HomeEditor's Pickเฟดอัดฉีดเงินครั้งใหญ่จนถึงกลางเดือนเม.ย.

เฟดอัดฉีดเงินครั้งใหญ่จนถึงกลางเดือนเม.ย.

เฟดใช้ Bazooka เป็นอาวุธหนักอุ้มตลาดการเงินสหรัฐ ด้วยการปั๊มเงินกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์แทรกแซงผ่านตลาดซื้อคืนบอนด์ (Repo) เมื่อวันพฤหัสฯ แต่ไม่ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ดิ่งลงอย่างรุนแรงเกือบ 10% ซึ่งหนักหน่วงเท่า ๆ กับช่วงเกิด Black Monday 1987

ขณะเดียวกันมีข่าวแพร่สะพัด เจโรม พาวเวล อาจจะยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ถูกกดดันอย่างหนัก เนื่องจากไม่สามารถปกป้องการดิ่งตัวลงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทมากกว่า 20% จากจุดสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ จนเข้าสู่ภาวะตลาดหมีในขณะนี้แล้ว

ท่ามกลางความตื่นตระหนกของนักลงทุน เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา และการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศห้ามการเดินทางของชาวยุโรปที่จะเข้าสู่สหรัฐเป็นเวลา 30 วัน หลังจากที่พบว่า ในสหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างน้อย 1,312 ราย รวมทั้งมีผู้เสียชีวิต 38 ราย ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั่วโลกในขณะนี้ 124,519 ราย และผู้เสียชีวิตมีจำนวน 4,607 ราย

- Advertisement -

ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งตัวลงถึง 10% ในวันพฤหัสฯ วันเดียว โดยมีการใช้ระบบ Circuit Breaker พักการซื้อขายหลังเปิดตลาดซื้อขายได้เพียง 15 นาที เป็นวันที่ 2 โดยดาวโจนส์ปิดที่ 21,200 ดิ่งลง 2,352.60 จุด หรือ 9.99% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,480 ดิ่งลง 9.51% และ Nasdaq ปิดที่ 7,201 ดิ่งลง 9.43% ล้วนตกอยู่ในภาวะตลาดหมีเช่นกัน

ขณะที่้เฟดมุ่งใช้อาวุธหนักเหมือนการใช้ Bazooka มุ่งอัดฉีด QE5 เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดการเงินอีก 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเฟดจะซื้อคืนบอนด์ (Repo) ระยะ 3 เดือนในวงเงิน 500,000 ล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสฯ และวันศุกร์ในวงเงิน 500,000 ล้านดอลลาร์

รวมถึงการซื้อคืนบอนด์ระยะ 1 เดือนในวงเงิน 500,000 ล้านดอลลาร์ จนถึงขณะนี้เฟดได้ซื้อบอนด์ผ่านตลาด Repo เป็นยอดเงินสะสมสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว

ขณะเดียวกันเฟดได้เพิ่มวงเงินระยะสั้นในตลาดซื้อคืนบอนด์ระยะ 1 วัน จากวันละ 100,000 ล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 150,000 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นเป็น 175,000 ล้านดอลลาร์

ส่วนการซื้อหลักทรัพย์ในวงเงิน 60,000 ล้านดอลลาร์ จะเพิ่มประเภทของหลักทรัพย์ที่ซื้อ ซึ่งจะรวมถึงตั๋วเงินคลัง หลักทรัพย์ที่อ้างอ้างเงินเฟ้อ และเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ นั้น เฟดจะเริ่มซื้อหลักทรัพย์ต่างๆ ดังกล่าวไปจนถึงวันที่ 13 เมษายน

สำหรับตลาดหุ้นยุโรปทรุดตัวลเกือบ 12% รุนแรงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2012 จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา และหลังจากที่สหรัฐประกาศห้ามการเดินทางจากยุโรป

โดยส่งผลให้อิตาลีและสเปนต้องประกาศกฎเหล็กห้ามการทำ Short Sales เป็นการชั่วคราว เนื่องจากหุ้นราคาหุ้นที่ดิ่งลง 17% และ 14% ตามลำดับ

ทั้งนี้ ดัชนี Stoxx Europe 600 ดิ่งลง 11.48% มาจากการที่ดัชนี CAC-40 ฝรั่งเศสปิดดิ่งลงถึง 12.28% ดัชนี DAX เยอรมนีดิ่งลง 12.24% และ FTSE 100 ลอนดอนร่วงลง 10.87% หลังจากนักลงทุนผิดหวังกับธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีการจัดประชุมนโยบายการเงินในวันพฤหัสฯ

ถึงแม้ว่า ECB ประกาศเพิ่มวงเงินในการซื้อบอนด์ ซึ่งเป็นมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อีกจำนวน 120,000 ล้านยูโรจนถึงสิ้นปีนี้ แต่ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% นับเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และคงดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ -0.50% ขณะที่คงดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 0.25%

ในส่วนของตาตลาดหุ้นเอเชียวันศุกร์นี้ ปรับตัวลดลงอย่างหนักตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์ก นับตั้งแต่เปิดตลาด โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้ใช้ระบบ Circuit Breaker เป็นระยะเวลาสั้น ๆ หลังดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ดิ่งลงหนักกว่า 8.14% เช่นเดียวกับดัชนีหุ้นไทยดิ่งลงมากกว่า 10.8% หลุดระดับดัชนีที่ 1,000 จุด ก่อนมีแรงซื้อคืนปิดตลาดยืนอยู่แดนบวก

Nikkei 225 ญี่ปุ่น ดิ่งลง 9.34% หลุดลงสู้ระดับ 16,826 ขณะที่หั่งเส็ง ฮ่องกง ดิ่งลง 6.80% เซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ร่วงลง 3.56% แต่เมื่อถึงช่วงท้ายปิดตลาด ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงระหว่าง 1.14% ถึง 6.08% ในส่วนของดัชนีหุ้นไทยพลิกกลับเป็นบวกยืนเหนือดัชนีที่ระดับ 1,118 เพิ่มขึ้น 3.72 จุดหรือ 0.31%

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News