HomeBT Newsเมื่อ "มังกร" เหยียบย่างเข้าปี 2020

เมื่อ “มังกร” เหยียบย่างเข้าปี 2020

 

China Inside-Out

สวัสดีปีใหม่ผู้อ่านทุกท่านครับ เราเปิดคอลัมน์ “China Inside- Out” เพื่อมุ่งหวังให้เป็นเวทีในการสื่อสารกับท่านผู้อ่านในการเกาะติดกระแสการเปลี่ยนแปลงของจีนแบบล้วงลึกจากวงใน ผมขอเริ่มเปิดตัวคอลัมน์ด้วยการนำท่านผู้อ่านไปติดตามดูภาพใหญ่ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตอย่างไรในปี 2020 นี้

 

ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายให้ความสนใจติดตามดูตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนในปี 2019 ที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจาก 6.4% ในไตรมาสแรก 6.2% ในไตรมาสที่สอง และเหลือ 6.0% ในไตรมาสที่สาม และเกรงว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะลุกลามและก่อให้เกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและการเงินของจีนในระยะยาว

แต่อย่างไรก็ดี ครั้นเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนกลับดูไม่ค่อยกังวลใจกับการชะลอตัวดังกล่าว แถมยังประเมินว่าเศรษฐกิจจีนของปี 2019 จะพลิกกลับมาลงเอยในอัตรา 6.2% กันเลยทีเดียว

- Advertisement -

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็นับว่า รัฐบาลจีนบรรลุเป้าหมายที่เดิมกำหนดไว้เป็นช่วงกว้างๆ ที่ 6.0-6.5% และเติบโตกว่าเศรษฐกิจโลกถึงเกือบสองเท่าตัว เศรษฐกิจจีนยังคงวิ่งด้วยความเร็วที่สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของโลกและของหลายประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อยู่มาก ขณะเดียวกัน ระยะห่างของขนาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนก็ลดลงทุกขณะ

สำหรับปี 2020 รัฐบาลและองค์กรด้านเศรษฐกิจของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ประชุมคณะทำงานด้านเศรษฐกิจแห่งชาติ (Central Economic Working Conference: CEWC) คาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ 6% เมื่อเทียบกับของปีก่อน

ในด้านหนึ่ง ณ อัตรา 6% สะท้อนว่า ปี 2020 จะเป็นอีกปีหนึ่งที่เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงต่อไป แต่ในอีกด้านหนึ่ง ระดับดังกล่าวก็ยืนยันว่า เศรษฐกิจจีนมิได้ “ดิ่งหัว” และจะเติบโตในระดับที่สูงกว่าของค่าเฉลี่ยโลก ที่คาดว่าจะขยายตัวในอัตราราว 3.3% อยู่มาก

การผลักดันให้เศรษฐกิจจีนเติบโตมากกว่าอัตรา 6% ในปี 2020 เป็นสิ่งที่เกินความจำเป็น และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในมิติอื่นในระยะยาว หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ รัฐบาลจีนควรให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่าง “การเติบโต” กับ “การป้องกันความเสี่ยง” ไปพร้อมกัน เพราะมีสัญญาณเตือนที่เป็นปัจจัยต่อเนื่องจากปี 2019 ว่า จีนมีแนวโน้มจะต้องเผชิญกับความท้าทายและแรงกดดันจากภายนอกที่เพิ่มขึ้นในปี 2020 โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ การชุมนุมประท้วงที่ฮ่องกง และการออกกฎหมายของสหรัฐฯ ที่แทรกแซงกิจการภายในของจีน ซึ่งอาจขยายวงจากฮ่องกงและซินเจียงไปยังพื้นที่อื่นๆ

เครดิตภาพ: xinhuathai.net

ประการสำคัญ รัฐบาลจีนมีการบ้านสองข้อใหญ่รออยู่ อันได้แก่ การมุ่งเป้าที่จะเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อหัวของชาวจีนในปี 2020 ให้ขึ้นไป 2 เท่าตัวของปี 2010 เพื่อยกระดับให้จีนก้าวขึ้นเป็น “เสี่ยวคัง” (Xiaokang) หรือสังคมที่มีการพัฒนาในระดับปานกลาง และขจัดคนยากจนที่มีอยู่ราว 5% ของจำนวนประชากรโดยรวมของจีนให้หมดไป

เพื่อบรรลุเป้าหมายใหญ่ทั้งสองดังกล่าว รัฐบาลจีนต้องพยายามผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวในอัตรา 6.1-6.2% ต่อปีในช่วงปี 2019-2020 และระดมสรรพกำลังทั้งจากภาครัฐและเอกชนต่อสู้กับปัญหาความยากจนบนหลักการ “จิงจุ่นฝูผิน” (Jing Zhun Fu Pin) หรือ “แม่นยำและเป็นรูปธรรม” อย่างจริงจังต่อไป ซึ่งหากเราพิจารณาว่า การกำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2020 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนข้อสรุปจากยกแรกของสงครามการค้าฯ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีที่ผ่านมาแล้ว ก็อาจทำให้รัฐบาลและชาวจีนใจชื้นมากขึ้นว่า การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูง

หากสถานการณ์เป็นใจ เศรษฐกิจโลกเติบโตใกล้เคียงหรือสูงกว่าระดับที่คาดการณ์ไว้ ผมก็คิดว่า รัฐบาลจีนจะมีทางเลือกมากขึ้น โดยอาจจะพยายามรักษาระดับความเร็วให้ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ หรือแม้กระทั่งอาจไม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบตามที่วางแผนไว้ และปล่อยให้เศรษฐกิจจีนเติบโตต่ำกว่า 6% เล็กน้อยก็เป็นได้

ประเด็นสำคัญก็คือ รัฐบาลจีนจะทำอย่างไรหากเศรษฐกิจโลกในปี 2020 ชะลอตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ และเครื่องยนต์เศรษฐกิจจีนไม่อาจเดินได้เต็มสูบอย่างที่คาดหวังไว้ หากเกิดขึ้นจริง รัฐบาลจีนก็คงจะต้องงัดเอามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ก๊อกสอง” ออกมาใช้ เพื่อมิให้เศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าที่วางไว้มากจน “สูญเสีย” ความงดงามทางเศรษฐกิจที่สร้างไว้ในช่วงหลายทศววรษที่ผ่านมา

ความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงหลายทศวรรษหลังนี้ทำให้เศรษฐกิจจีนเติบใหญ่และมีความพร้อมในปัจจุบัน จีนไม่จำเป็นต้องดิ้นรนผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตในเชิงปริมาณดั่งเช่นในอดีต และหากเราพิจารณาถึงความกล้า ความทรหด และประสบการณ์ในการผ่านร้อนหนาวในช่วงหลายปีหลังนี้ จีนก็ควรเลือกที่จะเดินหน้าปฏิรูปเชิงลึกและรักษา “ความนิ่ง” ทางเศรษฐกิจเอาไว้เพื่อมิให้ “เสียศูนย์” เป้าหมายการพัฒนาในระยะยาว

สำหรับผมแล้ว ในปี 2020 รัฐบาลจีนควรให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในเชิง “คุณภาพ” มากกว่า “ความเร็ว” และมุ่งเน้นเป้าหมายที่มีความ “ยืดหยุ่น” และ “เสถียรภาพ” มากกว่าที่ผ่านมา

ตัวเลข 6% จึงเป็นเพียงเป้าหมายแบบยืดหยุ่นในปี 2020 รัฐบาลจีนควรใส่ใจกับการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดูจะขยายอิทธิพลในเชิงเปรียบเทียบมากขึ้น “การเติบโตในเชิงคุณภาพ” และ “การรักษาเสถียรภาพ” จะเป็นคีย์เวิร์ดที่กำหนดทิศทางและแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจีนในปีนี้ เข้าทำนองว่า “หลุดเป้าได้ แต่ต้องไม่เป๋”

ยิ่งหากดูแนวโน้มตัวเลขเศรษฐกิจในปัจจุบันแล้ว ผมก็เชื่อมั่นเหลือเกินว่า นอกจากจะบรรลุเป้าหมายการเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อหัวและการเอาชนะปัญหาความยากจนดังกล่าวแล้ว รัฐบาลจีนยังจะสามารถต่อสู้กับความท้าทายในการยกระดับสถานะจากประเทศกำลังพัฒนาไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วระยะต้น เดินเข้าสู่แผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 14 (2021-2015) ได้อย่างสง่างาม พร้อมฉลอง 100 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 2020 อย่างยิ่งใหญ่

 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News