HomeEditor's Pick” การเมือง-เศรษฐกิจ”วิกฤติซ้อนวิกฤติ

” การเมือง-เศรษฐกิจ”วิกฤติซ้อนวิกฤติ

ไม่รู้ว่าจะมีใครจะรู้สึกหรือไม่ว่า บ้านเมืองเรากำลังอยู่ในสภาพ”ยักตื้นติดกึกยักลึกติดกั๊ก”ไม่ไปไหนตั้งแต่หลังเลือกตั้งมาก็ยังไม่มีอะไรดีมี ส.ส.ก็เหมือนมีจำอวดมาเล่นตลกไล่ตั้งแต่ฉาก “ตลาดแตก” ในกรรมาธิการปราบปรามทุจริตฯ สภาผู้แทนฯ ระหว่างมวยรุ่นใหญ่ระดับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการฯที่ลดชั้นมาซดหมัดกับรุ่นลูกอย่างน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ทำเอาห้องประชุมเหมือนตลาดสด

ในสภาฯก็ประท้วงกันเป็นว่าเล่น วอล์คเอ๊าท์กันวุ่นวายเวลาอภิปรายเอะอะมะเทิ่งเหมือนอยู่ในงานวัด เล่นเกมเอาเถิดเอาล่อหวังชนะคะคานกันจนลืมว่าหน้าที่ของตัวเอง บรรดารัฐมนตรีในครม.ก็แทงข้างหลังกันเลือดไหลพรากเล่นการเมืองเพลินจนมองไม่เห็นหัวชาวบ้านที่เสียภาษีมาจ่ายเงินเดือน อุณหภูมิการเมืองในหน้าหนาวอยู่จึงอยู่ในสภาพ “อุ่นเตา” เร้าไฟ ปีหน้าฟ้าใหม่หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จ” บิ๊กตู่2”คงต้องกระชับพื้นที่ ครม.กันใหม่

แต่ที่ตีคู่มาเลย และส่อแรงแซงหน้าก็คือ “สัญญาณอันตราย” จากเศรษฐกิจไล่กันมาตั้งแต่ที่แทบทั้งโลก ต้อง “ตกอยู่ในเปลวเพลิง” ไม่ว่านักเศรษฐกิจสำนักไหน ต่างฟันธงว่า ว่าปีหน้าจะมีแต่ “แย่กับแย่”

- Advertisement -

ล่าสุด”ลอร์ดเมอร์วิน คิง” อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ออกมาแย้มว่า “เศรษฐกิจโลกกำลังเดินละเมอเข้าสู่ภาวะวิกฤตการณ์การเงินโลกครั้งใหม่” ในอีกไม่ช้าไม่นาน และจะสร้างความพินาศ ให้กับ “ระบบตลาดของประเทศประชาธิปไตย” ชนิดไม่น้อยกว่า หรืออาจจะหนักหนาสาหัสกว่า “วิกฤตการเงินโลกปี ค.ศ. 2008-2009” เสียอีก

ทั้งหลายทั้งปวงสะท้อนจาก “หนี้สาธารณะ” ทั่วทั้งโลก ที่พุ่งกระฉูดถึง 244-246.5 ล้านล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2019 มากกว่าปริมาณผลผลิตมวลรวมหรือ “จีดีพี” ของโลกทั้งโลก ไปถึง 3 เท่า หรือประมาณ 225%เลยทีเดียว

ขณะที่สยามเมืองยิ้มอย่างเรา ก็โดนแรงกระแทกจากสงครามการค้า ส่งผลเศรษฐกิจสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ แถมยังเผชิญคลื่น “ดิสรัปชัน” เทคโนโลยีดิจิทัลที่กลืนกินระบบเก่ายุค“เถ้าแก่โบราณ” ปรับตัวไม่ทัน ล้มหาย ตายจากรายวันตั้งแต่โรงงานยันธุรกิจปิดตัว เลิกจ้างกะทันหัน คนตกงานเพิ่มขึ้นเป็นระลอกๆ

ล่าสุดตัวเลขอัตราการว่างงาน เฉพาะปีนี้อยู่ที่ 3.5 แสนกว่าคน ยังไม่นับ รวมบัณฑิตที่กำลังจะจบใหม่ในปีหน้าอีก 1.5 แสนคนรัฐบาลต้องรีบประคองภาวะ “เตะฝุ่น” ก่อนจะบานปลายไปสู่ปัญหาการขาดรายได้ภาคครัวเรือนตามมา ซึ่งล่าสุดมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจสภาพนี้ครัวเรือนไทยในปี 62 พบว่า88.1% เป็นหนี้ ทำให้สภาพหนี้ครัวเรือนปีนี้ขยายตัวสูงขึ้นร้อยละ 7.4เฉลี่ย 340,000บาทต่อครัวเรือน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ปัญหาเกิดจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำแค่ 2.5-2.6 %ต่ำสุดในรอบ5ปีแถมไม่ตกอยู่ในกระเป๋าตระกูลใหญ่ไม่กี่ตระกูลไม่ตกถึงมือประชาชนทำให้ไม่มีรายได้มาจับจ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ แถมไปก่อหนี้ตอนนี้ต้องบอกว่าปัญหาปากท้องเข้าขั้นวิกฤติเรียบร้อยแล้ว

อย่างที่รู้กัน สถานะของ “ดร.สมคิด”ที่เคยคุมเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ แต่ในรัฐบาลนี้ ไม่ได้คุมทั้งนโยบายและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระบบ เพราะหัวโต๊ะคือ “บิ๊กตู่” ในฐานะหัวหน้าทีม ครม.เศรษฐกิจส่วน “สมคิด” ก็ทำได้แค่ตีกรรเชียงค่อยๆ “ปล่อยของ” ผ่านกระทรวงการคลัง อัดมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ล่าสุดก็ออกแพ็กเก็จชุดใหญ่กระตุ้นการใช้จ่ายเป็นของขวัญปีใหม่

แต่ดูออกจะย้อนแย้งยังไงชอบกล ชาวบ้านยิ่งเป็นหนี้รัฐบาลกลับยิ่งกระตุ้นให้ใช้เงินออกนโยบาย “อัฐยายซื้อขนมยาย” ล่อใจให้คนควักกระเป๋าบรรเทาภาวะฝืดเคืองขณะที่ทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลต่างคนต่างมุ่งตามธงพรรคใครพรรคมัน ไม่รู้จักคำว่า”ทีมเวอร์ค”เป็นยังไง

จึงไม่แปลกใจ วันนี้สถานการณ์ได้มาถึงจุด”วิกฤติซ้อนวิกฤติ”จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทับซ้อนกับการเมืองรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ไม่รู้ว่าเรือแปะลำนี้จะคว่ำตอนไหน จะอยู่ถึงเวลาที่ประชาชนไร้ความอดทนหรือไม่ อย่ากระพริบตาเด็ดขาด

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News