HomeEditor's Pickจับตา 2563 ปีแห่งความผันผวน(จบ)

จับตา 2563 ปีแห่งความผันผวน(จบ)

คราวที่แล้วได้นำเอาบทสรุปของแนวทางการวิเคราะห์ในการสัมมนาภายใน TMB Investment Forum ที่มีผู้บันทึก เอาไว้และได้นำมาแบ่งปันใน โซเชียล มีเดียซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์จึงนำมาเสนอให้ผู้ที่สนใจแต่เนื่องจากสาระค่อนข้างยาวไม่สามารถนำเสนอตอนเดียวจบจึงนำมาเสนอในวันนี้อีกวัน

สำหรับเนื้อหาสาระของ บทสรุปนั้นในวงสัมมนาระบุว่าในปี 2563 นั้น “ดอยซ์ แบงก์” ของเยอรมันมีความเสี่ยงจะล้มละลาย อาการหนักมาก เป็นของตระกูล “เวลเบิร์ก”ที่ควบคุมระบบการเงินโลกมากว่า 200 ปี และกำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยน มีความเสี่ยงจะล่มสลาย ส่วนหนึ่งมาจากการพังของตราสารอนุพันธ์

เรื่องของทองคำมีไม่พอ”หนุนหลัง” สกุลเงินตราของโลก ข้อนี้น่ากังวลจะมีความเสี่ยงของระบบค่าเงินต่างๆ ของโลก จะเห็นว่าธนาคารกลางสวิสและนอร์เวย์เข้ามาถือเหมืองทองคำเยอะขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มปริมาณสำรองทองคำที่ถืออยู่

- Advertisement -

ดังนั้นถ้าเกิดวิกฤติขึ้นมา ดอลลาร์สหรัฐฯ จะเสื่อมค่า ทองคำจะแข็งค่าขึ้น ซึ่งค่าเงินหยวนจีนมี “หนุนหลัง” สำรองทองคำไว้เยอะ หยวนจีนจึงดูปลอดภัย รวมไปถึงค่าเงินต่างๆ เช่น รัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์ ที่มีปริมาณสำรองทองคำสูง

ในแง่ของ”คริปโต เคอร์เรนซี่” บิตคอยน์จะไม่น่าลงทุน ข้อเสียคือบิตคอยน์ใช้ไฟฟ้าในการผลิตมากเกินไป โลกจะผลิตไฟฟ้าไม่ทัน จึงมองเป็นแค่ระบบเงินทางเลือกไม่ใช่เงินสกุลหลักในอนาคต ซึ่งจะมี”ดิจิตัล เคอร์เรนซี่” ที่ใช้ระบบ”บล็อกเชน” เข้ามาแทน ซึ่งไม่ใช่”คริปโตเคอร์เรนซี่” อย่างบิตคอยน์

ถ้าระบบFiat Currency พังและล้มรอบนี้ ธนาคารอังกฤษจะขึ้นมาแข็งแกร่งอีกรอบ ที่ผ่านมาอังกฤษดูอ่อนแอ แต่จริงๆ ไม่อ่อนแอ ตอนนี้กำลังทำ”ดิจิตอล เพย์เมนท์” ทำ “นิว ดิจิตอล เคอร์เรนซี่” จะเป็นเงินสกุลใหม่ของโลกหลังจากเกิดวิกฤติครั้งนี้

ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์อัตราดอกเบี้ย รีโป ขึ้น 8% ทันทีภายในวันเดียว เกิดจากการขาดสภาพคล่องของเงินดอลลาร์ ถือเป็นสัญญาณเตือนภัย จน ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องออกมารับซื้อพันธบัตรจากสถาบันการเงิน ทำ มินิ-คิวอี ทุกคนอยู่ในสภาวะ I Owe You หมด ไม่มีสภาพคล่อง พังเหมือนแชร์แม่มณี ไม่มีเงินใหม่ใส่เข้าไป

ข้ามมาในฝั่งไทยจะเกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ และอุตสาหกรรมใน EEC กำลังจะเกิดขึ้น และจะเชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟ สถานีบางซื่อจะกลายเป็น HUBใหญ่แห่งใหม่

ปี2563ให้ระวังการโตของ เอ็นพีแอล. ในฝั่งธนาคารพาณิชย์ให้ดี อาจจะเพิ่มสูงขึ้น เกิดต่อกันเป็นทอดๆ เหมือนห่วงโซ่ เช่น กรณีหุ้น PACE ที่ Defaultอีกทั้งต้องระวังเรื่องเงินทุนไหลออกจากตราสารหนี้ไทย ที่ผ่านมา ไหลเข้ามาเยอะมาก ค่าเงินบาทอาจจะสวิงไปถึง 35 จาก foreign reserve ลดลง

การพัฒนา สมาร์ท ซิตี้ของจีนจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก เรื่องของ Biometric และ Facial Recognition กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้านั้นการเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยี 5G จะเป็นแค่ทางผ่านไปสู่ 6G ที่มีการพัฒนายานพาหนะแบบไร้คนขับ จนนำไปสู่ 7G ที่เป็นการควบคุมบังคับอากาศยานแบบไร้คนขับ ในปี 2030-2035 ซึ่ง ณ ตอนนี้บริษัท แอร์บัส เริ่มพัฒนา รวมไปถึง อูเบอร์ และแกร็บ ที่อนาคตอาจจะเป็นคนบริหารระบบการให้บริการแบบไร้คนขับ ในอนาคต

ภายในปี 2023 จีนจะใช้เทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ รวมไปถึงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบไร้รอยต่อ One Belt One Road ทำให้อนาคต Fund Flow มีโอกาสไหลเข้ามาในฝั่ง A-Share มหาศาล เพราะเป็น IT Hub ของโลกที่จะใหญ่กว่าซิลิคอน วัลเลย์ ถึง 20 เท่า จีนจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยการลงทุนในอุตสาหกรรมคลาวด์ พวกดาต้า เซ็นเตอร์ โลจีสติกส์ และพวก อินฟรา ฟันด์ นั้นน่าสนใจ เพราะมีรัฐบาลหนุนอยู่

ทั้งหมดนี้เป็นการคาดการณ์ปรากฏการณ์ในปีนี้ จะถูกต้องแม่นยำเพียงใดก็คงจะได้เห็นกันในเร็วๆวันนี้ แต่เตรียมรับมือไว้บ้างก็ดี

อ่านเพิ่มเติม จับตา2563 ปีแห่งความผันผวน

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News