Home Money2know Money มีเงิน 1,000 บาท ลงทุน อะไร ให้ผลตอบแทนดี

มีเงิน 1,000 บาท ลงทุน อะไร ให้ผลตอบแทนดี

เงินทองนั้นหายากมากขึ้นทุกวัน ยิ่งเป็นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดจากพิษโควิด-19 ในปัจจุบันยิ่งทำให้รู้ว่า การเก็บ ออมเงิน นั้นสำคัญแค่ไหน เพราะเมื่อยามวิกฤติ และเงินขาดมือ ไม่ว่าจะมาจากตกงาน หรือรายได้ลด ยังสามารถมีเงินก้อนนี้ไว้ใช้จ่ายฉุกเฉินและเมื่อจำเป็นได้

การเก็บออมเงินมีหลากหลายรูปแบบแล้วแต่ตนเองจะถนัดและสนใจแบบไหน โดยส่วนใหญ่จะเก็บเงินตามรายได้ที่เข้ามาในแต่ละเดือน แบ่งเป็นสัดส่วนว่า สัดส่วนใดเป็นเงินเก็บ ส่วนใดเป็นเงินใช้จ่าย และส่วนใดเป็นเงินที่ต้องจ่ายหนี้ แล้วเรามาดูกันว่าหากมีเงินเพียง 1,000 บาทจะสามารถออม ลงทุน หรือทำอย่างไรให้เงินก้อนนี้งอกเงยสร้างผลตอบแทนขึ้นมาได้บ้าง

มีเพียงเงิน 1,000 บาทก็สามารถใช้จำนวนนี้ลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น โดยรูปแบบการออมการลงทุนมักขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนรับได้ ตัวอย่างเช่น “ลงทุนกับตราสารหนี้” การลงทุนลักษณะนี้เหมือนกับการที่เราไปซื้อหน่วยลงทุน เป็นเจ้าหนี้ของบริษัทเอกชน หรือรัฐบาลผู้ออกตราสารหนี้

- Advertisement -

การลงทุนในตราสารหนี้ มีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งการลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว มีความเสี่ยงเลือกลงทุน เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคงคลัง ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นกู้บริษัทเอกชน โดยการลงทุนประเภทตราสารหนี้ควรคำนึงถึงความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางตลาดตราสารหนี้ รวมทั้งข้อมูลและอันดับความน่าเชื่อถือ เพื่อทราบความเสี่ยงก่อนการลงทุน

เริ่มต้นด้วยเงิน 1,000 บาท ก็สามารถซื้อตราสารหนี้ได้แล้ว โดยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3% ต่อปี เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะกับกลุ่มนักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำและต้องการเก็บเงินต้นไว้ไม่หายไปไหน แถมได้ผลตอบแทนอีกด้วย เช่น กลุ่มวัยเกษียณ เพราะเป็นกลุ่มที่จะได้รับเงินก้อนและไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ไหนให้เงินทำงานและปลอดภัย

“หุ้น” การซื้อหุ้น คือ การนำเงินไปลงทุนบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และร่วมเป็นเจ้าของบริษัทต่าง ๆ  แต่เมื่อเป็นเจ้าของแล้ว จะได้ผลตอบแทนจากเงินส่วนแบ่งกำไรของบริษัทนั้น ๆ เป็นในลักษณะเงินปันผล โดยการลงทุนหุ้น มีความเสี่ยงสูง เหมาะกับคนที่ยอมรับความเสี่ยงสูง เนื่องจากหุ้นในบริษัทจดทะเบียน อาจมีความผันผวนทางด้านราคาได้ และต้องติดตามข่าวสารของบริษัทที่ได้ลงทุนไป เพราะจะมีผลต่อการซื้อขายทำให้อาจผันผวนอยู่ตลอดเวลาได้

โดยการลงทุนกับหุ้นต้องติดตามแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัทที่ได้ลงทุนไป รวมทั้งบทวิเคราะห์บริษัททั้งกลยุทธ์ การแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน และติดตามโดยเฉพาะผลประกอบการช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่จะสะท้อนผลกำไรและเงินปันผล

ในการซื้อหุ้นมักจะเริ่มต้นด้วยที่ 100 หุ้น หากลงทุนด้วยเงินเพียงเดือนละ 1,000 บาท จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงทุนในตลาดหุ้นไทยมีอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 10% ต่อปี

“กองทุนรวม” การซื้อกองทุนรวม จะผ่านกองทุนที่บริหารโดยผู้จัดการกองทุน ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม กองทุนรวมหุ้น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ รูปแบบนี้เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาตรวจดูสินทรัพย์ว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่จะถือไว้ค่อนข้างยาว

ส่วนระดับความเสี่ยงของกองทุนนั้น มีไปตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง และเริ่มลงทุนเพียงเงิน 1,000 บาทสามารถเพิ่มผลตอบแทนรายปีได้ ส่วนผลตอบแทนย้อนหลัง 3-5 ปีอยู่ที่ราว 10% ต่อปี ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและความผันผวนจากการดำเนินงาน เพราะยิ่งผลตอบแทนสูง ยิ่งมีความเสี่ยงมาก

โดยจุดสำคัญคือต้องพิจารณาจากแนวทางการบริหารงานของผู้จัดการกองทุนรวม ทรัพย์สินที่ลงทุนและการกระจายความเสี่ยง ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บ และกองทุนนั้นนำเงินเราไปลงทุนกับสิ่งใดต่อยอดให้เงินงอกงามตามเทรนด์

นอกจากนี้กองทุนรวมยังลงทุนเพื่อรับสิทธิลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย เช่น กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว หรือ SSF(Super Saving Funds) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF(Retirement Mutual Fund)

หากใครไม่อยากมีความเสี่ยงมาก จะเลือกฝากเงินไว้กับรูปแบบดั้งเดิม อย่างบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ก็ไม่ว่ากัน เพราะเงินต้นอยู่ครบ ใช้จ่ายคล่องตัวผ่านธนาคาร แม้จะมีดอกเบี้ยต่ำสุด ๆ ก็ตาม โดยผลตอบแทนด้านดอกเบี้ยของ “บัญชีเงินฝากออมทรัพย์” เฉลี่ยจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง อยู่อัตรา 0.25% ต่อปี

หากจะได้ผลตอบแทนสูงขึ้นมาหน่อย จะต้องมีระยะเวลาในการฝากอย่างดอกเบี้ย “เงินฝากประจำ” ระยะ 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน ผลตอบแทนด้านดอกเบี้ยเฉลี่ยจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อยู่ที่ 0.5% ต่อปี หรือตอนนี้ธนาคารมีผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่สนับสนุนการใช้โมบายแบงก์กิ้งที่เป็นออนไลน์มากขึ้น จึงมี “เงินฝากออมทรัพย์ออนไลน์” ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 1.5% ต่อปี ซึ่งบางรายธนาคารอาจมีลูกเล่นดอกเบี้ยสูงจูงใจให้คนนำเงินมาฝาก

ทั้งหมดเป็นเพียงทางเลือกของคนมีเงินน้อย เก็บหอมรอมริบที่ละเล็กละน้อย เริ่มต้นจากเงิน 1,000 บาท ลองศึกษาและตัดสินใจการลงทุนให้เหมาะกับตัวเองให้มากที่สุด ลงทุนเพื่อเก็บออม มีมากเก็บมาก มีน้อยเก็บน้อย โดยการวางแผนการเงินเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต หากเจอวิกฤติจะได้มีเงินไว้ใช้ ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินใคร

อ่าน : วิธีออมเงินให้ถึงล้าน แบบ DCA ฉบับมนุษย์เงินเดือน
อ่าน : ชี้ช่องออมเงิน-ลงทุน ผลตอบแทนสูงยุคดอกเบี้ยต่ำ

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News