัฐเปิดศึกสงครามเทคโนโลยีในการสกัดกั้นนการขยายเครือข่ายคลื่น 5G ของหัวเว่ย เทคโนโลยี ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ที่สุดของจีนอีกด้วย 

โดยที่หัวเว่ยประเมินว่า มาตรการสกัดกั้นเครือข่าย 5G ของจีนนั้น นอกจากจะส่งผลกระทบต่อซับพลายเออร์ในสหรัฐแล้ว ยังส่งผลต่อซับพลายเออร์ทั่วโลกรวมมากกว่า 1,200 ราย และส่งผลต่อผู้บริโภคทั่วถึง 3.100 ล้านคนใน 170 ประเทศทั่วโลก

- Advertisement -

ดังนั้น นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจต่อทิศทางเศรษฐกืจสหรัฐว่าอาจจะเกิดภาวะถดถอยในระยะเวลาอันใกล้นี้ บรรยากาศในตลาดบอนด์รัฐบาลสหรัฐจึงเกิดภาวะที่ถือว่าเป็น Inverted Bond Yield ซี่งหมายถีงดอกเบี้ยระยะยาวปรับตัวลดลงต่ำกว่าดอกเบี้ยระยะสั้น คือ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Fed Fund Rate) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระดับ 2.25-2.50% ในขณะนี้

โดยประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั้งหมดจากเม็กซิโก ในอัตรา 5% จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสกัดการไหลทะลักของผู้อพยพผิดกฎหมายจากเม็กซิโกที่ข้ามพรมแดนเข้ามาในสหรัฐ

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเตือนอีกว่า ภาษีนำเข้าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมายจะได้รับการแก้ไข และอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกอาจจะเพิ่มขึ้นจนถึงระดับ 25% ในวันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไปจนกว่าปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมายดังกล่าวจะยุติลง

ท่ามกลางเศรษฐกิจส่งสัญญาณอ่อนแอ และตลาดหุ้นวอลล์สตรีททรุดตัวลง นักกลงทุนเริ่มคาดหวังว่า เฟดจะหั่นดอกเบี้ย 2 ครั้ง หากเศรษฐกิจซบเซาลง 

นอกจากนี้ ในรายงาน FedWatch ล่าสุด พบว่า นักลงทุน 63% เชื่อโอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และ 62% คาดมีโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนมกราคมปี 2020  

ขณะที่ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า ดอกเบี้ยระยะสั้นจะอยู่ที่ระดับ 2.1% ภายในปลายปีนี้ จากระดับปัจจุบันที่ระดับ 2.25-2.50% ขณะเดียวกับที่บอนด์ยึลด์อายุ 10 ปีของรัฐบาลสหรัฐยังคงเคลื่อนไหวต่ำลงที่ 2.17% ในเช้าวันศุกร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2017

ก่อนหน้านี้ เฟดได้เปิดเผยงานวิจัยที่ชี้ว่า การปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนรอบล่าสุดของสหรัฐ จะทำให้ค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนรายปีอยู่ที่ 831 ดอลลาร์ 

นอกจากจะส่งผลให้เกิดภาระภาษีที่เพิ่มเติมมากขึ้นต่อผู้บริโภคแล้ว ยังจะส่งผลกระทบเป็นการสูญเสียต่อประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะกระทบต่อการขยายตัวทางเทรษฐกิขที่ชะลอตัวลงถึง 0.5% อีกด้วย 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News