Home Opinions ปากแม่น้ำแยงซีเกียง vs. เกรทเตอร์เบย์ ... ใครใหญ่กว่ากัน

ปากแม่น้ำแยงซีเกียง vs. เกรทเตอร์เบย์ … ใครใหญ่กว่ากัน

คอลัมน์ China Inside-Out

ปากแม่น้ำแยงซีเกียง vs. เกรทเตอร์เบย์ … ใครใหญ่กว่ากัน

__________________________________

วันนี้เราจะไปรู้จักระเบียงเศรษฐกิจพื้นที่เกรทเตอร์เบย์ (Greater Bay Area: GBA) ที่เป็นข่าวอย่างกว้างขวางในระยะหลังกัน และหากเทียบกับพื้นที่ปากแม่น้ำแยงซีเกียง (Yangtze River Delta : YRD) ที่ได้กล่าวถึงไปเมื่อฉบับที่แล้ว ระเบียงเศรษฐกิจใดจะใหญ่ และเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่โดดเด่นกว่ากัน …

เครดิตภาพ: xinhuanet

Greater Bay Area … ระเบียงเศรษฐกิจแบบบูรณาการ

แต่เดิมเราอาจรู้จัก GBA ในชื่อของระเบียงเศรษฐกิจพื้นที่ปากแม่น้ำไข่มุก (Pearl River Delta) แต่ชื่อ GBA พร้อมกับแนวคิดปรากฏเป็นครั้งแรกในแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 13 ของจีนเมื่อปลายปี 2016 แนวคิดดังกล่าวถูกพัฒนาและขยายวงไปสู่สาธารณชนเป็นระยะ

- Advertisement -

GBA เป็นที่กล่าวขวัญถึงในวงกว้างระดับระหว่างประเทศเมื่อมีการประท้วงครั้งใหญ่อย่างต่อเนื่องในฮ่องกงในปี 2019 จนหลายคนเริ่มสงสัยในบทบาททางเศรษฐกิจของฮ่องกงใน GBA ในอนาคต

ตามแผนพัฒนาฯ ระบุว่า GBA มีอาณาเขตรวมราว 56,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 11 เมือง จำแนกเป็น 4 เมืองหลัก อันได้แก่ กวางโจว เซินเจิ้น ฮ่องกง และมาเก๊า

 GBA เป็นกลไกหลักในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเงินระหว่างประเทศ และต้นแบบด้านโครงสร้างพื้นฐานฯ และอีก 7 เมืองเครือข่าย อันได้แก่ จูไห่ โฝวซาน หุ้ยโจว ตงก่วน จงซาน เจียงเหมิน และจ้าวชิง เน้นการขับเคลื่อนเมืองหลัก และเสริมสร้างอัตลักษณ์ของเมืองใกล้เคียง เพื่อเพิ่มคุณภาพการพัฒนาพื้นที่และแก่ประชาชนโดยรวม

ขณะนี้ GBA ยังอยู่ในระยะแรกของแผนพัฒนา ทำให้พื้นที่ครอบคลุมเป็นรายเมือง ส่วน YRD พัฒนาไปอีกระดับแล้ว จึงมีเขตอาณาเป็นรายมณฑลและมหานคร ทำให้ YRD ใหญ่กว่า GBA มากกว่า 6.4 เท่าตัว

อย่างไรก็ดี GBA ก็ยังมีขนาดใหญ่กว่าระเบียงเศรษฐกิจสำคัญของโลกเก่าอย่างโตเกียวราว 1.5 เท่า นิวยอร์ก 1.7 เท่า และซานฟรานซิสโก 3 เท่า มีประชากร 68.6 ล้านคน คิดเป็นราว 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรของ YRD แต่ก็มากกว่าโตเกียว 1.5 เท่า นิวยอร์ก 3 เท่า และซานฟรานซิสโกถึง 9 เท่า

ความสำคัญของ ระเบียงเศรษฐกิจพื้นที่ Greater Bay Area

ในเชิงคุณภาพ GBA โดยเฉพาะอย่างยิ่งกวางโจว เซินเจิ้น และฮ่องกง นับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของจีนในปัจจุบัน โดยมีขนาดเศรษฐกิจราว 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 12% ของจีดีพีจีน แต่ก็ใหญ่กว่าของซานฟรานซิสโกถึง 2 เท่าตัว

หากเปรียบเทียบกับ YRD ก็พบว่า GBA ยังมีขนาดที่เล็กกว่ามาก โดยมีจีพีดีคิดเป็นราว 60% ของ YRD เท่านั้น ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะระยะและโครงสร้างของการพัฒนาที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น

GBA มีจุดเด่นในการเป็นฐานการผลิตหลากหลายสินค้า จึงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการจ้างงานและการส่งออกของจีน โดยมีสัดส่วนถึง 2 ใน 3 ของการส่งออกโดยรวม ประการสำคัญ พื้นที่นี้ยังกำลังปรับโครงสร้างจากฐานการผลิตสินค้าแรงงานกึ่งฝีมือเข้มข้นไปสู่แรงงานฝีมือและเทคโนโลยีเข้มข้นอย่างเต็มตัว

ขณะเดียวกัน แต่ละเมืองใน GBA ต่างกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางในแต่ละสาขาเศรษฐกิจ เช่น ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางด้านการเงินและการค้าระหว่างประเทศ มาเก๊าก็ขยับขึ้นเป็นหัวขบวนด้านการท่องเที่ยวเชิงสันทนาการและการค้ากับกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาโปรตุเกส ขณะที่เซินเจิ้นเป็นผู้นำด้านดิจิตัลและเทคโนโลยีระดับสูง จนได้รับสมญานามว่าเป็น “ซิลิคัลวัลเลย์ของโลกซีกตะวันออก”

เราเห็นกิจการชั้นนำที่เกี่ยวข้องของจีนและและต่างประเทศตั้งสำนักงานและศูนย์วิจัยและพัฒนาในเซินเจิ้นกันมากมาย อาทิ หัวเหว่ย (Huawei) เจ้าแห่งระบบโทรคมนาคมและโทรศัพท์มือถือ เทนเซ้นต์ (Tencent) เจ้าแห่งแอพลิเคชั่นสื่อสังคมออนไลน์อย่างวีแชต ฟ๊อกซ์คอนน์ (Foxconn) เจ้าแห่งระบบการผลิตอัจฉริยะ และบีวายดี (BYD) ผู้ผลิตรถไฟฟ้าชั้นนำ ซึ่งส่งผลให้เซินเจิ้นยังนับเป็นเมืองต้นแบบแห่งรถไฟฟ้าของจีน ตั้งแต่รถยนต์ส่วนตัว รถแท๊กซี่ รถตำรวจ และรถบัสประจำทาง

เรียกได้ว่า GBA เป็นระเบียงเศรษฐกิจ ที่จะเชื่อมจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และมาเก๊า ซึ่งฉบับหน้ามาลงลึกในโครงสร้างพื้นฐาน ที่เป็นหัวใจสำคัญของการเชื่อมทั้ง 3 ส่วนเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ ขับเคลื่อนสู่อนาคตแห่งความทันสมัยในทุกด้าน

(ติดตามตอนที่ 2 สัปดาห์หน้า)

ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร BTCOL13
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน อดีตเคยดำรงตำแหน่งอดีตอัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงปักกิ่ง กระทรวงพาณิชย์ จึงมีความเชี่ยวชาญ และเข้าใจจีน ในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ประสบการณ์ที่สั่งสมจึงต้องการถ่ายทอดให้นักธุรกิจไทยได้เข้าใจและสามารถเจาะตลาดจีนได้ถูกทิศถูกทาง

Latest

Adobe งัดหมัดเด็ด ขน Ai พาไดคัทเปลี่ยนฟ้า-หันหน้าภาพนิ่ง-แต่ภาพขาวดำกลับมาเป้นสี แค่คลิ๊กเดียว

ในงาน Adobe Max งานประจำปีของ Adobe เจ้าของโปรแกรมชื่อดังอย่าง Photoshop มีการเปิดตัวฟังค์ชั่น Neural Filter เปลี่ยนฟ้า บีบหน้า หันหน้าคนในภาพนิ่ง และเปลี่ยนภาพขาวดำ เป็นสีได้ในไม่กี่คลิ๊ก Neural Filter คือ ฟังค์ชั่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(Ai)ในการปรับแต่งและขยับมิติของภาพที่เราต้องการ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

ซานตง ตั้งเป้าขยาย เศรษฐกิจดิจิทัล สู่ระดับโลกภายในปี 2573

มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน เปิดเผยแผนการเร่งรัดพัฒนา เศรษฐกิจดิจิทัล ของตนเองสู่ระดับโลกภายในปี 2573 โดยตั้งเป้าหมายสนับสนุนบริษัทนวัตกรรมและกลุ่มอุตสาหกรรมในเมืองเอกจี่หนาน พร้อมผลักดันจี่หนานให้เป็นศูนย์เทคโนโลยีชั้นนำระดับชาติ โดยเฉพาะด้านการประมวลผลคณิตศาสตร์และอัลกอริธึมโดยอาศัยข้อได้เปรียบจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล อ้างอิงจากสำนักข่าวซินหัว จี่หนานมีการลงทุนมากถึง 5.66 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.7 แสนล้านบาท) ครอบคลุมทั้งหมด 68 โครงการใน 12...

SMEs รีบติดต่อธนาคารเจ้าหนี้ด่วน !! หลังสิ้นสุดมาตรการ พักชำระหนี้ 22 ต.ค. นี้

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดย นายกลินท์ สารสิน ประธาน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย แนะ SMEs ติดต่อธนาคารเจ้าหนี้หลังจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศสิ้นสุดมาตรการ พักชำระหนี้ ในวันที่ 22 ต.ค. นี้ จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไรวัสโคโรนา (โควิด-19) ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย...

เอาอยู่ !! หุ้นไทยฟื้นตัว +1.92 จุด โบรกฯ ชี้แนวรับ 1,200 จุด

SET Index รีบาวด์ +1.92 จุด โบรกฯ ชี้แนวรับ 1,200 จุด เอาอยู่ !! เตือนปัจจัยการเมืองในประเทศยังกดดัน แนะซื้อ หุ้น แกร่ง-แนวโน้มกำไรดี ‘SYNEX-SAPPE-TU’ นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นประจำวันที่...

Related News

ชัยชนะที่มาจากการไม่ยอมแพ้ต่อโควิด-19

คอลัมน์ China Inside Out ชัยชนะที่มาจากการไม่ยอมแพ้ต่อโควิด-19 ---------------------------------------- จีนมีขนาดใหญ่ (18 เท่าของไทย) มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก (20 เท่าของไทย) และถูกกดดันด้วยเงื่อนเวลา (ช่วงฉลองเทศกาลตรุษจีน) กอปรกับระดับความวิกฤติในแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกัน จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งยวดสำหรับรัฐบาลจีน อย่างไรก็ดี ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด-19 ที่สุดเฉียบของจีนได้กลายเป็นต้นแบบให้หลายประเทศได้เรียนลัดและนำไปประยุกต์ใช้ในการต่อสู้วิกฤตินี้ หากเราไล่เลียงการแก้ไขสถานการณ์วิกฤติในช่วงที่ผ่านมา ก็จะพบข้อคิดที่น่าสนใจหลายประการ ประการแรก หลังจากจีนพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสคนแรกที่เมืองอู่ฮั่นในช่วงต้นเดือนธันวาคม และแทนที่จะปล่อยให้มีข่าวลือที่อาจสร้างความตระหนกเพิ่มขึ้น รัฐบาลจีนเลือกที่จะสื่อสารข้อมูลเชิงรุกกับประชาชนอย่างโปร่งใส รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นระบบ ผ่านสื่อหลักของรัฐที่มีอยู่ในมือ...

พรรคคอมมิวนิสต์จีน … เบื้องหลังความสำเร็จของจีน

คอลัมน์ China Inside Out พรรคคอมมิวนิสต์จีน ... เบื้องหลังความสำเร็จของจีน ------------------------------------------------------ ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ที่โลกต่างเลือกแนวทางแก้ไขปัญหาในแบบของตน จีนกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบของความสำเร็จในการหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้อย่างเฉียบขาด หลายคนตื่นตะลึงกับการเติบใหญ่ทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด การบริหารจัดการประเทศที่มีประชาชนกว่า 1,400 ล้านคน และการเสริมสร้างภาพลักษณ์ผู้นำจนโดดเด่นในเวทีโลกในปัจจุบัน ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในหลายชาติตะวันตกในช่วงหลายปีหลังด้วยแล้ว ผู้คนก็เลยเกิดคำถามสงสัยขึ้นมาว่า อะไรคือปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการจัดการกับสารพัดปัญหาและเดินหน้าการพัฒนาอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว เฉียบขาด และต่อเนื่องของจีนดังกล่าว ระบอบการปกครองเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้คนหยิบยกขึ้นมา บางคนเอ่ยถึงความเป็นเผด็จการ แต่สำหรับผมแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นแก่นแท้ของความสำเร็จดังกล่าว พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นองค์กรหลักที่กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนประเทศ กำกับดูแลด้านความมั่นคง และนโยบายในการบริหารประเทศ ซึ่งกรณีนี้ก็อาจคล้ายกับพรรคการเมืองหลักของประเทศอื่น แต่กรณีของจีน เลขาธิการพรรคยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี...

เมื่อเด็กจีนเรียนออนไลน์

คอลัมน์ China Inside Out เมื่อเด็กจีนเรียนออนไลน์ ---------------------------------------------- หลังจากที่เล่าเรื่องราวที่จีนนำเอานวัตกรรมมากมายมาใช้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ได้แก่ ระบบการเรียนออนไลน์ ก็มีท่านผู้อ่านหลายรายสอบถามและขอให้ผมนำรายละเอียดมาแบ่งปันกับผู้อ่านเพิ่มเติมอีก ผมก็เลยติดต่อไปยังเครือข่ายในจีน และได้รับข้อมูลจากผู้ปกครองหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแอนนี่ มือการตลาดของดัชมิลด์ในนครเซี่ยงไฮ้ ที่กรุณาส่งข้อมูลที่น่าสนใจมาให้เป็นวัตถุดิบสำหรับบทความในวันนี้กัน ทันทีที่การแพร่ระบาดเกิดขึ้น รัฐบาลจีนก็สั่งให้สถาบันการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมหาวิทยาลัยปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 3 เดือนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน หลังจากนั้น กระทรวงศึกษาธิการจีนก็ได้มอบแนวปฏิบัติให้โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือต่ำกว่าปรับระบบการเรียนการสอนเป็นแบบทางไกล โดยให้เริ่มนำร่องใช้ระบบดังกล่าวภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ หรือเพียงไม่ถึง 3 สัปดาห์หลังเชื้อโควิด-19 เริ่มกระจายตัว พอหลังหยุดยาวตรุษจีน โรงเรียนก็ทยอยจัดส่งตารางเรียนพร้อมคู่มือข้อปฏิบัติที่มีตารางเวลากำกับโดยละเอียดให้แก่นักเรียนเพื่อการเตรียมตัว ข้อมูลหลายอย่างถูกใส่ไว้ในตารางเรียนและคู่มือมากกว่าที่เคยทำในโรงเรียน...

จีนขวิดโควิด-19 … กระเจิง

คอลัมน์ China Inside 0ut จีนขวิดโควิด-19 … กระเจิง ---------------------------------------------------------------------- หลังจากโควิด-19 แพร่ระบาดในจีนจนนำไปสู่การปิดเมืองและสารพัดมาตรการที่เข้มข้นแบบ “กล้ากินยาขม” ผ่านมาเพียง 3 เดือน โลกก็ต้องตื่นตะลึงที่เห็นสถานการณ์ในจีนเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ รัฐบาลจีนปรับมาตรการหนักเบาตามสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม เริ่มจากการ “สกัดการแพร่เชื้อ” ด้วยการปิดเมืองหลายแห่ง ยกเลิกกิจกรรมชุมชน และจำกัดการเดินทางและการพบปะของประชาชน รวมทั้งการปิดบ้านที่คนจีนต้องกักบริเวณตัวเองอยู่ในที่พักเป็นเดือนด้วยความอดทนราวกับเป็นผู้ต้องโทษ บุคลากรทางการแพทย์ ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา คนเหล่านี้อดสังสรรค์กับครอบครัว และไม่ได้ลิ้มรสอาหารอร่อยดังเช่นเคยทุกปี ภาพของนักรบชุดขาวที่ต้องแยกโต๊ะห่างกันขณะรับประทานอาหารกล่องที่แสนจืดชืด นอนคุดคู้บนเก้าอี้ในโรงพยาบาลและรถบัสรับส่ง และแยกจากครอบครัวโดยไม่รู้ว่าจะได้กลับไปพบเจอกันอีกหรือไม่...

นวัตกรรมจีนในยุคโควิด-19

คอลัมน์ China Inside Out นวัตกรรมจีนในยุคโควิด-19  ___________________________________           สิ่งหนึ่งผมประทับใจอย่างมากในการจัดการปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของจีนก็ได้แก่ การเห็นจีน “ปล่อยของ” นำเอานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและระบบดิจิตัลมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมและสร้างสรรค์ เราเห็นการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย และเตียงผู้ป่วยจำนวนมากในเวลาชั่วพริบตา หรือการแปลงสายการผลิตที่มีความยืดหยุ่นสูงของบริษัทชั้นนำจากเดิมที่ผลิตเครื่องปรับอากาศ รถยนต์ไฟฟ้า และอื่นๆ มาผลิตหน้ากากและเวชภัณฑ์ที่ขาดแคลนได้อย่างรวดเร็ว สนามจริงทดสอบนวัตกรรมจีน หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 จีนก็นำเอานวัตกรรมจำนวนมากที่เคยอยู่ในขั้นทดลองไปเริ่มใช้งานจริง จนถือว่าเป็นการใช้ระบบ 5G ในอาณาเขตที่ใหญ่ที่สุดในโลก การเรียนหนังสือทางไกลเป็นตัวอย่างแรกที่ผุดออกมา โดยโรงเรียนจัดส่งตารางเรียนพร้อมคู่มือข้อปฏิบัติอย่างละเอียดให้นักเรียนหลังหยุดยาวตรุษจีนในทันที แถมหลายสิ่งถูกเพิ่มเติมไว้มากกว่ามาโรงเรียน เช่น การระบุเวลาตื่นนอน รับประทานอาหาร เคารพธงชาติ...