Home Opinions Healthcare Innovation นวัตกรรมโดดเด่น พร้อมศักยภาพเติบโตระยะยาว

Healthcare Innovation นวัตกรรมโดดเด่น พร้อมศักยภาพเติบโตระยะยาว

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในกลุ่มอุตสาหกรรมทางการแพทย์ ส่งผลให้เกิดกลุ่มอุตสาหกรรมทางการแพทย์แบบใหม่ ที่เรียกว่า กลุ่ม “Healthcare Innovation” ที่มีความโดดเด่น ทั้งศักยภาพในการเติบโตสูง สามารถสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อมาตอบโจทย์การรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยี ทั้งนี้ ผู้เขียนขอยกตัวอย่าง 3 กลุ่ม Healthcare Innovation ที่มีนวัตกรรมที่โดดเด่น ดังนี้

กลุ่มแรกคือ กลุ่ม Digital Health ที่เกี่ยวข้องกับบริการ Telehealth และอุปกรณ์ทางการแพทย์สมัยใหม่ ซึ่ง Fior Markets บริษัทวิจัยการตลาดคาดการณ์ว่า กลุ่ม Digital Health ทั่วโลก จะมีขนาดตลาด (Market Size) เติบโตจากปี 2019 ที่ระดับ 96,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปสู่ระดับ 623,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2027 หรือจะเติบโตโดยเฉลี่ยในช่วงปี 2020-2027 ประมาณ 22.07% ต่อปี ยกตัวอย่างบริษัทในกลุ่ม Digital Health เช่น บริษัท Teladoc ผู้ให้บริการ Telemedicine ที่ให้คำปรึกษาและการช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยทางไกล ซึ่งมีรายงานจาก Fortune Business Insight คาดการณ์ว่า ตลาด Telemedicine ในปี 2018-2026 จะเติบโตเฉลี่ยถึง 33% ต่อปี

กลุ่มถัดมาคือ กลุ่ม Biotechnology ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพผลิตยาเพื่อรักษาโรคร้ายแรง โดยมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพหรือที่เรียกว่า Biotechnology จะเป็นก้าวสำคัญของวงการทางการแพทย์ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งจากรายงานการวิจัยของ Grand View Research คาดการณ์ว่า ขนาดตลาดของกลุ่ม Biotechnology ทั่วโลก จะมีมูลค่ามากกว่า 2.44 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2028 หรือจะมีการเติบโตโดยเฉลี่ยระหว่างปี 2021-2028 อยู่ที่ 15.83% ต่อปี จากนโยบายภาครัฐฯ ที่สนับสนุนการเติบโตและความต้องการ Synthetic Biology หรือการคิดค้นวิจัยให้ได้ผลลัพธ์ใหม่ทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น บริษัท Vertex Pharmaceuticals เป็นบริษัทที่เน้นพัฒนายาที่รักษาโรค Cystic fibrosis (CF) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่หายาก มีการพัฒนายา Trikafta ซึ่งเป็นยา CF ที่สามารถรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรค CF ได้มากกว่า 50%

- Advertisement -

และกลุ่มสุดท้ายเป็นหนึ่งในแวดวง Biotechnology ที่มีความโดดเด่น นั่นคือ กลุ่ม Genomics ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม และการตัดต่อยีน โดยรายงานการวิจัยของ MarketsandMarkets Research ระบุว่า กลุ่ม Genomics ปี 2020 มีขนาดตลาดอยู่ที่ 2.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดว่าจะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 19% ต่อปี สู่ระดับ 54,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2025 ปัจจุบันกลุ่ม Genomics ส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาและการทดลองทางคลินิก โดยมีการนำ Genomics มาใช้ทางการแพทย์ทั้งการวินิจฉัยโรค การจัดลำดับ DNA (DNA Sequencing) เพื่อหาสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ การใช้เทคโนโลยี Gene Editing ที่สามารถยับยั้งโรคมาลาเรียที่คร่าชีวิตคนไปมากกว่า 250,000 คนต่อปี และการรักษาด้วยเซลล์ (Cellular Therapies) ที่สามารถซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเซลล์และเนื้อเยื่อที่เสียหายได้ ตัวอย่างบริษัทในกลุ่ม Genomics เช่น บริษัท Fate Therapeutics ผู้นำด้านเซลล์และภูมิคุ้มกันบำบัด มีการพัฒนา CAR T Cell โดยการปรับแต่งพันธุกรรมด้วย CRISPR/Cas9 ให้ยีน CAR เข้าไปแทนที่ยีน TCR โดยใช้ Endogenous TCR Promoter ทำให้สามารถใช้เซลล์นี้รักษาผู้ป่วยคนอื่นได้

หากดูในแง่ของราคาหุ้นกลุ่ม Innovative Healthcare ในปัจจุบัน มีความน่าสนใจจากราคาที่ปรับตัวลงมา ท่ามกลาง Bond Yield ที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นแรง ส่งผลกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงหุ้นในกลุ่ม Healthcare Innovation ด้วย ยกตัวอย่างเช่น กองทุน CS (Lux) Digital Health Equity Fund ที่เป็นตัวแทนของกลุ่ม Digital Health ปรับตัวลงมาจากจุดสูงสุดประมาณ -21%, กองทุน Polar Capital Fund Plu – Biotechnology Fund ตัวแทนกลุ่ม Biotech ลงมาประมาณ -20% จากจุดสูงสุด และกองทุน ARK Genomic Revolution ETF (ARKG) ตัวแทนของกลุ่ม Genomics ปรับตัวลงมาประมาณ -24% จากจุดสูงสุด (as of March 5, 2021) อีกทั้งหุ้นในกลุ่ม  Healthcare Innovation ยังซื้อ-ขายในระดับราคาที่ต่ำกว่าอุตสาหกรรมโดยรวม ตัวอย่างเช่น S&P 500 Biotechnology Industry Index (S5BIOTX) ปัจจุบันซื้อ-ขาย (Forward 12-month PE) อยู่ที่ระดับเพียง 10.81 เท่า เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมโดยรวมอย่าง S&P 500 Health Care Sector Index (S5HLTH) ที่ระดับประมาณ 15.73 เท่า (as of March 5, 2021)

ดังนั้น เราจึงแนะนำให้ใช้โอกาสในช่วงที่ตลาดมีการปรับฐานลงมา ทยอยเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare Innovation ที่มีนวัตกรรมโดดเด่นพร้อมทั้งศักยภาพการเติบโตในระยะยาว และยังเป็นการเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

ผู้เขียน วิภาดา ศุภกุลวณิชย์ AFPT™ Assistant Wealth Manager ธนาคารทิสโก้

อ่าน : ทำความรู้จักกับดัชนี SET Well-being (SETWB) อีกหนึ่งโอกาสการลงทุน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News