HomeOpinionsอยาก ‘รีไฟแนนซ์’ ต้องรู้อะไร

อยาก ‘รีไฟแนนซ์’ ต้องรู้อะไร

ใครที่เป็นแฟนรายการทีเด็ดลูกหนี้แบบจริงๆ จังๆ จะทราบว่า ดิฉันมักจะกด “ไม่ผ่าน” ให้กับลูกหนี้ 2 ประเภท หนึ่งคือ ลูกหนี้สินเชื่อบ้าน และสองคือ ลูกหนี้สินเชื่อรถ ตอนหลังจะขยายวงไปถึงประเภทที่ 3 คือ หนี้กู้ยืมเรียนจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

เหตุผลไม่มีอะไรมากค่ะ แค่เห็นว่า คนจะมีบ้านมีรถ ก็ต้องเตรียมความพร้อมมาส่วนหนึ่งแล้ว ไม่ใช่อยู่ๆ นึกจะกู้หนี้ก้อนโตก็กู้ จะเป็นหนี้ทั้งทีต้องศึกษาให้รอบคอบ และใคร่ครวญให้ดีว่าเรามีความสามารถในการผ่อนชำระมากแค่ไหน ถ้าไม่มีก็อย่าฝืน เพราะจะได้ไม่คุ้มเสีย ดาวน์ไปแล้ว ผ่อนไปตั้งหลายงวดแล้ว ถูกยึดหน้าตาเฉย ก็มีถมไป

หลักการกู้ซื้อบ้านซื้อรถไม่มีอะไรมากไปกว่าพร้อมแล้วค่อยกู้และต้องยึดหลักพึ่งพาตัวเองสูงๆดูความสามารถของตัวเองเป็นหลักอย่าไปคิดว่าจะมีใครมาช่วยเหลือเราได้

[restrict]ส่วนเงินกู้ กยศ. ที่ไม่ช่วย เพราะภาระมันน้อยมากค่ะ รัฐท่านก็อำนวยความสะดวกทุกทางอยู่แล้ว ผ่อนจ่ายปีละไม่กี่สตางค์ เรียนจบมามีงานทำมีเงินเดือน ก็เอาเงินไปใช้คืนในจำนวนที่ไม่กระทบชีวิตประจำวันเลย หรือถ้ามีปัญหา ยังหางานทำไม่ได้ หรือมีภาระอื่น ก็สามารถเจรจาผ่อนผันกับกองทุนได้อยู่แล้ว

- Advertisement -

ถ้าเป็นเงื่อนไขพวกนี้ส่วนใหญ่ดิฉันกดไม่ผ่านค่ะเก็บความช่วยเหลือที่มีอยู่อย่างจำกัดไว้ให้คนที่จำเป็นมากกว่าดีกว่าโดยเฉพาะคนที่เจอเรื่องหนักๆเรื่องร้ายๆจนทำให้ชีวิตพลิกผันจากไม่เป็นหนี้ก็ต้องกลายเป็นหนี้

เรื่องปัญหา สร้างหนี้เกินกำลัง วันก่อนอ่านข่าวแบงก์ชาติ ที่ตอนแรกบอกว่า จะออกหลักเกณฑ์ควบคุมกลุ่มคนที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อเดือนไม่ให้กู้เกินกว่า 70% ของรายได้ (ซึ่งก็ถือว่าสูง) แต่ตอนหลังทำท่าจะถอย ยังไม่นำเกณฑ์ควบคุมการก่อหนี้ออกมาบังคับใช้ แต่จะขอความร่วมมือจากแบงก์พาณิชย์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องการประกอบธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล มีมนุษยธรรม เพื่อให้ลูกหนี้สามารถดำรงชีพได้

  ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพราะเพิ่งพบกับลูกหนี้ที่ประสบปัญหาชีวิตหนักมาก แต่เป็นปัญหาครอบครัวที่เธอต้องไปแบกรับภาระหนี้พนันของสามี ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ขยันทำมาหากิน เก็บสะสมเงินได้เท่าไหร่ สามีก็เอาไปใช้หนี้พนันจนหมด หนำซ้ำเธอยังรูดบัตรเงินสดบัตรเครดิตเอาไปใช้หนี้แทนสามี จนตัวเองเป็นหนี้เสียเอง ทุกวันนี้แม้จะเลิกรากันไปแล้ว แต่ภาระหนี้ยังเยอะไปหมดจนเธอต้องทิ้งอนาคตที่ดี มาทำงานมีรายได้เดือนละ 11,000 บาท โดยมีภาระผ่อนบ้านเดือนละ 9,000 บาทตามมาด้วย

กรณีของลูกหนี้ท่านนี้ แนะนำไปแล้วให้เธอ “รีไฟแนนซ์หนี้บ้าน” เพราะรายได้ 11,000 บาท หักค่าผ่อนบ้าน 9,000 บาท เหลือเงินใช้จ่ายเดือนละ 2,000 บาท จะเอาอะไรไปเรียกว่า “เพียงพอต่อการดำรงชีพ”

เคยเขียนไปแล้วว่าการรีไฟแนนซ์หนี้บ้านจะช่วยทำให้ภาระผ่อนลดลงตัวดิฉันเองก็เคยรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิมที่เรากู้นี่แหละเวลามีแคมเปญใหม่ดอกเบี้ยถูกกว่าเจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งมาว่าสนใจจะรีไฟแนนซ์มั้ยแต่จะรีไฟแนนซ์แบบสุ่มสี่สุ่มห้าก็ไม่ได้นะคะต้องมีหลักคิดและเงื่อนไขที่ควรพิจารณาก่อนเช่น

ประการแรกดอกเบี้ยต้องถูกกว่าซึ่งมันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว แต่บอกเผื่อไว้สำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ว่า ปกติเวลาเรากู้ซื้อบ้านในช่วง 1-3 ปีแรก ธนาคารจะนำเสนอดอกเบี้ยแบบคงที่ คือ ภายใน 1-3 ปีดอกเบี้ยจะถูกกำหนดไว้เท่าเดิม โดยส่วนใหญ่จะเป็นอัตราที่ต่ำ เพื่อจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ แต่พอพ้นช่วงดอกเบี้ยคงที่ซึ่งเป็นอัตราต่ำไปแล้ว ช่วงของการผ่อนที่เหลือ ดอกเบี้ยจะเปลี่ยนเป็นแบบลอยตัว ซึ่งจะสูงกว่าช่วงแรก เวลาเราผ่อนต่องวดดูในใบเสร็จจะเห็นว่า เงินต้นลดไปนิดเดียว ที่เหลือเป็นดอกเบี้ยซะส่วนใหญ่

ดังนั้น การรีไฟแนนซ์จึงช่วยลดภาระได้ด้วยดอกเบี้ยที่ถูกลงค่ะ 

ประการที่ 2 “ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ต้องน้อยที่สุดสำหรับคนที่จะรีไฟแนนซ์ต้องดูเงื่อนไขนี้ประกอบด้วยนะคะ เพราะจะมีทั้งค่าธรรมเนียมการกู้ ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าจดจำนอง ค่าประกันภัย และอื่นๆ ต้องลองเปรียบเทียบโปรโมชั่นของแต่ละแบงก์ดูค่ะ เพราะบางแบงก์ก็อาจจะยกเว้นค่าธรรมเนียมเหล่านี้ให้ทั้งหมดก็ได้

ประการที่ 3 “ต้องระวังเรื่องค่าปรับไถ่ถอนก่อนกำหนดโดยทั่วไป ทุกธนาคารจะกำหนดเงื่อนไขนี้ไว้ในสัญญาเงินกู้เสมอ เช่น สามารถรีไฟแนนซ์ได้หลังจากผ่อนชำระแล้ว 3 ปี ถ้าดำเนินการก่อนหน้านี้จะมีค่าไถ่ถอนที่กำหนดเป็น % ของวงเงินกู้ ทางที่ดีคือ ต้องรอให้พ้นจากระยะเวลาที่แบงก์กำหนดว่า “ห้ามรีไฟแนนซ์” จะดีที่สุดค่ะ 

ประการที่ 4 “ถ้าไม่จำเป็นอย่างขอวงเงินรีไฟแนนซ์เพิ่มเวลาที่เราขอรีไฟแนนซ์กับแบงก์ พนักงานแบงก์ก็จะยื่นข้อเสนอด้วยการเพิ่มวงเงินกู้ เนื่องจากบ้านและที่ดินเป็นสินทรัพย์ที่ราคาประเมินส่วนใหญ่ขึ้นทุกปีอยู่แล้ว ทำให้แบงก์สามารถขยายสินเชื่อให้กับเราได้ เช่น ผ่อนบ้านไปแล้ว 10 ปี ยอดหนี้คงเหลือ 2 ล้านบาท การรีไฟแนนซ์ก็ควรทำที่ยอด 2 ล้านบาทเท่ากับยอดหนี้ที่เหลือ แต่พนักงานอาจจะจูงใจว่า บ้านมีราคาประเมินสูงกว่า 3 ล้านบาท ดังนั้น ลูกหนี้สามารถขยายวงเงินกู้เพิ่มจาก 2 ล้าน เป็น 2.5 ล้านได้ ถ้าสนใจ โดยเงินสด 5 แสนบาทก็สามารถนำไปทำอย่างอื่นได้

ถ้าทำแบบนี้ก็เท่ากับเราต้องผ่อนบ้านไปชั่วลูกชั่วหลานทำยังไงหนี้ก็ไม่หมดเพราะรีไฟแนนซ์ทีไรก็เพิ่มวงเงินไปเรื่อยๆไม่มีประโยชน์อะไรเลย

แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะ “รีไฟแนนซ์” ได้นะคะ เพราะลูกหนี้คนที่เราแนะนำให้ไปรีไฟแนนซ์ บอกว่า เคยลองติดต่อแบงก์แล้ว แต่เพราะลูกหนี้เคยผิดนัดชำระหนี้ไป 2-3 งวด ทำให้แบงก์ปฏิเสธการรีไฟแนนซ์

กลับไปที่ “วินัยทางการเงิน” เป็นจุดเริ่มต้นเหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ ! ถือเป็นเงื่อนไขเรื่องที่  5[/restrict]

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News