HomeMoney2knowสร้าง “ภูมิต้านทาน” การลงทุน...ฝ่าวิกฤต

สร้าง “ภูมิต้านทาน” การลงทุน…ฝ่าวิกฤต

คอลัมน์ Money Fin

เริ่มต้นทศวรรษใหม่ของปี 2020 โลกเผชิญความท้าทายหนักๆ ตั้งแต่ต้นปี มีเหตุการณ์สำคัญ 2 เรื่องคือ ความตึงเครียดในคาบสมุทรตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และ การระบาดของโคโรน่าไวรัสที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 700 กว่าคน

ผ่านมาเกือบ 2 เดือนของปี 2020 เราลองมาสำรวจดู “ภูมิต้านทาน” ของตลาดหุ้นทั่วโลกที่มีต่อทั้งไวรัสโคโรน่า ข่าวสงครามตะวันออกกลางว่า หุ้นทั่วโลก ผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้ผลตอบแทนอย่างไร เราจะลงทุนอย่างไรภายใต้เหตุการณ์ความผันผวนเช่นนี้

ถ้าดูภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกจากดัชนี MSCI ACWI INDEX ปรากฏว่าตั้งแต่ต้นปี แม้จะผ่านเหตุการณ์สงครามและไวรัส แต่ตลาดหุ้นทั่วโลกก็ให้ผลตอบแทนเป็นบวกประมาณ 2%

- Advertisement -

ตลาดที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกส่วนใหญ่จะอยู่ในทวีปยุโรปกับอเมริกา ซึ่งได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่าไม่มากนัก ส่วนภูมิภาคที่ตลาดให้ผลตอบแทนเป็นลบจะอยู่ในเอเชียที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโดยตรง

ข้อมูลตลาดหุ้นตั้งแต่ต้นปี ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ปรากฏว่า ดัชนีหุ้นที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุดคือดัชนี OMX25 ของประเทศเดนมาร์ก +6.89% รองลงมาคือดัชนี NASDAQ หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ +6.11% อันดับที่ 3 ดัชนี BIST100 ของตุรกี +5.76%

ค่าเฉลี่ยของดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ของยุโรป 50 ตัว EURO STOXX 50 ให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกประมาณ 1%

ส่วนประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโคโรน่าไวรัสโดยตรง ตลาดหุ้นประเทศจีนติดลบประมาณ 5 – 6% อินโดนีเซีย -4.76% ฟิลิปปินส์ -3.94% ไต้หวัน -3.2% ไทย -2.82% โดยค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นเอเชียจากดัชนี MSCI AC ASIA PACIFIC ให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีเป็นลบประมาณ 1%

    (รูปที่ 1 : ที่มา Investing , CNBC , Bloomberg)

สัปดาห์ที่ผ่านมาสถานการณ์ดีขึ้น ตลาดก็ปรับตัวดีขึ้น ตรงกับในสถิติในอดีตตอนที่โลกต้องเผชิญกับสถานการณ์โรคติดต่อร้ายแรง แม้จะเผชิญกับปัจจัยลบระยะสั้น แต่ระยะยาวผลตอบแทนของตลาดก็จะกลับมาเป็นบวกตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ทำได้

จากเหตุการณ์แบบนี้เราจะลงทุนอย่างไร…แน่นอนว่าถ้าดูจากสถิติในอดีต คนที่ไม่ตกใจขายทิ้งตอนตลาดหุ้นตก อดทนถือมาเรื่อยๆ และมีการลงทุนอย่างสม่ำเสมอก็จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าคนที่พลาดขายหุ้นทิ้งตอนที่ตลาดปรับตัวลง

การที่ตลาดจะปรับตัวติดลบระหว่างปีไม่ใช่เรื่องแปลก และเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ…ข้อมูลจาก J.P.Morgan Asset Management เก็บสถิติดัชนี S&P500 ของสหรัฐอเมริกาย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 1980 จนปัจจุบัน ซึ่งผ่านทั้งวิกฤติเรื่องเล็กๆ ไปจนถึงวิกฤติใหญ่ๆ พบว่า มี 21 ปี ใน 38 ปี ล่าสุดที่ดัชนี S&P500 จะให้ผลตอบแทนติดลบประมาณ 2 หลัก ระหว่างปีมากน้อยแตกต่างกันไป

(รูปที่ 2 : ที่มา J.P.Morgan Asset Management)

ปีที่ติดลบหนักๆ คือช่วงวิกฤติซับไพร์มปี 2008 ติดลบระหว่างปี 49% และตลาดจบปีนั้นที่ติดลบ 38% ปี 2019 ที่เป็นปีที่ดีของตลาดหุ้นสหรัฐฯ แม้สุดท้ายตลาดจะบวก 29% แต่ต้องเผชิญการติดลบระหว่างปีถึง 7%

โดยค่าเฉลี่ยของช่วงที่ติดลบระหว่างปีจากสถิติที่นำเสนอในรอบ 40 ปีจะอยู่ที่ประมาณ 13.8% และตลาดให้ผลตอบแทนกลับมาเป็น บวก 30 ใน 40 ครั้ง

สรุปว่าในระหว่างปีไหนที่ผลตอบแทนระหว่างปีติดลบก็ไม่ต้องตกใจ ให้อดทนถือไว้ เพราะจากสถิติที่เก็บมา 40 ปี แม้ระหว่างปีตลาดจะติดลบ สุดท้ายตลาดจะกลับมาเป็นบวกได้ถึง 30 ปี

(รูปที่ 3 : ที่มา J.P.Morgan Asset Management)

มีอีกสถิติหนึ่งที่ดูแล้วน่าสนใจคือ วันที่ตลาดมักให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด 6 ใน 10 ครั้งจะเกิดขึ้นภายหลัง 2  สัปดาห์ของวันที่ตลาดตกอย่างรุนแรงที่สุด

จากการเก็บสถิติของดัชนี S&P500 ของ J.P.Morgan ตั้งแต่ปี 1999 – 2018 พบว่า หากเราขายหุ้นทิ้งในวันที่ตลาดหุ้นแย่สุดๆ แล้วไม่ได้ซื้อหุ้นกลับ แล้วพลาดวันที่ดีที่สุดไปแค่ 10 วัน ผลตอบแทนที่ได้จะหายไปจาก 5.62% เหลือเพียง 2.01%

หากพลาดวันที่ดีที่สุดไป 20 วัน ผลตอบแทนที่ได้จะกลายเป็นติดลบ 0.33% ถ้าพลาดไป 30 วันผลตอบแทนจะติดลบ 2.35%

จากตัวเลขนี้ทาง J.P.Morgan จึงเสนอทางออกว่าเราควรลงทุนอยู่ในตลาดตลอดเวลาไม่ออกจากตลาดไปไหน เพราะหากพลาดวันที่ดีไปแค่ 10 วัน ผลตอบแทนมันช่างต่างกันลิบลับ

ดังที่ปีเตอร์ ลินซ์ ผู้จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลกเคยบอกไว้ว่า “สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าตอนตลาดหุ้นตกคือวันที่ไม่มีหุ้นของคุณในวันที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น”

สิ่งที่เราเจอมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โคโรน่าไวรัส เหตุการณ์แบบนี้เป็นสิ่งที่นักลงทุน ตลาดหุ้นต้องเจออยู่เสมอ เป็นความผันผวนของตลาดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

เราสามารถสร้างภูมิต้านทานให้กับพอร์ตการลงทุนของตัวเอง คือการจัดพอร์ตกระจายการลงทุนไม่กระจุกความเสี่ยงไว้ที่สินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป มีสติไม่ตกใจกับข่าวร้ายๆ แรงๆ ข่าวปลอม ที่เกิดขึ้น ตราบใดที่บริษัท ธุรกิจหรือประเทศที่เราลงทุนยังมีแนวโน้มทางธุรกิจ เศรษฐกิจที่ดี และยังมีแนวโน้มทำกำไรได้ดีในอนาคต

 

ข้อมูลประกอบการเขียน : CNBC , BloomBErg , Investing.com , J.P.Morgan Asset Management

 

 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News