HomeEditor's Pickแบน3สารพิษตัวเก่า ระวังเตะหมูเข้าปากหมา

แบน3สารพิษตัวเก่า ระวังเตะหมูเข้าปากหมา

หลังจากที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายแบน 3 สารพิษพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส  ส่วนตัวเห็นด้วยให้ยกเลิก 3สารพิษ แต่หากลองเปิดใจให้กว้างดูและฟังทุกฝ่ายอย่างรอบด้านไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภค ชาวไร่ หรือระดับนโยบายอาจจะเข้าใจทุกฝ่ายมากขึ้น กระทรวงเกษตรและกระทรวงอุตสาหกรรมที่ดูเหมือนกระอักกระอ่วนใจ เพราะ2กระทรวงนี้เป็นหนังหน้าไฟที่จะต้องรับมือกับชาวไร่นับล้านที่ได้รับผลกระทบ

 ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขที่หนุนให้เลิก ก็มีหน้าที่ในการดูแลสุขภาพประชาชน แต่คนเหล่านี้ไม่ได้รับผิดชอบชาวไร่ผู้ใช้โดยตรงว่าจะได้รับผลกระทบอย่างไร ได้ให้เห็นการทำงานระดับนโยบายที่กันแบบแยกส่วนต่างคนต่างทำ บางครั้งก็ทางใครทางมัน ไม่ได้เอาปัญหามาวางบนโต๊ะเอาข้อมูลมาดูกันตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำเพื่อหาทางออกร่วมกันด้วยความรอบคอบและชอบธรรมกับทุกฝ่าย  แต่งานนี้เสียงของคนปลายน้ำดังกว่า

จึงมีชาวไร่บางกลุ่มออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม แต่ก็ถูกตราหน้าจากสังคมให้ เป็นผู้ร้าย แรงกว่านั้นคือ ถูกกล่าวหาว่ารับเงิน ซึ่งก็อาจจะมีทั้งคนเดือดร้อนจริงๆและอาจเป็นตัวแทนของบริษัทสารเคมีก็ได้

ที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเล่าสู่ฟังเพาะเพิ่งได้คุยกับชาวไร่รายหนึ่งทำไร่ข้าวโพด ไร่มัน และไร่อ้อยรายไม่ใหญ่มากรวมๆกันสัก100กว่าไร่ เล่าให้ฟังว่า ปกติก็ใช้พาราคว็อต แต่เมื่อถูกแบนแล้วก็ต้องเลิกและหันไปใช้ตัวอื่นแทน เมื่อถามถึงราคาเธอบอกว่า พาราคว็อต ราคาแกลลอนละ 500 กว่าบาทแต่ตัวใหม่แกลลอนละ 700 กว่าบาท ต้นทุนคงเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่น ถามต่ออีกว่าในฐานะผู้ใช้คิดว่ามีผลต่างกันไหม เธอบอกว่าตัวใหม่นี้นอกจากจะแพงกว่าแล้วมีกลิ่นเหม็นกว่าอย่างขัดเจนแต่ก็ต้องใช้

เมื่อได้ฟังทำให้ความรู้สึกที่เคยคัดค้านแบบสุดลิ่มทิ่มประตูเริ่มมาฉุกคิดอีกมุมหนึ่ง งานนี้” เตะหมูเข้าปากหมา”หรือไม่ เราแบนแค่3สารพิษ แต่สารพิษยี่ห้ออื่นๆที่ไม่ถูกแบนซึ่งชาวบ้านต้องหันไปใช้ แม้ราคาแพงกว่าไม่ได้มีหลักประกันว่าไม่มีสารพิษทำลายสุขภาพ ทำไมไม่แบนทุกตัวทำไมแบนแค่ 3 ตัว

- Advertisement -

สะท้อนถึงการแก้ปัญหาของคนที่เกี่ยวข้องแบบสุดโต่งคิดแค่ จะ”แบน”หรือ”ไม่แบน”และไม่ได้เตรียมทางออกให้กับชาวไร่ที่ได้รับผลกระทบว่าจะรับมืออย่างไร แม้รัฐมนตรีบางคนจะออกมาบอกว่าให้ใช้พวกสารชีวภาพ แต่ในทางปฏิบัติว่าไม่รู้ว่าได้ผลมากน้อยแค่ไหน สารชีวภาพมีพียงพอกับความต้องการของชาวไร่หรือไม่ 

ก่อนหน้านี้มีข้อเสนอให้แยกการแบนสารพิษ ออกมาเป็น2กลุ่ม ผักผลไม้ ข้าว ที่ผู้บริโภครับประทานโดยตรงกลุ่มหนึ่ง พืชไร่ เช่น ข้าวโพด ปาล์ม ยางพารา และอ้อยอีกกลุ่มโดยห้ามใช้กับผัก ผลไม้ และข้าวอย่างเด็ดขาด แต่พืชไร่นั้นขอให้ผ่อนปรนการใช้ แต่ก็ได้รับการปฎิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย จากกลุ่มที่เรียกร้องแบน3สารพิษ

หากทุกฝ่ายไม่ยึดมั่นถือมั่นและแก้ปัญหาแบบสุดโต่งหรือเหมารวม ข้อเสนอนี้ก็น่ามาพิจารณายกเว้นอ้อยที่ต้องนำมาผลิตเป็นน้ำตาลสำหรับใช้บริโภคอาจจะรวมอยู่กับผักผลไม้ ส่วนข้าวโพด ปาล์ม ยางพารา นั้นก็น่าจะพออนุโลมได้ อย่างน้อยๆพืชไร่เหล่านี้ไม่ได้ใช้บริโภคโดยตรง และชาวไร่แต่ละรายปลูกพื้นที่ค่อนข้างมากต้นทุนสูงขึ้นจากนั้นแล้วค่อยๆกำหนดกรอบเวลาในการใช้ว่าจะใช้ต่อกี่ปี ค่อยๆลดลงเรื่อยๆเพื่อให้ชาวไร่ได้ตั้งหลักได้ 

กระทั่งอาจจะต้องจัดหาสารชีวภาพให้เพียงพอทุกฝ่ายหรืออาจจะต้องจ่ายเงินชดเชยเพื่อรักษาสุขภาพชาวบ้านก็ต้องทำเพราะคุ้มกว่าการปล่อยให้เจ็บป่วยแล้วมารักษาในการแก้ปัญหานั้น บางครั้ง”หักดิบ”หรือสุดโต่งด้านใดด้านหนึ่ง แก้ปัญหาหนึ่งได้แต่ก็จะเกิดปัญหาใหม่ตามมา แบน3สารพิษแต่ก็จะมีสารพิษตัวใหม่มาทดแทน

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News