HomeEditor's Pickรวยกระจุกจนกระจาย...แล้วจีดีพี.หล่นเข้ากระเป๋าใคร

รวยกระจุกจนกระจาย…แล้วจีดีพี.หล่นเข้ากระเป๋าใคร

ในรอบทศวรรษที่ผ่านมาอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยอยู่ในสภาพโตต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาตลอด จีดีพี.โตอยู่แถวๆ 3-4% เป็นส่วนใหญ่ แม้เศรษฐกิจไทยไม่ได้เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้เงินในกระเป๋าคนไทยไม่ได้เพิ่มตาม แต่มีคนรวยไม่กี่ตระกูลกลับร่ำรวยเพิ่มขึ้น เรียกว่าผลตอบแทนสูงกว่าจีดีพี.เยอะมาก ต้องถามว่าแล้วที่ผ่านมาจีดีพี.ที่โตขึ้นส่วนใหญ่ไปตกในกระเป๋าใคร

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมเราตอนนี้ เศรษฐีรวยเอาๆ ขณะที่คนจนจนลงเรื่อยๆ ความเหลื่อมล้ำก็ยิ่งถ่างห่างขึ้นเรื่อยๆ ความมั่งคั่งจะตกไปอยู่ในมือของเจ้าของทุนทั้งหมด แล้วทุนกลุ่มนี้ก็คือกลุ่มทุนผูกขาด ทุนที่ทำธุรกิจกับรัฐไม่กี่ตระกูลเท่านั้น

[restrict]ปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการกระจายรายได้ให้เท่าเทียมจึงกลายเป็นปัญหาโลกแตกที่ทุกวันนี้ยังแก้ไม่ตกและนับวันปัญหานี้ยิ่งถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในด้านวิชาการมีงานวิจัยล่าสุดจาก เควิน เฮวิสันศาสตราจารย์กิตติคุณด้านเอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไรนา ที่แชปเปลฮิลล์ และอาจารย์พิเศษที่ศูนย์ศึกษามาเก๊า มหาวิทยาลัยมาเก๊า ทำการศึกษาครอบครัวเศรษฐี 30-50 ตระกูลดังของไทย ระบุว่าครอบครัวเหล่านี้สามารถเติบโตเอาชนะสภาวะเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

- Advertisement -

งานชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านเอเชียร่วมสมัย  อาศัยการวิเคราะห์อันดับจากนิตยสารฟอบส์ของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2523 มาจนถึงปัจจุบัน  โดยมองความเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องการดำเนินธุรกิจ วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเรื่องอื่นๆ นำมาเป็นปัจจัยประกอบเพิ่มเติม

ความรวยของครอบครัวเหล่านี้ รวยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเอาชนะการเติบโตทางเศรษฐกิจในทุกสภาพ ไม่ว่าจะชะลอตัวหรือไม่ โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ถึง พ.ศ. 2562 ครอบครัวเหล่านี้รวยมากขึ้นถึง 7 เท่า และสำหรับครอบครัวในอันดับที่ 31-40 ของฟอบส์ รวยมากขึ้นถึง 9.3 เท่า ในขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ (GDP) ช่วงเดียวกัน เติบโตเพียง 2.2 เท่า ส่วนค่าแรงขั้นต่ำเติบโตเพียง 1.8 เท่า

งานวิจัยชิ้นนี้ยังระบุอีกว่า สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการลงทุนที่ต่อเนื่องและอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม แม้ว่าจะมีกิจการหลักเพียงอันเดียวก็ตาม นอกจากการลงทุนที่หลากหลายในหลากอุตสาหกรรมแล้ว กิจการของครอบครัวเหล่านี้ยังปรับเปลี่ยนไปตามสภาพเศรษฐกิจด้วย อย่างเช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์หรือ “ซีพี.”ของตระกูลเจียรวนนท์ หันไปลงทุนในประเทศจีนมากขึ้น และลงลงทุนในกิจการค้าปลีก การขนส่ง และอื่นๆ อีกมากมาย จากเดิมที่ลงทุนเฉพาะในด้านเกษตรกรรมภายในประเทศเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่เติบโตมากในระยะหลัง รวมถึงการเป็นเจ้าของที่ดินด้วย ซึ่งตระกูลสิริวัฒนภักดีมีที่ดินครอบครองมากถึง 630,000 ไร่

เห็นจากงานวิจัยแล้วจงอย่าได้แปลกใจที่ประเทศไทยติดอันดับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ในบรรดารายชื่อครอบครัวเศรษฐีเหล่านี้ ถ้ารวม 5 อันดับเข้าด้วยกัน ความมั่งคั่งและความรวยจะเท่ากับอีก 25 ตระกูลรวมกัน และรายชื่อของตระกูลเหล่านี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยกเว้นในช่วงหลังที่ประเทศไทยเปิดเสรีมากขึ้น ตัวเลขในปี 2559 ระบุว่า ตระกูลเหล่าร่ำรวยนี้ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุด 1% ในประเทศ ครอบครองทรัพย์สินและความมั่งคั่ง 58% ของทั้งประเทศ แพ้อินเดียไป 0.4% เท่านั้น

ฉะนั้นหากจะว่ากันตามความจริงแล้ว ถ้าดูแค่จีดีพี แม้ไม่ได้อยู่ในระดับที่ถดถอย แต่หากดูลึกถึงไส้ในจริงๆจะรู้ว่า ประชาชนมีเงินในกระเป๋าจริงๆ เท่าไหร่ ในความเป็นจริงที่ผ่านมาเงินในกระเป๋าประชาชนไม่ได้เพิ่มขึ้น จากข้อมูลรายได้ของเกษตรกรที่ปลูกข้าวนั้นพบว่า ลดลง 28.7 % เทียบกับไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว

ธุรกิจเอสเอ็มอีซึ่งเป็นกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก ตอนนี้หนี้เสียพุ่งสูงที่สุดเกือบ 5% เมื่อเทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่กับหนี้ส่วนบุคคล ที่ทำให้สัดส่วนของหนี้เสียสูงขึ้น จีดีพีส่วนที่ขยายตัวจริงๆ ก็อาจจะพูดได้ว่า ไปกระจุกตัวอยู่ที่ภาคธุรกิจส่วนบน อยู่ในคนไม่กี่ตระกูล

ที่ผ่านมาแม้ว่าบางห้วงเวลาจีดีพีโตไปตามเศรษฐกิจโลก แต่ไม่ยกระดับคุณภาพชีวิตหรือแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้อย่างยั่งยืน ความจริงปัญหานี้มันเกิดขึ้นมานาน ที่รายได้ประชาชนไม่เพิ่มขึ้น จนเศรษฐกิจฐานรากซึมยาว ทางรัฐบาลก็พยายามที่จะพยุงแค่ตัวเลขจีดีพีให้กลับไปที่ 3% ขณะเดียวกันรัฐบาลควรจะต้องกลับมาดูปากท้องและเงินในกระเป๋าประชาชน เพื่อแก้ปัญหาชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง

จึงไม่แปลกใจแม้สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันจะโตต่ำเตี้ยเรี่ยดิน อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจก็ไม่ดี แต่บรรดาครอบครัวเศรษฐี 50 อันดับแรกของเมืองไทยกลับรวยเพิ่มขึ้นในอัตราสูงกว่าอัตราการเติบโตของจีดีพี. นี่คือที่มาของปัญหาโลกแตกรวยกระจุกจนกระจาย[/restrict]

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News