Home Opinions จุดจบไวรัสโคโรนา ... ทางรอดเศรษฐกิจไทย

จุดจบไวรัสโคโรนา … ทางรอดเศรษฐกิจไทย

คอลัมน์ China Inside-Out

จุดจบไวรัสโคโรนา … ทางรอดเศรษฐกิจไทย

___________________________________

ช่วงนี้ผมเดินทางไปไหนมาไหนหรือจับเข่าสนทนากับกลุ่มใด นอกจากการติดหน้ากากป้องกันฝุ่นและไวรัสแล้ว ยังต้องคอยตอบคำถามที่ผู้คนต่างสงสัยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือ ที่ได้ชื่อใหม่ว่า Covid-19 ในจีน เป็นอย่างไรบ้าง รัฐบาลจีนจะแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ และหากทำได้จริง สถานการณ์จะคลี่คลายและยุติลงเมื่อไร

เมื่อสอบถามคนจีนว่าเชื่อมั่นในรัฐบาลตนเองมากน้อยขนาดไหนว่าจะสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ ก็น่าจะได้รับคำตอบว่า คนจีนต่างมีระดับความเชื่อมั่นสูง

อันที่จริง ในห้วงหลายปีหลัง พี่น้องชาวจีนดูจะเชื่อมั่นกับผู้นำและรัฐบาลของตนเองสูงขึ้นมาก

ขณะที่ผู้นำและรัฐบาลของบางประเทศกลัวที่จะเสียคะแนนนิยม ไม่กล้าแจก “ยาขม” ออกมาตรการใดๆ ที่จะกระทบกับประชาชน หรือพยายามแก้ปัญหาหนึ่งอย่างไม่จริงจังและเป็นระบบ และนำไปสู่ปัญหาใหม่ จนทำเอาปัญหาที่มีอยู่มากมายในบ้านเมืองลุกลามจนยากที่จะเยียวยา

- Advertisement -

แต่ในกรณีของจีน ทันทีที่รัฐบาลจีนออกมาตรการที่เด็ดขาดภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสก่อนเทศกาลตรุษจีน และตามมาอีกเป็นระลอก ก็ยิ่งทำให้คนจีนเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจีน “เอาอยู่” และปัญหาดังกล่าวจะคลี่คลายในเวลาอันใกล้ ภาพลักษณ์ของผู้นำและรัฐบาลจีนกลับยิ่งสูงเด่น และได้รับเสียงสนับสนุนจากนานาประเทศ

จนเพื่อนสนทนาของผมรุกถามต่อว่า จีนประกาศปิดเมือง และคุมเข้มเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีจำนวนนับสิบล้านในแต่ละจุดแบบเบ็ดเสร็จได้อย่างไร

ผมยังไม่ทันเอ่ยตอบ ผู้ถามก็สาธยายว่าคงเพราะจีนเป็นเผด็จการ จีนเป็นประเทศใหญ่ และอีกนานาเหตุผล แต่แท้ที่จริงแล้ว ปัจจัยเหล่านั้นอาจเป็นผลเชิงลบต่อการบริหารงานของภาครัฐในยามวิกฤติได้ หากผู้นำและรัฐบาลไม่ได้มีรากฐานที่ดี

จีนมีระบบการจัดการที่ดี รัฐบาลจีนเข้มแข็งและเด็ดขาด การได้รับการยอมรับจากภาคประชาชน และอื่น ๆ นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นดังกล่าวยังนำไปสู่ความร่วมมืออันดีของประชาชน ลองคิดดูว่า ถ้าคนจีนแค่หยิบมือไม่เห็นด้วยและไม่ร่วมมือกับมาตรการที่รัฐบาลจีนกำหนดขึ้น จะเกิดอะไรขึ้น…

มาถึงจุดนี้ บางคนยังย้อนกลับมาคิดว่า หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในไทย บ้านเมืองคงวุ่นวายมาก

แต่เราไม่อาจ “โลกสวย” ได้ตลอดเวลาในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เพราะระดับความเชื่อมั่นดังกล่าวอาจแฝงไว้ซึ่งความคาดหวังที่สูงลิ่ว และแตกต่างจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง

ท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงสภาพเทศกาลตรุษจีนว่า “ปีนี้เงียบมาก” สะท้อนว่าจีนยังมีปัญหาใหญ่รออยู่ และต้องการปลุกให้พี่น้องคนจีนร่วมมือร่วมแรงกันฟันฝ่าปัญหานี้ไปด้วยกัน

เครดิตภาพ: xinhua net

ท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงสภาพเทศกาลตรุษจีนว่า “ปีนี้เงียบมาก” สะท้อนว่าจีนยังมีปัญหาใหญ่รออยู่ และต้องการปลุกให้พี่น้องคนจีนร่วมมือร่วมแรงกันฟันฝ่าปัญหานี้ไปด้วยกัน

รัฐบาลกำหนดให้ผู้คนต้องสวมหน้ากากทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน หากฝ่าฝืนจะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาด การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยอาศัยกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถและทำงานป็นทีม พร้อมสารพัดเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย ทำให้รัฐบาลควบคุมผู้คนกว่าพันล้านได้อยู่หมัด

บ่อยครั้งยังพบว่าคนจีนพร้อมรักษาสิทธิ์ของตัวเอง เพื่อนบ้านบางรายอาจแอบถ่ายภาพและโทรร้องเรียนหน่วยงานภาครัฐ เมื่อเห็นเพื่อนบ้านออกนอกที่พักโดยไม่สวมหน้ากาก เพราะนั่นอาจทำให้เพื่อนบ้านพลอยต้องเสี่ยงไปด้วย โดยหากพบว่าคนที่พักในอาคารติดเชื้อ คนอื่นๆ จะพลอยถูกตรวจสอบด้วย

ขณะที่ผมปั่นต้นฉบับอยู่นี้ แหล่งชุมชนและท้องถนนในจีนส่วนใหญ่ยังคงเงียบเหงา มีเจ้าหน้าที่สังเกตุการณ์ประจำอยู่เป็นจุด ๆ ผู้คนเลือกที่จะเดินยืดเส้นยืดสายและขับรถยนต์ส่วนตัวไปซื้อหาอาหารและของใช้จำเป็นในช่วงกลางวัน

เครดิตภาพ: xinhua net

ร้านค้าขนาดเล็กและร้านอาหารริมทางเท้าส่วนใหญ่ยังปิดให้บริการ บางร้านอาจมีแผ่นประกาศของหน่วยงานภาครัฐมาติดหน้าประตูว่า “ปิดให้บริการจนกว่าจะได้รับอนุญาตให้เปิด”

เท่าที่รวบรวมข้อมูลจากเครือข่ายพอสรุปได้ว่า ในแต่ละเมือง มีร้านเปิดเพียงราว 15-20% ของทั้งหมด ทำให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยม คิวรอจ่ายเงินดูจะยาวกว่าเวลาปกติ โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน ราวกับพบเจอแคมเปญลดราคาครั้งใหญ่

ผมลองติดต่อขอจองห้องพักโรงแรมที่เซี่ยงไฮ้ พนักงานก็แนะนำว่า อย่าเพิ่งเข้าพักเพราะได้ข่าวกระเซ็นกระสายมาว่า ทางการอาจกำหนดให้ลูกค้าเข้าพักอย่างน้อย 14 วัน และมั่นใจว่าไม่ติดเชื้อไวรัส จึงจะเช็คออกได้

ที่น่าสนใจก็คือ สัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนจีนเริ่มเรียนตามปกติ แต่ปรับระบบให้ “เรียนทางไกล” โดยมีตารางเรียนอิเล็กทรอนิกส์ คู่มือ พร้อมคำแนะนำในการดูแลสุขภาพจัดส่งให้นักเรียนแต่ละคน ในชั้นนี้ กระทรวงศึกษาธิการจีนกำหนดให้เรียนทางไกลไปจนถึงเดือนพฤษภาคมกันเลยทีเดียว

ขณะที่มหาวิทยาลัยยังไม่มีคำสั่งเปิดการเรียนการสอน และห้ามไม่ให้นักศึกษาต่างชาติเดินทางกลับไปจีนก่อนได้รับแจ้งเปิดเทอม หากใครเดินทางเข้าจีนก่อนกำหนด มหาวิทยาลัยจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

ในเมืองที่ไม่ได้ถูกสั่งปิดตาย ผู้คนสามารถเดินทางเข้าออกได้ คนไทยคนหนึ่งที่เดินทางกลับจากจีนเล่าให้ผมฟังว่า การเดินทางจากที่พักในตัวเมืองไปยังสนามบินต้องผ่านด่านตรวจถึง 3 จุด ไม่นับรวมการกรอกเอกสารด้านสุขอนามัยและการถูกตรวจสอบโดยเครื่องมืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ณ สนามบิน

ขณะที่ผู้ที่เดินทางกลับเข้าจีนในช่วงสัปดาห์ที่สองเดือนกุมภาพันธ์ให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ด้านสุขอนามัยขอความร่วมมือให้อยู่ในที่พักอีก 7-14 วัน ส่วนห้างร้านอนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้านต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยให้กลับมาทำงานในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นใจ เราอาจเห็นวิถีชีวิตของคนจีนกลับมาคึกคักขึ้นมาบ้างในช่วงสิ้นเดือนนี้

ทั้งนี้ ระยะเวลาของปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสดูจะเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับการคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจของจีนในปีนี้

หากทุกอย่างเริ่มกลับมาเป็นปกติในสิ้นเดือนมีนาคม เท่ากับว่า รัฐบาลจีนมีเวลา 9 เดือนในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ และดูเหมือนรัฐบาลจีนพร้อมปล่อยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เตรียมไว้เต็มกระเป๋าใหญ่อยู่แล้ว

แน่นอนว่าสิ่งนี้จะเกิดอานิสงส์ต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศพันธมิตร ฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่เดือนข้างหน้า จึงไม่เพียงแต่จะนำมาซึ่งความอบอุ่นของอากาศ แต่ยังอาจหมายรวมถึงความอบอุ่นทางเศรษฐกิจและจิตใจของผู้คนในจีนและอีกหลายประเทศทั่วโลกอีกด้วย

ขณะที่ความร้อนแรงของสารพัดปัญหาดูเหมือนกำลังถาโถมเข้ามาบ้านเราแบบไม่เว้นแต่ละวันนับแต่ต้นปี เครื่องยนต์เศรษฐกิจที่เดินไม่เต็มสูบ แรงกดดันทางการเมืองที่พุ่งทะยาน และปัญหาสังคมที่รุมเร้า ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า นอกจากการให้กำลังใจพี่น้องชาวจีนเพื่อให้เอาชนะไวรัสโคโรน่าแล้ว ดูท่าพวกเราก็ควรเป็นกำลังใจให้กันและกันเพื่อฟันฝ่าวิกฤติที่ต้องเผชิญในปีหนูทองนี้ด้วยเช่นกัน …

จงกั๋วเจียโหยว ไท่กั๋วเจียโหยว

(คนจีนสู้สู้ คนไทยสู้สู้)

 

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

จีนฝ่ากระแสมรสุม สู้โคโรนาไวรัส

เมื่อไวรัสโคโรนาถล่มจีน และ กระแสข่าวลวง

 

ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร BTCOL13
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน อดีตเคยดำรงตำแหน่งอดีตอัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงปักกิ่ง กระทรวงพาณิชย์ จึงมีความเชี่ยวชาญ และเข้าใจจีน ในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ประสบการณ์ที่สั่งสมจึงต้องการถ่ายทอดให้นักธุรกิจไทยได้เข้าใจและสามารถเจาะตลาดจีนได้ถูกทิศถูกทาง

Latest

‘สุพัฒนพงษ์’ ห่วงการเมืองกระทบเศรษฐกิจ ลั่นการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง

'สุพัฒนพงษ์' ชี้การเมืองต้องใช้การเมืองแก้ มองข้อเรียกร้องต่างๆของผู้ประท้วงแก้ไขได้โดยกลไกนิติบัญญัติชี้การเมืองกดดันผู้ใหญ่ ต้องช่วยกันดูแลประคอง เศรษฐกิจ จับจ่ายให้มากขึ้น นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นตนขอพูดในนามส่วนตัวไม่ใช่ในนาม รองนายกฯ หรือ รมว.พลังงาน ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง เป็นเรื่องที่เกิดจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ รัฐบาลเองก็มีความชัดเจนว่าเรื่องนี้หากกระทำในกรอบของกฎหมายก็คงไม่เป็นอะไรให้แสดงออกได้ แต่การกระทำที่นอกกฎหมายก็ต้องมีการดำเนินการ หลักการตรงนี้ต้องมีอยู่ ในเรื่องนี้รัฐบาลก็ต้องดูแล ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่รู้สึกก็คือเสียดายว่าวันนี้ประเทศไทยเพิ่งจะผ่านจากสถานการณ์โควิด-19 เหมือนกับทั่วโลกเป็นคนป่วยที่ยังต้องรักษาแต่ไทยเหมือนเราพ้นจากโควิด-19 มาได้เหมือนคนป่วยที่ออกมาพักฟื้นแล้วกำลังจะลุกเดินไปได้...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

SET ปิดตลาด -24.93 จุด ชี้ปัจจัยการเมืองในประเทศกดดันเสี่ยงหลุด 1,200 จุด

SET Index ปิดตลาด -1,208.75 จุด ปรับลง -24.93 จุด สวนทางตลาด หุ้น ต่างประเทศ โบรกฯ ชี้ปัจจัยการเมืองในประเทศกดดัน ประเมินแนวรับกรณีเลวร้ายที่สุด 1,140 จุด นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 ต.ค.63...

กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 31.00-31.35 จับตาทิศทางการเมืองในประเทศ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทาง ค่าเงินบาท ในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.35 ต่อดอลลาร์เทียบกับระดับปิดอ่อนค่าที่ 31.18 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 4.1 พันล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 2.5 พันล้านบาท ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญหลังมีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจโลกชะลอการฟื้นตัว และความไม่แน่นอนว่าสหรัฐฯ จะสามารถออกมาตรการกระตุ้นทางการคลังชุดใหม่ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. ได้หรือไม่ นอกจากนี้...

ก.ดิจิทัล ร่อนหนังสือขอผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต บล็อก Telegram

ช่วงเวลา 13.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกออนไลน์มีการเผยแพร่เอกสารลับ ของ กระทรวงดิจิทัลฯ ส่งไปถึง กสทช. ขอให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ระงับ การใช้บริการแอปพลิเคชั่น เทเลแกรม(Telegram) หลังจากเมื่อวานนี้(18 ต.ค.63)เพจเฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก-Free YOUTH โพสต์ข้อความ "ให้ผู้ชุมนุมเข้าร่วม กลุ่มแชท Telegram เพื่อสำรองการติดต่อสื่อสาร หากเพจถูกปิดดังข่าวที่ได้รับมา" อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ ? แต่...

Related News

ชัยชนะที่มาจากการไม่ยอมแพ้ต่อโควิด-19

คอลัมน์ China Inside Out ชัยชนะที่มาจากการไม่ยอมแพ้ต่อโควิด-19 ---------------------------------------- จีนมีขนาดใหญ่ (18 เท่าของไทย) มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก (20 เท่าของไทย) และถูกกดดันด้วยเงื่อนเวลา (ช่วงฉลองเทศกาลตรุษจีน) กอปรกับระดับความวิกฤติในแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกัน จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งยวดสำหรับรัฐบาลจีน อย่างไรก็ดี ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด-19 ที่สุดเฉียบของจีนได้กลายเป็นต้นแบบให้หลายประเทศได้เรียนลัดและนำไปประยุกต์ใช้ในการต่อสู้วิกฤตินี้ หากเราไล่เลียงการแก้ไขสถานการณ์วิกฤติในช่วงที่ผ่านมา ก็จะพบข้อคิดที่น่าสนใจหลายประการ ประการแรก หลังจากจีนพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสคนแรกที่เมืองอู่ฮั่นในช่วงต้นเดือนธันวาคม และแทนที่จะปล่อยให้มีข่าวลือที่อาจสร้างความตระหนกเพิ่มขึ้น รัฐบาลจีนเลือกที่จะสื่อสารข้อมูลเชิงรุกกับประชาชนอย่างโปร่งใส รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นระบบ ผ่านสื่อหลักของรัฐที่มีอยู่ในมือ...

พรรคคอมมิวนิสต์จีน … เบื้องหลังความสำเร็จของจีน

คอลัมน์ China Inside Out พรรคคอมมิวนิสต์จีน ... เบื้องหลังความสำเร็จของจีน ------------------------------------------------------ ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ที่โลกต่างเลือกแนวทางแก้ไขปัญหาในแบบของตน จีนกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบของความสำเร็จในการหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้อย่างเฉียบขาด หลายคนตื่นตะลึงกับการเติบใหญ่ทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด การบริหารจัดการประเทศที่มีประชาชนกว่า 1,400 ล้านคน และการเสริมสร้างภาพลักษณ์ผู้นำจนโดดเด่นในเวทีโลกในปัจจุบัน ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในหลายชาติตะวันตกในช่วงหลายปีหลังด้วยแล้ว ผู้คนก็เลยเกิดคำถามสงสัยขึ้นมาว่า อะไรคือปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการจัดการกับสารพัดปัญหาและเดินหน้าการพัฒนาอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว เฉียบขาด และต่อเนื่องของจีนดังกล่าว ระบอบการปกครองเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้คนหยิบยกขึ้นมา บางคนเอ่ยถึงความเป็นเผด็จการ แต่สำหรับผมแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นแก่นแท้ของความสำเร็จดังกล่าว พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นองค์กรหลักที่กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนประเทศ กำกับดูแลด้านความมั่นคง และนโยบายในการบริหารประเทศ ซึ่งกรณีนี้ก็อาจคล้ายกับพรรคการเมืองหลักของประเทศอื่น แต่กรณีของจีน เลขาธิการพรรคยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี...

เมื่อเด็กจีนเรียนออนไลน์

คอลัมน์ China Inside Out เมื่อเด็กจีนเรียนออนไลน์ ---------------------------------------------- หลังจากที่เล่าเรื่องราวที่จีนนำเอานวัตกรรมมากมายมาใช้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ได้แก่ ระบบการเรียนออนไลน์ ก็มีท่านผู้อ่านหลายรายสอบถามและขอให้ผมนำรายละเอียดมาแบ่งปันกับผู้อ่านเพิ่มเติมอีก ผมก็เลยติดต่อไปยังเครือข่ายในจีน และได้รับข้อมูลจากผู้ปกครองหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแอนนี่ มือการตลาดของดัชมิลด์ในนครเซี่ยงไฮ้ ที่กรุณาส่งข้อมูลที่น่าสนใจมาให้เป็นวัตถุดิบสำหรับบทความในวันนี้กัน ทันทีที่การแพร่ระบาดเกิดขึ้น รัฐบาลจีนก็สั่งให้สถาบันการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมหาวิทยาลัยปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 3 เดือนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน หลังจากนั้น กระทรวงศึกษาธิการจีนก็ได้มอบแนวปฏิบัติให้โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือต่ำกว่าปรับระบบการเรียนการสอนเป็นแบบทางไกล โดยให้เริ่มนำร่องใช้ระบบดังกล่าวภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ หรือเพียงไม่ถึง 3 สัปดาห์หลังเชื้อโควิด-19 เริ่มกระจายตัว พอหลังหยุดยาวตรุษจีน โรงเรียนก็ทยอยจัดส่งตารางเรียนพร้อมคู่มือข้อปฏิบัติที่มีตารางเวลากำกับโดยละเอียดให้แก่นักเรียนเพื่อการเตรียมตัว ข้อมูลหลายอย่างถูกใส่ไว้ในตารางเรียนและคู่มือมากกว่าที่เคยทำในโรงเรียน...

จีนขวิดโควิด-19 … กระเจิง

คอลัมน์ China Inside 0ut จีนขวิดโควิด-19 … กระเจิง ---------------------------------------------------------------------- หลังจากโควิด-19 แพร่ระบาดในจีนจนนำไปสู่การปิดเมืองและสารพัดมาตรการที่เข้มข้นแบบ “กล้ากินยาขม” ผ่านมาเพียง 3 เดือน โลกก็ต้องตื่นตะลึงที่เห็นสถานการณ์ในจีนเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ รัฐบาลจีนปรับมาตรการหนักเบาตามสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม เริ่มจากการ “สกัดการแพร่เชื้อ” ด้วยการปิดเมืองหลายแห่ง ยกเลิกกิจกรรมชุมชน และจำกัดการเดินทางและการพบปะของประชาชน รวมทั้งการปิดบ้านที่คนจีนต้องกักบริเวณตัวเองอยู่ในที่พักเป็นเดือนด้วยความอดทนราวกับเป็นผู้ต้องโทษ บุคลากรทางการแพทย์ ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา คนเหล่านี้อดสังสรรค์กับครอบครัว และไม่ได้ลิ้มรสอาหารอร่อยดังเช่นเคยทุกปี ภาพของนักรบชุดขาวที่ต้องแยกโต๊ะห่างกันขณะรับประทานอาหารกล่องที่แสนจืดชืด นอนคุดคู้บนเก้าอี้ในโรงพยาบาลและรถบัสรับส่ง และแยกจากครอบครัวโดยไม่รู้ว่าจะได้กลับไปพบเจอกันอีกหรือไม่...

นวัตกรรมจีนในยุคโควิด-19

คอลัมน์ China Inside Out นวัตกรรมจีนในยุคโควิด-19  ___________________________________           สิ่งหนึ่งผมประทับใจอย่างมากในการจัดการปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของจีนก็ได้แก่ การเห็นจีน “ปล่อยของ” นำเอานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและระบบดิจิตัลมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมและสร้างสรรค์ เราเห็นการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย และเตียงผู้ป่วยจำนวนมากในเวลาชั่วพริบตา หรือการแปลงสายการผลิตที่มีความยืดหยุ่นสูงของบริษัทชั้นนำจากเดิมที่ผลิตเครื่องปรับอากาศ รถยนต์ไฟฟ้า และอื่นๆ มาผลิตหน้ากากและเวชภัณฑ์ที่ขาดแคลนได้อย่างรวดเร็ว สนามจริงทดสอบนวัตกรรมจีน หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 จีนก็นำเอานวัตกรรมจำนวนมากที่เคยอยู่ในขั้นทดลองไปเริ่มใช้งานจริง จนถือว่าเป็นการใช้ระบบ 5G ในอาณาเขตที่ใหญ่ที่สุดในโลก การเรียนหนังสือทางไกลเป็นตัวอย่างแรกที่ผุดออกมา โดยโรงเรียนจัดส่งตารางเรียนพร้อมคู่มือข้อปฏิบัติอย่างละเอียดให้นักเรียนหลังหยุดยาวตรุษจีนในทันที แถมหลายสิ่งถูกเพิ่มเติมไว้มากกว่ามาโรงเรียน เช่น การระบุเวลาตื่นนอน รับประทานอาหาร เคารพธงชาติ...