HomeEditor's Pickเด็กเอ๋ยเด็กไทย

เด็กเอ๋ยเด็กไทย

วันเด็กกับคำขวัญวันเด็ก โดยนายกรัฐมนตรี ถูกจัดเป็น”แพคคู่”ต่อเนื่องกันมายาวนานถึง64 ปี นับเนื่องจากปี 2499 เรื่อยมา

“จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และส่วนรวม” คือวาทะกรรมคำขวัญวันเด็กชุดแรก ที่แจ้งเกิดสมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม

“เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย” คือชุดข้อความสวยหรูที่ถูกประดิษฐเป็นคำขวัญวันเด็กปีปัจจุบัน ปี 2563 โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

- Advertisement -

นับเนื่องจากคำขวัญวันเด็กปีแรก เรื่อยมาจนถึงคำขวัญวันเด็กปีล่าสุด รวมเบ็ดเสร็จแล้ว 56 คำขวัญ จาก 18 นายกรัฐมนตรี ล้วนกระจุกตัววนเวียนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่กับเรื่องที่เป็นปมปัญหาของ”ผู้ใหญ่” และ”ผู้ใหญ่” พยายามยัดเยียดใส่ให้เด็กในรูปลักษณ์ของคำขวัญ

เด็กเอ๋ยเด็กไทยแต่ไหนแต่ไรมา ในสายตาของผู้ใหญ่ไม่ต่างอะไรกับ”หุ่น”ที่ถูกผู้ใหญ่จับเชิดให้เป็นอย่างที่ผู้ใหญ่คิด..อย่างที่ผู้ใหญ่อยากให้เป็น

นักการเมืองที่ทำสงครามน้ำลายเรื่องงบประมาณรายจ่ายเกี่ยวกับอนาคตเด็กไทยกันอยู่ที่รัฐสภา ก็มีชุดความคิดติดหล่มความคร่ำครึดึกดำบรรพ์

ยุทธศาสตร์-แผนงาน-โครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพ ขีดความสามารถเด็กไทยเคยทำกันมายังไงในยุคอะนาล็อค…เดี๋ยวนี้ปากก็เจื้อยแจ้วเป็นยุคดิจิตอล ประเทศไทย4.0 แต่บรรดาแผนงาน-โครงการทั้งหลายแหล่กลับยังคงจมอยู่กับปลักความคิดแบบอะนาล็อค

สาระสำคัญในเอกสารงบประมาณว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพ ขีดความสามารถเด็กไทย ไม่ปรากฏรายการที่เกี่ยวโยงกับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุปกรณ์สารสนเทศร่วมสมัยอย่างโน้ตบุ๊ค…แทปเล็ต

บรรดาตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ ก็ยังหมกมุ่นอยู่กับตัวชี้วัดเชิงปริมาณ แต่หลบหลีกกลบเกลื่อนการกำหนดตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ
กลุ่มนักวิชาการวิชาเกิน รวมทั้งนักสิทธิมนุษยชนจำแลงทั้งหลาย ซึ่งมีภาพลักษณ์สวยหรูดูน่าเลื่อมใสก็อีหรอบเดียวกัน มีการตั้งวงถกประเด็น”Bully” หรือการกลั่นแกล้งรังแกกันเป็นเรื่องราวใหญ่โต

Bully ที่นักวิชาการวิชาเกินทั้งหลาย กำลังวิตกกังวลว่าเป็นภัยคุกคามต่ออนาคตชะตากรรมเด็กไทย น่าจะต้องมาขยี้นิยามความหมายกันให้ชัดๆ…
เพื่อนกระเซ้าเหย้าแหย่กัน….เป็น Bully มั้ย?
เพื่อนหยอกล้อกันเล่นตามประสาเพื่อน เป็น Bully มั้ย?

ถ้าตีความเหมารวมเอาพฤติกรรมเพื่อนกระเซ้าเหย้าแหย่ หรือหยอกล้อด่าพ่อล่อแม่กันเล่นตามประสาเพื่อนวัยแก่นแก้ว เป็น Bully ก็คงจบเห่กัน…เห็นทีต้องดำรงชีพบนความโดดเดี่ยวเดียวดายผิดมนุษย์มนาแน่นอน

ว่าไปแล้วเรื่อง Bully ที่ห่วงใยกันนักหนา จะกลายเป็นเรื่อง Silly ไปในบัดดล เพียงแค่พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กๆทั้งหลายเลิกคิดเลิกทำกับบุตรหลานอันเป็นสุดที่รักเยี่ยงตุ๊กตุ่นตุ๊กตา ราวกับเด็กเป็นสิ่งมีชีวิตไร้สมอง ไร้อารมณ์ความรู้สึก ไร้สามัญสำนึก และต้องได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างดีที่สุดดุจไข่ในหิน..ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม จะนั่ง-นอน-เดิน-กิน-เล่น-เรียน ต้องเป็นไปตามตารางที่ถูกกำหนดไว้เบ็ดเสร็จ ด้วยเหตุผล “เพื่อให้เด็กได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด ซึ่งถูกคัดสรรมาแล้ว”

การฟูมฟักเลี้ยงดูเด็กราวกับสร้างโลกปลอดเชื้อครอบเด็ก สุดท้ายจะทำให้เด็กอ่อนแอ ปราศจากภูมิคุ้มกันตัวเอง ซึ่งเป็นการทำร้ายเด็กอย่างแสนสาหัส

พ่อแม่ผู้ปกครอง รวมทั้งนักวิชาการที่รักเด็ก น่าจะต้องเข้าใจเด็กอย่างที่เด็กเป็น ไม่ใช่เข้าใจเด็กในแบบผู้ใหญ่…หยุดใช้มาตรฐานทัศนคติส่วนตัว ไปตีความปฏิกิริยาของเด็ก พร้อมกับปรับทัศนคติเรื่อง Bullyว่าเป็นเพียง”เชื้อโรค”ที่กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันแก่เด็ก แล้วให้คำชี้แนะในการจัดการกับเรื่อง Bully อย่างเหมาะสมตามช่วงวัย เพื่อช่วยทำให้ เรื่อง Bully กลายเป็นเรื่อง Silly หรือ Folly

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News