HomeEditor's Pickแบงก์ชาติช่วยด้วย...โจรไซเบอร์ปล้นข้ามชาติ

แบงก์ชาติช่วยด้วย…โจรไซเบอร์ปล้นข้ามชาติ

วิวัฒนาการเทคโนโลยีสารสนเทศออนไลน์ ที่อำนวยความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสารเชื่อมโลกทั้งใบผ่านปลายนิว้มือ กำลังถูกเงามืดของขบวนการมิจฉาชีพหรือโจรไซเบอร์แฝงตัวเข้าฉกฉวยหาประโยชน์อย่างแนบเนียน แยบยล กว่าที่เหยื่อจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว!

คุณอรรถพันธ์ กรรมการผู้จัดการประกอบกิจการธุรกิจบริการเกี่ยวเนื่องกับระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ เปิดโปงปรับทุกข์จากการตกเหยื่อถูกโจรไซเบอร์ปล้นข้ามชาติให้ได้รับรู้โดยทั่วกัน…

“พฤติกรรมโจรแก๊งค์นี้ น่าจะเริ่มต้นจากการแฝงตัวเข้าไปสุ่มส่องการสื่อสารเกี่ยวกับการทำธุรกรรมผ่านอีเมล์ของเหยื่อ แล้วโคลนนิ่งอีเมล์เหยื่อไปดัดแปลงที่อยู่ โดยเปลี่ยนแปลงตัวอักษรบางตัวจากอีเมล์ต้นฉบับ เพื่ออำพรางไม่ให้คู่ค้าของเหยื่อจับพิรุธได้ และในทางตรงกันข้ามก็มีการโคลนนิ่งอีเมล์คู่ค้าของเหยื่อ แล้วไปดัดแปลงตัวอักษรบางตัวจากอีเมล์ต้นฉบับจากนั้นก็สวมรอยปลอมเป็นเหยื่อ ขณะที่อีกฝ่ายก็สวมรอยปลอมเป็นคู่ค้าของเหยื่อ

- Advertisement -

จากนั้นเหยื่อปลอม ก็สวมรอยติดต่อไปที่คู่ค้าตัวจริง และคู่ค้าปลอมก็สวมรอยติดต่อกับเหยื่อตัวจริง โดยคู่ค้าปลอมจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงชื่อและเลขที่บัญชีเพื่อการรับโอนเงินให้เหยื่อตัวจริงได้รับทราบ เพื่อให้เหยื่อตัวจริงโอนไปเข้าบัญชีที่แจ้งเปลี่ยนแปลงใหม่

ความที่เหยื่อตัวจริง ขาดความรอบคอบในการตรวจสอบความถูกต้องของอีเมล์ และไม่เอ๊ะใจกับการแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อและเลขบัญชีรับโอนเงิน ขณะเดียวกันธนาคารตัวกลางที่ให้บริการโอนเงินก็มิได้ช่วยพิจารณาตรวจสอบกลั่นกรองก่อนการโอนเงิน ในที่สุดก็จะเสียรู้โจรไซเบอร์”

คุณอรรถพันธ์ บอกว่าได้เสียรู้ให้โจรไซเบอร์ไปหลายล้านบาท และได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ซึ่งที่นั่นก็แค่รับแจ้งความร้องทุกข์ไว้เท่านั้น พร้อมกับบอกให้รับทราบด้วยว่ามีคนที่โดนแบบเดียวกันมีอยู่จำนวนมาก

ข้อมูลสถิติของ ปอท. ก็ยืนยันความจริงตามที่เจ้าหน้าที่ ปอท.บอกกับคุณอรรถพันธ์ โดยเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา มีมูลค่าความเสียจากคดีหลอกโอนเงินทางอีเมล์ หรือโทรศัพท์  หรือจากการแฮคระบบ เพื่อปรับเปลี่ยนข้อมูล เพื่อหลอกโอนเงิน สูงถึงกว่า 527 ล้านบาท และในปี 2562 มีแนวโน้มที่มูลค่าความเสียหายจากคดีในลักษณะเดียวกันนี้จะเพิ่มขึ้นไปถึงกว่า 550 ล้านบาท

ความเสียหายอันเกิดจากการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ส่อแววสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ดูจะหาเจ้าภาพรับผิดชอบตัวจริงไม่ได้

คุณอรรถพันธ์ ที่ต้องสูญเสียเงินหลายล้านบาทแก่โจรไซเบอร์ ซึ่งมีธนาคารต้นทางเป็นธนาคารสัญชาติสิงคโปร์ และธนาคารปลายทางที่อเมริกา เป็นธนาคารสัญชาติอเมริกัน โดยทั้ง2 ธนาคารต่างแสดงอาการบ่ายเบี่ยงในการเอาธุระติดตามไล่เบี้ยล่าเงินที่ถูกปล้นไปกลับคืนมา ทั้งที่อยู่ในวิสัยที่น่าจะทำได้

กรณีในลักษณะนี้สมควรอย่างยิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการกำหนดนโยบายการเงิน ควบคู่ไปกับการกำหนดมาตรการทางการเงิน เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ให้ปลอดภัยจากโจรไซเบอร์ ให้สถาบันการเงินที่ทำมาหากินอยู่ในขอบเขตอำนาจรับผิดชอบของธนาคารแห่งประเทศไทยต้องถือปฏิบัติ พร้อมกับกำกับติดตามการดำเนินงานของสถาบันการเงินทั้งหลายให้เป็นไปตามมาตรการอย่างเคร่งครัด  

อย่าปล่อยให้สถาบันการเงินเป็นเสือนอนกิน เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากค่าธรรมเนียมบริการโอนเงิน และส่วนต่างจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆจากการที่ลูกค้าตกเป็นเหยื่อโจรไซเบอร์ แถมยังลอยแพลูกค้าให้เสียค่าโง่แก่โจรไซเบอร์

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News