Home Opinions การท่องเที่ยวของไทยคงต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐฯ ต่อเนื่อง

การท่องเที่ยวของไทยคงต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐฯ ต่อเนื่อง

เป็นที่ทราบกันดีว่ารายได้จากการ ท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในรายได้หลักของประเทศไทย องค์กรสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel & Tourism Council หรือ WTTC) ได้คำนวณสัดส่วนรายได้จากภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ต่อ GDP พบว่าไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็นประมาณ 20 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือ GDP (มูลค่าของสินค้าหรือบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตภายในประเทศ) ซึ่งจะเห็นได้ว่ารายได้ที่มาจากการท่องเที่ยวของไทยนั้น มีสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก อาทิ ฝรั่งเศสซึ่งเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศมากที่สุดในโลกแต่กลับมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวไม่ถึง 10% ของ GDP  ในขณะที่ประเทศขนาดใหญ่อย่างอเมริกาที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจจะไม่สูงเป็นอันดับ 1 แต่รายได้รวมจากการท่องเที่ยวที่คิดเป็นตัวเงินนั้นกลับมีมูลค่าสูงที่สุดในโลก เนื่องด้วย GDP ของสหรัฐฯ ที่มีมูลค่ามหาศาลเป็นอันดับ 1 ของโลกและเกิดจากธุรกิจหลายภาคส่วนจึงทำให้สัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวนั้นมีมูลค่าที่ต่ำเพียงประมาณ 8% ของ GDP เท่านั้น ดังนั้น ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ทำให้มีการจำกัดการเดินทางทั้งภาดยในและระหว่างประเทศ ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมากทั้งทางตรงและทางอ้อม นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ไทยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการจัดการด้านการควบคุมการระบาดของโรค COVID-19 รวมถึงมาตรการเยียวยาจากภาครัฐ ที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้นัก ท่องเที่ยว ทั้งด้านการเดินทางและที่พัก ส่งผลให้การท่องเที่ยวในประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัว แต่ต้องยอมรับว่า สัดส่วนรายได้การท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวในประเทศแต่เพียงอย่างเดียวโดยปราศจากรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งจากทวีปยุโรป อเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวชาวจีน ย่อมไม่สามารถทำให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นคืนกลับมาได้ดังเดิมอย่างแน่นอน ตัวเลขล่าสุดในปี พ.ศ. 2562 จากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไทยนั้นมีมากกว่า 39 ล้านคนและมีอัตราการเติบโตย้อนหลัง 3 ปี เฉลี่ยมากกว่า 5% ต่อปี  การปิดน่านฟ้าและมาตรการกักกัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยงต่างชาติหดหายทำให้มีการประเมินว่าครึ่งปีแรกของปี 2563 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยได้หดตัวแล้วเมื่อเทียบในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าสูงถึงกว่า 50%

ข้อเท็จจริงจากสถิติย้อนหลังในหลายปีก่อน ที่สัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในธุรกิจท่องเที่ยวไทย จะอยู่ที่ราวๆ 60% ซึ่งค่อนข้างสูงเมื่อเที่ยบกับบางประเทศในแถบยุโรป อาทิ ฝรั่งเศสที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 33% หรืออิตาลีที่พึ่งพานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติราว 25% เท่านั้น จะเห็นได้ว่าไทยจึงเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก หากยังคงไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ดังนั้นไทยจึงจำเป็นที่จะต้องพิจารณาการอ้าแขนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มเติมนอกจากการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวภายใน

- Advertisement -

เป็นที่น่ายินดีว่า เมื่อรัฐบาลได้พิจารณาถึงประสิทธิภาพในมาตรการควบคุมโรคทุกๆ ด้านที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เริ่มมีการระบาด อีกทั้งภาคประชาชนของไทยค่อนข้างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจนเป็นที่ชื่นชมของนานาชาติ ส่งผลให้ภาครัฐมีความมั่นใจในการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแผนมาพำนักระยะยาวในประเทศไทย รวมถึงสามารถให้ความร่วมมือกับนโยบายควบคุมโรคโดยการกักตัวอย่างน้อย 14 วัน รวมถึงมีผลตรวจเชื้อเป็นลบก่อนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย กลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อีกครั้ง นับเป็นข่าวดีของภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่มีความหวังว่าจะกลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้นยังคงมีประเด็นที่เกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยวที่อยากฝากให้พิจารณานั่นก็คือ การพึ่งพานักท่องเที่ยวชาติใดชาติหนึ่งมากเกินไปอาจทำให้เกิดความเสี่ยง หากประเทศนั้นเกิดวิกฤตการณ์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถมาเที่ยวที่เมืองไทยได้ อาจทำให้การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไม่ดีอย่างที่คาดการณ์ไว้ อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญคือ ยอดค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวที่ไม่มากนัก ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยยังคงเน้นการ ท่องเที่ยว เชิงปริมาณ จำนวนนักท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการเติบโตของธุรกิจมากกว่าการเน้นการท่องเที่ยวแบบคุณภาพสูงหรือหรูหรา ซึ่งยอดค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวแต่ละรายจะมากกว่า รวมถึงผลกระทบเชิงลบจากการเน้นการท่องเที่ยวเชิงปริมาณที่มีต่อการใช้ทรัพยากรและการจัดการสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งหากภาคธุรกิจขาดความใส่ใจหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการเชิงป้องกันของภาครัฐดีพอ อาจส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวเกิดความแออัดและเสื่อมโทรมซึ่งเป็นผลเสียในระยะยาวได้

 

 

นที ดำรงกิจการhttp://businesstoday.co
Head of Financial Advisory Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News