HomeOpinionsจีนฝ่ากระแสมรสุม สู้โคโรนาไวรัส

จีนฝ่ากระแสมรสุม สู้โคโรนาไวรัส

คอลัมน์ China Inside-Out

จีนฝ่ากระแสมรสุม

___________________________________

ตรุษจีนอาจเงียบเหงา แต่จีนไม่ยอมแพ้

การระบาดของไวรัสโคโรนาในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งผลให้ตรุษจีนในปีชวดนี้เงียบเหงาและเยือกเย็นจับขั้วหัวใจ ในด้านหนึ่งเหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบในหลายส่วนทั้งต่อเศรษฐกิจ มหภาคและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของประชาชนโดยรวม

- Advertisement -

หลายสิ่งที่เคยปฏิบัติทุกเชื่อเมื่อปีกลับแตกต่างจากไปจากเดิมเป็นอย่างมาก คนจีนจำนวนมากไม่ได้เดินทางไปเยี่ยมญาติพี่น้อง หมดโอกาสรับประทานอาหารมื้อพิเศษฉลองตรุษจีนร่วมกับสมาชิกในครอบครัวอย่างพร้อมหน้า หรือทิ้งแผนท่องเที่ยวประจำปีที่วางแผนไว้ก่อนหน้านี้

แพทย์และพยาบาลจำนวนมากไม่มีเวลาฉลองตรุษจีน ต้องทำงานต่อเนื่องหลายกะ และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับผู้ติดเชื้อหรือสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสนี้

คนจีนส่วนใหญ่ไม่อาจมีโอกาสรับซองแดง หรือต้องเปลี่ยนไปรับแต๊ะเอียทางอิเล็กทรอนิกส์บ้าง หลายคนได้รับมอบหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือแทนแต๊ะเอียก็มี เสียงพลุและประทัดถูกทดแทนด้วยเสียงตะโกนของพี่น้องชาวจีนในเมืองอู่ฮั่นเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกันอย่างกึกก้องและต่อเนื่องเป็นเวลาหลายนาที

สาเหตุสำคัญก็เพราะแรงกดดันที่เกิดขึ้นจากจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนตรุษจีน ทำให้รัฐบาลจีนดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาด

จีนได้เรียนรู้และใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ที่ฟันฝ่าวิกฤตการณ์ที่คล้ายคลึงในอดีตเพื่อแก้ไขปัญหาในครั้งนี้อย่างชาญฉลาด

หลังผ่านวันตรุษจีนเพียงไม่กี่วัน ท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้เปรียบไวรัสโคโรนาว่าเป็นเสมือน “ปีศาจร้าย” ที่จีนต้องร่วมมือร่วมใจเอาชนะให้ได้ โดยประกาศให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ คำสั่งและมาตรการสนับสนุนจากบนสู่ล่างทยอยออกมาเป็นชุดๆ อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

การสั่งให้เร่งก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 1,000 เตียงจำนวน 2 แห่งในเมืองอู่ฮั่นให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน (แทนที่จะเป็นกลางปีตามแผนเดิม) การสร้างเตียงพยาบาลรองรับคนไข้นับแสนเตียง และการระดมแพทย์และพยาบาลหลายพันรายจากนอกพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในชั่วข้ามคืน ซึ่งช่วยให้แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ชุดเดิมในพื้นที่วิกฤติได้พักผ่อนและมีพลังกลับมาร่วมกันทำงานอย่างแข็งขันในเวลาต่อมา

รัฐบาลจีนยังสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นและอีกกว่า 10 เมืองใกล้เคียงในเวลาต่อมา และประกาศจำกัดการเดินทางระหว่างเมืองในเกือบทั้งประเทศทั่วจีน ผู้คนในแต่ละเมืองไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านได้หากไม่ใส่หน้ากากอนามัย รวมทั้งยังห้ามทัวร์จีนไม่ให้นำคณะนักท่องเที่ยวเดินทางไปต่างประเทศโดยเด็ดขาด เพื่อควบคุม ดูแลรักษา และไม่ปล่อยผู้ติดเชื้อชาวจีนนำไวรัสออกไปแพร่กระจายในประเทศอื่น

การดำเนินมาตรการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งได้สร้างความตื่นตะลึง จนผู้คนทั่วโลกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า“สิ่งเหล่านี้เกิดเป็นจริงได้เพียงในจีนเท่านั้น” จีนได้พยายามแปรวิกฤติให้เป็นโอกาส เพราะมาตรการดังกล่าวทำให้ประชาคมโลกแสดงความชื่นชมในความเป็นผู้นำที่เฉียบขาดและมากความสามารถของท่านสี จิ้นผิง

ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง

การระบาดของไวรัสโคโรนาครั้งนี้ยังไม่รู้จะจบเมื่อใด แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจจีนและของหลายประเทศที่เกี่ยวข้อง แน่นอนว่า การบริโภคภายในประเทศของจีนจะชะลอตัวลงอย่างมากในไตรมาสของปี แต่ผมก็หวังว่าผลกระทบดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงในระยะสั้น และตามด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน เพื่อมิให้เศรษฐกิจจีนเติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย 6% ที่ตั้งเป้าไว้เดิมมากนัก

ผมยังหวังว่า จีนจะประกาศขยายวันหยุดในโอกาสพิเศษอื่น อาทิ วันแรงงาน วันเชงเม้ง และวันชาติ ที่ยาวนานกว่าปกติเพื่อชดเชยกับการขาดหายไปของเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ ซึ่งนั่นอาจหมายถึงโอกาสทางธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและอื่น ๆ

หน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ตัวแทนด้านการท่องเที่ยว โรงแรม สถานบันเทิงด้านการท่องเที่ยว กิจการขนส่งผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน รถบัสเช่า และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงต้องเร่งทำงานหนักในห้วงเวลาที่ “ฟ้าโปร่ง” และเตรียมตัวให้พร้อมอย่างแท้จริงสำหรับการหยุดยาวของจีนในอนาคตอันใกล้

ขณะเดียวกัน หากพิจารณาถึงมิติทางเศรษฐกิจของเมืองอู่ฮั่นก็พบว่า เมืองเอกของมณฑลหูเป่ยแห่งนี้มีศักยภาพสูงยิ่งในระยะยาว อู่ฮั่นเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ มียุทธภูมิที่ดีของเมืองด้านตอนกลางที่เชื่อมหลายเมืองสำคัญของจีน อาทิ เซี่ยงไฮ้กวางโจว ฉงชิ่ง และเฉินตู และเป็นเมืองอุตสาหกรรมสำคัญที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ รวมทั้งอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางการทหาร นอกจากนี้ ยังมีจำนวนประชากรถึงราว 12 ล้านคนทำให้มีกำลังซื้อและแรงงานฝีมือจำนวนมากราคาถูก

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา กิจการขนาดใหญ่ของจีนและประเทศพัฒนาแล้วยังเข้าไปลงทุนโดยตรงเป็นจำนวนมากและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส เหล่านี้ส่งผลให้เมืองอู่ฮั่นมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอย่างต่อเนื่อง ขนาดเศรษฐกิจของเมืองอู่ฮั่นใหญ่คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของไทยทั้งประเทศ และจะเติบโตอีกมากในระยะยาว

การศึกษาถึงศักยภาพที่แท้จริงของเมืองอู่ฮั่นและพื้นที่ตอนกลางของจีน อาจนำไปสู่การเสนอขอเปิดสถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานผู้แทนหน่วยงานภาครัฐของไทยอื่นในอู่ฮั่นในอนาคต หากไทยเป็นประเทศแรกหลังพ้นวิกฤติในครั้งนี้ที่จะดำเนินการในเรื่องนี่ก็จะเป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างความประทับใจอย่างมากให้แก่รัฐบาลจีน

นอกจากนี้ ผมสังเกตุเห็นองค์กรภาคเอกชนขนาดใหญ่ อาทิ ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เป็นรายแรกที่ประกาศให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยของจีน ทั้งในรูปของเงินและสินค้า รวมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท

ขณะเดียวกัน หอการค้าไทยในจีนได้พยายามใช้วิกฤติระยะสั้นครั้งนี้เพื่อแสดงความจริงใจที่เราจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับพี่น้องชาวจีน โดยได้ร่วมกับสภากาชาดจีนและหน่วยงานอื่นทำหน้าที่เป็น “สะพานบุญ” ดำเนินแคมเปญเปิดรับบริจาคเงินจากสมาชิกหอฯ และเครือข่าย อาทิ มิตรผล นารายา ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกร มิสทีน คันนา จันทร์เกษมและอื่น ๆ รวมทั้งพี่น้องคนไทยจำนวนมาก เพื่อนำเงินเหล่านั้นไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และส่งมอบให้โรงพยาบาลและหน่วยงานในอู่ฮั่น หนานทง ปินโจว และเมืองอื่น ๆ

สิ่งเหล่านี้จะเป็นพลังแฝงสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนให้แนบแน่นยิ่งขึ้นในระยะยาว

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News