HomeOpinionsเบื้องลึก เกม”แบน3สารพิษ” พลิก.??

เบื้องลึก เกม”แบน3สารพิษ” พลิก.??

โบราณว่า”ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน”ขนาด “คณะกรรมการวัตถุอันตราย” ซึ่งมี “นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีอุตสาหกรรม นั่งเป็นประธานเมื่อวันที่ 27 พ.ย.62 มียังมติเลื่อนการแบน “พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส” ออกไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย.63 และยังเลิกแบน “ไกลโฟเซต”เล่นทำเอาคนงงกันทั้งเมือง

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการวัตถุอันตราย เพิ่งมีมติเมื่อวันที่ 22 ต.ค.62 ที่ผ่านมาให้สารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 กล่าวคือ ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออกและมีไว้ในครอบครองให้มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ ธ.ค.62 เป็นต้นไป

เรื่องนี้มีที่มาที่ไปเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไรทำไมจึงพลิกมติกันง่ายๆจากการติดตามข้อมูลจากที่ประชุมทราบว่า คนที่พลิกเกมคือ กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งในวันประชุมต้นเรื่องอย่าง” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร”ไม่ได้เข้าแต่มี”ข้าราชการระดับสูงจากกระทรวงเกษตร”คนหนึ่งเข้าร่วมพร้อมกับหอบเอกสารปึกใหญ่แจกจ่ายผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนตั้งแต่ประธานยันคนติดตาม

- Advertisement -

ในเอกสารอ้างเป็นผลสำรวจความเห็นประชาชนทางอินเตอร์เน็ตว่า”เห็นด้วย”หรือ”คัดค้าน”การแบน3สารพิษ โดยข้อมูลในเอกสารระบุว่าประชาชน 75% ไม่เห็นด้วยกับการแบน3สารพิษและยังบอกอีกว่า กรมวิชาการเกษตรเตรียมแผนรองรับไม่ทันจึงขอเลื่อนการแบน3สารพิษออกไปอีก 2ปี ที่ประชุมได้ทักท้วงว่า 2ปียาวไป ผู้แทนจากกระทรวงเกษตรจึงขอต่อลองลงมาเหลือแค่ 1 ปีโดยอ้างว่า ปัญหาหลักอยู่ที่ “ไกรโซเฟต.”

หากแบนแล้วจะทำให้มีปัญหากับสหรัฐอเมริกาได้ ซึ่งจะกระทบการส่งออกไทยไปตลาดสหรัฐ

ในที่สุดประธานในที่ประชุมยอมให้ยืดเวลาออกไป 6เดือนสำหรับ2ตัวคือ พาราคว็อตกับคลอร์ไพริฟอสเมื่อครบ 4 เดือนให้รายงานผลกลับมา ส่วน”.ไกลโฟเซต”เห็นว่าเป็นยาฆ่าหญ้าไม่มีผลต่อพืชโดยตรงให้ยกเลิกการแบน เรื่องทั้งหมดก็เจบลงด้วยประการฉะนี้

ที่น่าสนใจ ก็คือ ทำไมสถานการณ์ถึงพลิกจาก “หน้ามือเป็นหลังมือ” อะไรทำให้ข้าราชการ นักการเมืองบางคน กล้าฝืนกระแสสังคม แต่อย่าได้แปลกใจหากรู้ว่า มติดังกล่าวอาจจะมีผลสืบเนื่องมาจากกรณี“เท็ด เอ.แมคคินนีย์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีเกษตรฯสหรัฐทำหนังสือถึงรัฐบาลไทยแสดงความกังวลและขอให้เลื่อนการแบนออกไป โดยพุ่งเป้าไปที่ “ไกลโฟเซต”ซึ่งเป็นสินค้าของสหรัฐและเกษตรกรอเมริกันใช้กันทั้งประเทศเป็นหลัก

สอดคล้องกับก่อนหน้านี้ที่ “ โดนัล ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศตัดสิทธิ GSP สินค้าไทย มูลค่าร่วม 40,000 ล้านบาทแม้จะอ้างว่าเป็นผลจากการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวในไทย แต่คนทั้งโลกก็รู้ว่าเป็นเรื่องแบน3สารพิษซึ่งหลังจากนั้น “ผู้มีอำนาจในรัฐบาล” ก็จะมีท่าทีต่อเรื่องนี้เปลี่ยนไป

ขณะที่ เอเอฟพีก็รายงานข่าวว่า กระทรวงเกษตรสหรัฐฯมีหนังสือหลายฉบับส่งถึงไทย ขอให้เลื่อนการแบนสารพิษอันตราย โดยบอกว่ามันอาจกระทบต่อการส่งออกถั่วเหลืองและข้าวสาลีไปยังประเทศไทย
ข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงที่นำมาร้อยเรียงกันให้เห็นภาพคือจุดพลิกเกม จนต้องยืดเวลาออกไป

ที่สำคัญการยืดระยะเวลาแบน พาราคาคว็อตและคลอร์ไพริฟอส. ออกไปอีกอีก 6 เดือน เท่ากับเปิดช่องให้ผู้นำเข้า และผู้ค้ามีเวลาระบายสต็อกที่เหลือ38,000 ตันให้ไปอยู่ในมือเกษตรกรให้มากที่สุด ผู้ค้าไม่ต้องมีภาระเก็บสต็อกใน แวดวงธุรกิจเขาคุยกันให้แซดว่า ยุคที่นำเข้ามามากที่สุดคือยุค คสช. ที่ระดับบิ๊กท่านหนึ่งเป็นรัฐมนตรีเกษตร

อย่างไรก็ตามแม้”ดร.วิษณุ เครืองาม”‘ รองนายกรัฐมนตรีจะออกยืนยันว่าคณะกรรมการ วัตถุอันตรายชุดของ ‘สุริยะ’ กลับมติเดิมได้ เพราะมติเก่ายังไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ตาม

แต่อย่าลืมว่า หากจะคบค้าสมาคมกับชาวโลก“ความเชื่อมั่น”สำคัญที่สุดถ้าเราไม่มีหลักการแล้วใครจะเชื่อมั่น จะมีใครอยากจะมาลงทุน อยากจะมาทำมาค้าขายด้วย แม้การ กลับมติโดยกฎหมายทำได้ แต่ในหลักการแล้วไม่ควรทำ

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News