HomeOpinionsลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ...ในวัน New High

ลงทุนหุ้นสหรัฐฯ …ในวัน New High

มีคำถามเกิดขึ้นในวันที่หุ้นสหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องจากปีแล้วต่อเนื่องมาถึงปี 2020 ว่าจะเข้าลงทุน ซื้อแล้วจะติดดอยหรือไม่ ถ้ามีหุ้นหรือถือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯอยู่แล้วจะขายออกมาก่อนดีหรือไม่?

ปี 2019 นับเป็นปีที่ดีของตลาดหุ้นทั่วโลก โดยดัชนี MSCI World Index ที่เป็นภาพสะท้อนของดัชนีหุ้นโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นมาประมาณ 24% ส่วนดัชนีหุ้นไทยสวนทางตลาดหุ้นทั่วโลกแทบจะไม่ขยับเปลี่ยนแปลง โดยมีผลตอบแทนแทบจะรั้งท้ายตลาดหุ้นทั่วโลก ปรับตัวขึ้นมาแค่ 1.02%

ว่ากันที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวโดดเด่นร้อนแรงติดลำดับต้นๆ ของโลกในปี 2019 ดัชนีหลักๆ อย่างดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ +22% , ดัชนี S&P500 +28% ,  NASDAQ ปรับตัวขึ้นโดดเด่นกว่า 35%

กลุ่มอุตสาหกรรมทั้งหมด 11 อุตสาหกรรมของดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นมาทุกหมวดหมู่ กลุ่มเทคโนโลยีปรับขึ้นโดดเด่นที่สุดกว่า 48% ขณะที่กลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมาน้อยที่สุดคือกลุ่มพลังงาน +7%

หุ้นตัวหลักๆ ที่มีลูกค้าอยู่ทั่วโลกที่คนไทยรู้จักกันดีอย่างกลุ่ม FANMAG – Facebook +56% Apple +84% Netflix +28% Microsoft +57% Amazon+24% Google +29% ซึ่งมูลค่าตลาดรวมของหุ้น 6 ตัวขณะนี้มีขนาดใหญ่กว่าตลาดหุ้นยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างญี่ปุ่น จีน เยอรมันแล้ว

- Advertisement -

ซึ่งหุ้นกลุ่มนี้กลับกลายเป็นหลุมหลบภัยชั้นดีในยามที่ตลาดเต็มไปด้วยความผันผวนจากข่าวสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ตลอดทั้งปี

จะลงทุนดีหรือไม่ในยามที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดขึ้นร้อนแรง …มีสถิติที่น่าสนใจของดัชนี S&P500 อันเป็นดัชนีที่สะท้อนภาพของหุ้นสหรัฐฯ ได้ดีที่สุด (มูลค่าตลาดรวมประมาณ 80% ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ)  ที่เริ่มใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 1957 หรือ 63 ปีที่แล้วพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า 63 ปีที่ผ่านมา ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นจำนวน 49 ครั้ง คิดเป็น 77% ขณะที่ปรับตัวลง 14 ครั้ง หรือคิดเป็น 23%

ในจำนวน 63 ปีที่ผ่านมา มีปีที่ตลาดให้ผลตอบแทน (รวมปันผล) มากกว่า 30% อยู่ 9 ครั้ง โดยปีล่าสุดที่ดัชนี S&P500 ให้ผลตอบแทนมากกว่า 30% คือปี 2013 หรือเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

จากสถิติที่เก็บข้อมูลมาตั้งแต่ปี 1957 บ่งบอกว่าหากปีไหนที่ดัชนี S&P500 ให้ผลตอบแทนรวมปันผลมากกว่า 30% ใน 9 ครั้ง ในปีถัดไปตลาดจะยังคงให้ผลตอบแทนเป็นบวกต่อเนื่องอีก 7 ครั้ง และให้ผลตอบแทนเป็นลบเพียงแค่ 2 ครั้งคือในปี 1980 ติดลบ 4.91% และปี 1989 ติดลบ 3.1%

ส่วนปีที่บวกต่อเนื่องหลังจากตลาดให้ผลตอบแทนมากกกว่า 30% 3 ครั้งล่าสุดคือในปี 1996 1998 2014 นั้น ตลาดสามารถให้ผลตอบแทน 22.96% 28.58% และ 13.69% ตามลำดับ

โดยผลตอบแทนเฉลี่ยปีถัดไปหลังจากตลาดให้ผลตอบแทนมากกว่า 30% จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 13.2% นั่นหมายถึงว่าถ้าปีไหนตลาดหุ้นสหรัฐฯ บวกได้แรง ปีถัดไปก็จะยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่อง

การลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ทำได้ไม่ยาก ทั้งลงทุนโดยตรงหรือลงทุนผ่านกองทุนรวม ข้อดีของการลงทุนอ้างอิงตามดัชนีคือ เป็นกระจายความเสี่ยงโดยตัวของมันเอง เพราะเงินของเราจะนำไปลงทุนในหุ้นตามน้ำหนักของดัชนีที่ได้คำนวณไว้ ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่หุ้นตัวใดตัวหนึ่ง ติดตามได้ง่ายโดยดูแค่การเคลื่อนไหวของดัชนี

เราควรวางแผนลงทุนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยไม่ให้อารมณ์ของตลาดมามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ เวลาตกใจขายในราคาต่ำ เวลาดีใจไปตามซื้อในราคาสูง ซึ่งระยะยาวแล้ววิธีการลงทุนแบบสม่ำเสมอนักลงทุนจะได้ต้นทุนที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

และสุดท้ายควรให้ “เวลา” เป็นตัวทำงาน เพราะการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนและความเสี่ยงอย่างหุ้นต้องรอเวลาอย่างน้อย 5 ปี ถึงจะเห็นผลของเงินลงทุนที่เริ่มไปตอนแรก ซึ่งค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนย้อนหลังของดัชนี S&P500 (รวมปันผล) จะอยู่ที่ประมาณ 8-10% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่ดีพอสมควร

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่ยังคงต้องจับตามองที่จะส่งผลกระทบต่อความผันผวนของตลาดหุ้นโลกในปี 2020 ที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์คงหนีไม่พ้นเรื่องของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่แม้เริ่มคลี่คลายแต่ก็ยังหาบทสรุปแน่นอนไม่ได้ ซึ่ง IMF ประเมินว่าสงครามการค้าฯ จะทำให้มูลค่าการค้าโลกหดตัวลงประมาณ 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 0.8% ของ GDP โลกในปี 2020

ขณะเดียวกันการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯปีหน้าก็น่าจับตามองว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังคงอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมีผลต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ว่าจะกลับทิศปรับขึ้นเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดูดีหรือปรับดอกเบี้ยลงต่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

หากดูจากสถิติที่นำเสนอ น่าจะบ่งบอกได้ว่าในปี 2020 หุ้นสหรัฐฯ ยังมีความน่าสนใจแม้ว่าปี 2019 จะปรับตัวขึ้นได้ร้อนแรง หากยังไม่เริ่มต้นลงทุน หรือรอจังหวะอยู่ การเริ่มต้นในปี 2020 สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ หรือใครที่มีหุ้นหรือกองทุนอยู่แล้วก็น่าจะถือลงทุนได้ต่อและวางแผนการลงทุนให้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้าปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่องตามสถิติที่มีมาในอดีตหรือจะปรับฐานย่อลง เป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิดในปี 2020 นี้

 

ข้อมูลประกอบ

Wikipedia,Investing.com,Bloomberg, Cnbc,Tradingview,Market Insider,Investopedia

 

 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News