HomeOpinionsกูรูการเงินชี้เศรษฐกิจสหรัฐ"ถดถอย"ใน2ปี โลกเผชิญดอกเบี้ยติดลบ

กูรูการเงินชี้เศรษฐกิจสหรัฐ”ถดถอย”ใน2ปี โลกเผชิญดอกเบี้ยติดลบ

2 กูรูการเงินคาดเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ภายใน 2 ปี พร้อมกับเตือนอาจเผชิญภาวะอัตราดอกเบี้ยติดลบ (Negative Interest Rate)  หลังจากมีแนวโน้มที่ธนาคารกลางทั่วโลกจะดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ท่ามกลางภาระหนี้ของประเทศต่างๆ ที่พุ่งสูงขึ้น

เรย์ ดาลิโอ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates  และเป็นหนึ่งในกูรูการเงิน ซึ่งเป็นผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของโลก คาดการณ์ว่า โอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่สภาวะถดถอยในอีกราว 2 ปีข้างหน้ามีมากถึง 25%

โดยที่บรรดาธนาคารกลางสำคัญของโลก ทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำครั้งต่อไปได้เหมือนกับที่ผ่านมา

[restrict]เรย์ ดาลิโอ กล่าวว่า ธนาคารกลางดังกล่าวจะต้องยอมรับความจริงข้อนี้ โดยเฉพาะเฟดต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก

- Advertisement -

สำหรับข้อสมมุติฐานในการคาดการณ์ของเรย์ ดาลิโอ เชื่อว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้น มาจากปัจจัยหลายอย่างทั้งประเด็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของธนาคารกลาง เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว

ประเด็ยที่สำคัญคือ เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับช่วงปลายของวงจรหนี้ระยะยาวที่สะสมมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่เกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจน การเลือกตั้งสหรัฐปี 2020 และการขยายอิทธิพลของจีน

ทั้งนี้ เรย์ ดาลิโอ ชี้ว่า มีแนวโน้มที่ทองคำจะเป็นที่ต้องการของนักลงทุนที่มองหาเงินรูปแบบการลงทุนอื่น โดยที่ราคาทองในตลาดโลกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงถึง 1,560 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี

ทางด้านอลัน กรีนสแปน อดีตประธานเฟด มองว่า อัตราดอกเบี้ยติดลบกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก โดยสหรัฐกำลังรอเวลาที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น เนิ่องจากทั้งเยอรมนี ฝรั่งเศส เบลเยียม และญี่ปุ่นล้วนแต่เดินหน้าเข้าสู่ทิศทางที่มีอัตราดอกเบี้ยติดลบ

โดยที่รัฐบาลประเทศต่างๆ มีการออกบอนด์ที่ให้อัตราผลตอบแทนติดลบทั่วโลกเป็นมูลค่ามากกว่า 16 ล้านล้านดอลลาร์

อลัน กรีนสแปน  กล่าวว่า ที่ผ่านมาทั่วโลกมักจะคุ้นเคยกับแนวคิดที่เชื่อว่า ไม่มีอัตราดอกเบี้ยติดลบ แต่นักลงทุนควรพิจารณาถึงการที่อัตราผลตอบแทนบอนด์อายุ 30 ปี ซึ่งอาจเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา กับผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐที่เกิดภาวะเรียกว่า Inverted Bond yield เนื่องจากการที่อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐระยะยาวอายุ 10 ปี ร่วงลงไปแตะต่ำสุดที่ 1.42% เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งอยู่ต่ำกว่าผลตอบแทนบอนด์ระยะสั้นอายุ 2 ปีที่ยืนในระดับ 1,52%

รวมทั้งอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐระยะยาวอายุ 30 ปี หลุดระดับ 2% ลงไปแตะที่ 1,951% ซึ่งต่ำกว่าผลตอบแทนบอนด์ระยะสั้นอายุ 3 เดือน

อดีตประธานเฟด กล่าวว่า การที่แนวโน้มอัตราดอเบี้ยติดลบเกิดขึ้นจากนโยบายการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางต่างๆ ที่เป็นไปตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศที่รัฐบาลมีการก่อหนี้จำนวนมหาศาล

ทั้งนี้ อลัน กรีนสแปน ตั้งข้อสังเกตว่า ราคาทองที่ปรับตัวขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากนักลงทุนกำลังมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยหรือจับต้องได้ที่เป็น Hard Assets ซึ่งจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตามราคาทองมีการปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันศุกร์มาอยู่ที่ระดับ 1,515 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่นักลงทุนเริ่มเข้าซื้อหุ้นที่ถือเป็นสินทรัพย์เสี่ยง จากรายงานข่าวที่จีนจะกลับสู่โต๊ะเจรจาการค้ากับสหรัฐเป็นรอบที่ 13 ในเดือนตุลาคมนี้

หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงคิดแตกต่างในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ทำให้มีการประกาศทำสงครามการค้า โดยมีการตอบโต้กันด้วยการเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเป็นมูลค่ารวมกันมากกว่า 660,000 ล้านดอลลาร์

ขณะที่รายงานของ FedWatch บ่งชี้ว่า นักลงทุนเชื่อว่า มีโอกาส 95% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 กันยายนนี้ โดยที่มีโอกาสเพียง 5% ที่จะปรับลดดอกเบี้ย 0.50%

ทำให้บรรยากาศในตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาเคลื่อนไหวในทิศทางบวกอีกครั้ง นำโดยตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ทั้งดัชนีดาวโจนส์ปิดวันพฤหัสฯ ที่ 26,728 พุ่งขึ้น 372.68 จุด หรือ 1.41% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,976 เพิ่มขึ้น 1.30% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,116 พุ่งขึ้น 1.75%[/restrict]

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News