HomeEditor's Pickไวรัสโคโรนาสกัดยุทธศาสต์ร์ "Made In China"

ไวรัสโคโรนาสกัดยุทธศาสต์ร์ “Made In China”

Made In China ยุทธศาสตร์ใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจของจีนจะบรรลุเป้าหมายในปี 2025 หรือไม่ กำลังถูกจับตามองใกล้ชิด หลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับภาวะการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนต้องชะลอตัวลงอย่างมากในปีนี้

โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกปี 2020 ที่นักวิเคราะห์ตะวันตกคาดว่า จีดีพีของจีนจะชะลอตัวลงที่ระดับ 4.5-5.0% เท่านั้น จากที่เคยขยายตัวมากกว่า 6% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ในฐานะที่จีนเป็นสายพานโลกในการผลิตสินค้าและวัตถุดิบ รวมทั้งชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ให้กับบริษัทข้ามชาติกำลังเผชิญกับภาวะชะงักงันที่ต้องปิดโรงงานชั่วคราวท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในขณะนี้

- Advertisement -

ทั้ง Hyundai. Sony, Apple และ Ford ที่ออกมาเตือนในวันนี้ ต่อการต้องระงับสายพานการผลิตในจีนเป็นการชั่วคราว จนกว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาจะคลี่คลายไป

ขณะที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้เข้ามาอัดฉีดเม็ดเงิน 1.2 ล้านล้านหยวน หรือ 173,800 ล้านดอลลาร์เข้าสู่ตลาดการเงินภายในประเทศผ่านข้อตกลง Reverse Repos ที่มีระยะเวลาการซื้อคืนเพื่อรับมือกับความผันผวนและความเสี่ยงจากอาการตื่นตระหนกของนักลงุทนสำหรับการเปิดตลาดหุ้น ตลาดบอนด์ และตลาดค้าเงินตรา เป็นวันแรกเมื่อวันจันทร์ หลังจากการหยุดยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน

PBOC ยังคงอัดฉีดสภาพคล่องเพื่อให้เกิดเสถียรภาพที่เพียงพอกับความต้องการของภาคธุรกิจอีก 400,000 ล้านหยวนในวันอังคาร ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนที่ดิ่งลงอย่างหนักถึง 8% ในวันจันทร์ และพลิกกลับมาเป็นบวกในวันอังคารและวันพุธ โดยที่ PBOC ได้หยุดการอัดฉีดเงินวันพุธ เนื่องจากสภาพคล่องในระบบธนาคารอยู่ในระดับสูง

แต่ PBOC มีการเตรียมออกมาตรการก๊อก 2 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา รวมถึงการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี (LPR) มีผลในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ และจะปรับลดการกันสำรองของสถาบันการเงิน (RRR) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้

ท่ามกลางการเปิดเผยของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน ในวันอังคาร ว่า มีผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นอีก 65 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 490 ราย แต่เมื่อรวมกับผู้เเสียชีวิตนอกแผ่นดินใหญ่จีนอีก 2 ราย รวมเป็น 492 ราย

ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3,887 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 24,324 ราย ขณะที่ผู้ป่วยติดเชื้อที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลหลังจากมีอาการดีขึ้นจำนวน 892 ราย

ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนยังคงถูกมองว่าอยู่ในช่วงของการชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้สู่ระดับ 5% ต่อปี ขณะที่คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ระบุต์ข้อความบนทวิตเตอร์ และใน Weibo โซเชียลมีเดียของจีน แสดงความเสียใจกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา พร้อมกับสนับสนุนความพยายามของจีนในการรับมือกับวิกฤตดังกล่าว

IMF เชื่อว่า มาตรการด้านการเงินและการคลัง โดยเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจีนยังคงมีความหยืดหยุ่นเพียงพอจากการที่จีนมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และมีทรัพยากร รวมทั้งศักยภาพในการรับมือกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวที่มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน เมื่อวันอังคาร โดยมองว่า การระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งโรคระบาดที่คล้ายกันนี้และเคยเกิดขึ้นมาแล้วได้ส่งผลกระทบระยะยาวที่มีความเปราะบางจากความไม่แน่นอน

ความไม่ชัดเจนว่า จะสามารถควบคุมไวรัสโคโรนาได้หรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่น่าวิตกถึงความเสี่ยงที่มีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกืจจีนมีการการพัฒนาและขยายตัวจนมีขนาดใหญ่มากขี้นหลายเท่าจากเมื่อ 17 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรค SARS ในช่วงปี 2002-2003 ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 800 ราย และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีตันทุนสูงกว่า 33,000 ล้านดอลลาร์

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News