HomeEditor's Pickจับตาแบงก์กลางทั่วโลก"หั่นดอกเบี้ย" สกัดภาวะถดถอยจากไวรัสโควิด-19ระบาด

จับตาแบงก์กลางทั่วโลก”หั่นดอกเบี้ย” สกัดภาวะถดถอยจากไวรัสโควิด-19ระบาด

จับตาการเคลื่อนไหวธนาคารกลางทั่วโลกร่วมมือกัน ด้วยการผ่อนคลายนโยบายการเงินและลดดอกเบี้ย ประคองภาวะการตกต่ำและผันผวนของตลาดการเงินทั่วโลก รวมถึงสกัดความตื่นกลัวเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย หากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาขบาบในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ และยึดเยื้อจนถึงเดือนเมษายน

ขณะที่ธนาคารเพื่อการชำเงินระหว่างประเทศหรือ BIS (Bank For international Settlements) สรุปสถานการณ์ตลาดการเงินโลกล่าสุด ระบุราคาหุ้นทั่วโลกตกต่ำลงเฉลี่ย 10.4% คิดเป็นมูลค่าหุ้นสูญหายกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงกว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับ S&P Dow Jones Indices เปิดเผยว่า มูลค่าของตลาดหุ้นทั่วโลกหายไปถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 6 วันซื้อขายเนื่องจากผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา ทำให้ตลาดหุ้นหลายแห่งเกิดการปรับฐาน

- Advertisement -

นำโดยหุ้นดาวโจนส์ดิ่งลง 3,500 จุดหรือ 12.4% ดัชนี S&P 500 ดิ่งลง 11.5% และ NASDAQ ดิ่งลง 10.5% จากจุดสูงสุดที่ได้ทำไว้ โดยที่มูลค่าตลาดของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทสูญหายไปถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว และมีแนวโน้มปรับตัวย่ำแย่ที่สุดในสัปดาห์นี้นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการเงินปี 2008

ดาวโจนส์ปิดเมื่อวันศุกร์ที่ 25,409 ร่วงลง 357.28 จุด หรือลดลง 1.39% และดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,954 ลดลง 0.82% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,567 เพิ่มขึ้น 0.01%

ท่ามกลางความกังวลครั้งใหญ่ที่สุด เป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคเริ่มลดการใช้จ่าย หลังจากที่การใช้จ่ายดังกล่าวนี้เป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจตลอดช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการชดเชยการใช้จ่ายในภาคธุรกิจที่ย่ำแย่ลงอย่างมาก

ขณะที่ทั่วโลกกำลังจับตาการเคลื่อนไหวธนาคารกลางทั่วโลกร่วมมือกันในการผ่อนคลายนโยบายการเงินและลดดอกเบี้ย ประเดิมโดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการ BOJ ได้ให้คำมั่นในระหว่างการออกแถลงการณ์ฉุกเฉินในวันนี้ จะใช้ความพยายามทุกทางเพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาดการเงิน หลังจากตลาดได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดทั่วโลก

นอกจากนี้ BOJ จะจับตาแนวโน้มสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะจัดหาสภาพคล่องอย่างเพียงพอ และสร้างความเชื่อมั่นว่าจะดำเนินการผ่านปฏิบัติการตลาดการเงิน รวมทั้งการเข้าซื้อสินทรัพย์อย่างเหมาะสม

หลังจากที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นแถลงในวันนี้ถึงยอดการลงทุนนอกภาคการเงินของญี่ปุ่น ที่รวมการลงทุนด้านการก่อสร้างโรงงานและซื้ออุปกรณ์ ร่วงลง 3.5% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว 2562 แตะระดับ 11.63 ล้านล้านเยน หรือราว 108,000 ล้านดอลลาร์ เป็นการตกต่ำลงครั้งแรกในรอบ 13 ไตรมาส

อีกทั้งผลสำรวจที่ระบุว่า กำไรก่อนหักภาษีของบริษัทญี่ปุ่นในไตรมาส 4 มีจำนวน 18.58 ล้านล้านเยน ลดลง 4.6% ซึ่งทรุดตัวติดต่อกัน 3 ไตรมาส ขณะที่ยอดขายอยู่ที่ 347.83 ล้านล้านเยน ลดลง 6.4% เป็นการทรุดตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาส

ส่วนเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยถึงการที่เฟดจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อเกื้อหนุนเศรษฐกิจสหรัฐที่ตกอยู่ในความเสี่ยงจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ถึงแม้ว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง โดยเฟดจะจับตาสถานการณ์ื้ทัมีผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด

ทำให้ทำให้นักลงทุนในตลาดมองว่า เป็นการส่งสัญญาณของประธานเฟดในการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายที่จะมีการประชุมกันในวันที่ 17-18 มีนาคมนี้อีก 0.25-0.50% จากระดับ 1.50-1.75% มาอยู่ที่ 1.25-1.50% หรือ 1.0-1.25%

ขณะเดียวกันความผันผวนยังเกิดขึ้นกับแนวโน้มการดิ่งตัวลงของอัตราผลตอบดทนการลงทุนในบอนด์รัฐบาลสหรัฐ จนเกิดภาวะที่เรียกว่า Inverted Yields ซึ่งอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงร่วงลงแตะที่ 1.096% อยู่ต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลระยะสั้นที่มีอายุ 3 เดือนที่ 1.35% สะท้อนมาจากความกังวลในแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่อาจจะเกิดภาวะถดถอย

นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลอายุ 2 ปี และ 5 ปี หลุดระดับ 1.0% มาอยู่ที่ 0.804% และ 0.864% ตามลำดับ ขณะที่อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลอายุ 30 ปีอยู่ที่ 1.657% เท่านั้น

ขณะที่่ทองดีดตัวกลับเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงแตะระดับ 1,602 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจาดดิ่งลง 3% ช่วงสุดสัปดาห์สู่ระดับ 1,567 ดอลลาร์ ในทิศทางเดียวกับที่หุ้นเอเชียเคลื่อนไหวในทิศทางบวก ทั้งหุ้น Nikkei 225 บวก 0.95% หุ้นเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต บวก 3.14% หุ้นหั่งเส็ง ฮ่องกง บวก 0.55% และ Kospi เกาหลีใต้ บวก 0.78%

ทั้งนี ล่าสุดคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 มีนาคมว่า มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน เพิ่มขึ้นอีก 42 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 2,912 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 202 ราย สู่ระดับ 80,026 ราย

ส่วนศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีใต้รายงานล่าสุดพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มอีก 476 ราย ส่งผลให้ยอดรวมขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 4,212 ราย ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 4 ราย ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 22 ราย

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News