HomeEditor's Pickปัจจัยบวกไม่ทันไร ข่าวร้ายก็ตามมา

ปัจจัยบวกไม่ทันไร ข่าวร้ายก็ตามมา

ใกล้ปีใหม่สำนักวิจัยเกือบทุกสำนักต่างฟันธงทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยไปในทางลบเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะความขัดแย้งในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่พันตูดุเดือดเลือดพล่านกันมาตลอดปีนี้ มีแนวโน้มจะลากยาวและยกระดับความเข้มข้นในปีหน้า

นับว่าโชคดีเล็กๆที่ยังไม่ทันข้ามปีสถานการณ์กลับพลิกกลับไปในทางส่งสัญญาณที่ดีเมื่อสหรัฐและจีนสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากันได้และประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ของสหรัฐยินยอมเซ็นเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นข่าวดีส่งท้ายปีแม้จะเป็นแค่เฟสแรก ก็ตาม
ทั้งนี้ จีนได้ตกลงที่จะซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐในวงเงิน 5 หมื่นล้านเหรียญ ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ตอนแรกที่ 4 หมื่นล้านเหรียญจึงทำให้ทางสหรัฐยอมตกลง และทั้งคู่สามารถตกลงกันได้เรื่องการลดภาษีปัจจุบันและการไม่ขึ้นภาษีวันที่ 15 ธันวาคมนี้แล้ว

สำหรับรายละเอียดสำคัญ 5 ข้อของสัญญาการค้าเฟสที่ 1มีดังนี้
1) สหรัฐยกเลิกการขึ้นภาษีวันที่ 15 ธันวาคมนี้ออกไป ซึ่งช่วยให้สินค้าจีนกว่า 1.6 แสนล้านเหรียญไม่โดนขึ้นภาษี
2) สหรัฐลดภาษีปัจจุบันต่อสินค้าจีนลง 50% มูลค่ารวมกว่า 3.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
3) จีนสัญญาจะซื้อสินค้าเกษตรวงเงิน 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
4) จีนสัญญาที่จะหยุดยั้งการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา และตั้งกฏให้เข้มงวดขึ้น
5) ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะไม่ใช้การปรับลดสกุลเงินมาเป็นอาวุธทางการค้า

- Advertisement -

เมื่อทั้งคู่เจรจาสงบศึกกันได้ระดับหนึ่งย่อมจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลกทั้งในเรื่องของราคาน้ำมันคงดีดขึ้น ส่วนตลาดหุ้นน่าจะมีทิศทางไปในทางบวก

ในเวลาไล่เลี่ยกันผลการเลือกตั้งทั่วไปของสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา “พรรคคอนเซอร์เวทีฟ” กลับมาครองเสียงข้างมากในสภาฯได้อีกครั้ง นั่นแปลว่า “บอริส จอห์สัน” กลับมานั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการ “เบร็กซิต” ได้ตามแผนการเดิม

นายจอห์นสันได้เปิดเผยหลังทราบผลการนับคะแนนเบื้องต้นว่า “ดูเหมือนว่า รัฐบาลคอนเซอร์เวทีฟของประเทศนี้ได้รับการมอบอำนาจใหม่ให้ทำเบร็กซิตอีกครั้งพร้อมทั้งให้สัญญาว่า จะมุ่งมั่นทำงานเพื่อตอบแทนความไว้วางใจผู้ที่ลงคะแนนเสียง โดยจะผลักดันเบร็กซิตให้สำเร็จแบบ “ไม่มีถ้าและไม่มีแต่”อีกต่อไป

จาก2กรณีนี้ก็น่าจะเป็นปัจจัยบวกสำหรับเศรษฐกิจโลกปีหน้าโดยเฉพาะผลการเจรจาสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ช่วยให้เศรษฐกิจของมหาอำนาจอันดับ1 และ 2 ของโลก มีแนวโน้มแจ่มใสขึ้น น่าจะทำให้ประเทศเล็กๆรวมทั้งไทยได้รับเนื้อนาบุญบ้าง เฉพาะอย่างยิ่ง”การส่งออก”น่าจะพอโงหัวขึ้นได้หลังจากปีนี้ติดลบเกือบทั้งปี

มีสัญญาณข่าวดีจากกรณีปัจจัยภายนอกส่งสัญญาณเป็นบวกไม่ทันไรก็สัญญาณข่าวร้ายจากปัจจัยภายในกลับสวนทางไปทางลบอย่างไม่นาเชื่อ เพราะเริ่มส่อเค้าว่าปัญหาการเมืองที่สงบมาพักใหญ่จะขัดแย้งขึ้นมาอีก เมื่อ กกต.ได้มีมติเสียงข้าง ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา”ยุบพรรคอนาคตใหม่”จากกรณีการกู้ยืมเงินจาก”นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคเป็นจำนวนเงิน 191 ล้านบาทถือเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 72 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

พลันที่กกต.มีมติดังกล่าว นายธนาธรพร้อมด้วยแกนนำพรรคอนาคตใหม่ สมาชิกพรรคและผู้สนับสนุนได้เปิดยุทธการ”แฟล็ชม็อบ”ที่สกายวอล์คกลางใจเมือง ซึ่งคนมาร่วมคึกคักพอสมควร แฟล็ชม็อบครั้งนี้แค่วอร์มๆลองเชิงก่อนแต่ของจริงจะนัดชุมนุมกันใหม่หลังปีใหม่ ยิ่งหากมีการประกาศยุบพรรคอนาคตใหม่จริงๆเดาไม่ออกว่าสถานการณ์จะออกไปในทางไหน แต่อย่างน้อยๆเป็นการส่งสัญญาณค่อนข้างลบสำหรับเศรษฐกิจไทยในปีหน้าแน่ๆ

น่าเสียดายที่ปัจจัยภายนอกเริ่มดี แต่ปัจจัยภายในกลับมาสู่วงจรเดิมๆซ้ำซาก ถึงวันนั้นเศรษฐกิจไทยอาจจะไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น จริงๆ

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News