Home BT News ส่องภารกิจแม่ทัพบลจ.กรุงไทย รับมือตลาดกองทุนหดตัว

ส่องภารกิจแม่ทัพบลจ.กรุงไทย รับมือตลาดกองทุนหดตัว

อุตสาหกรรมกองทุนเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่เผชิญความท้าทายในปีนี้เช่นกัน ทั้งจากการที่ภาครัฐไม่ต่ออายุกองทุนลดหย่อนภาษี LTF ซึ่งกองทุน SSF ที่เข้ามาแทนที่ก็ดูจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก ซ้ำยังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลต่ออารมณ์ของนักลงทุน รวมถึงเม็ดเงินใหม่ที่เข้ามาในอุตสาหกรรม โดยปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทั้งสิ้น

ขณะที่เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ “บิสเนสทูเดย์” มีโอกาสพูดคุยกับ “ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM ที่จะมาฉายภาพอุตสาหกรรมกองทุน คำแนะนำการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ รวมถึงความคืบหน้ากองทุน TFFIF เฟส 2 ในฐานะผู้จัดการกองทุน

อุตสาหกรรมกองทุนหดตัว -7%

- Advertisement -

“ชวินดา” เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมกองทุนรวมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมกองทุนช่วงครึ่งปีแรกไม่ค่อยสดใสนัก โดยพบว่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของทั้งอุตสาหกรรมปรับลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) มาอยู่ที่ 7 ล้านล้านบาท

โดยเฉพาะ AUM ของกองทุนที่มีการลงทุนในตราสารทุน หรือหุ้น ได้รับผลกระทบเชิงลบจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวลงในไตรมาสแรก เมื่อเป็นเช่นนี้ก็คาดว่าเป้าหมายที่ บลจ.กรุงไทย คาดการณ์การเติบโตปี 2563 ไว้ที่ 12% อาจไม่เป็นไปตามเป้า แต่เชื่อว่าจะยังเห็นการเติบโตในระดับที่ใกล้เคียงกับอุตสาหกรรม

 “เรายังมีความหวังในไตรมาสสุดท้าย ที่ต้องมาลุ้นกันว่าภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเป็นอย่างไร ซึ่งปัจจัยที่จะช่วยปลดล็อกวิกฤตโรคระบาดได้คงมีเพียงวัคซีนอย่างเดียว ส่วนในมุมของกองทุนก็ยังลุ้นกับแรงซื้อกองทุน SSF ช่วงปลายปี โดยเราคาดการณ์นักลงทุนจะเข้ามาใช้สิทธิซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีคึกคักในวันท้ายๆ ของปี เช่นเดียวกับกองทุน LTF”

ปั้นกองรีทขายนักลงทุนปลายปี

ในภาวะที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน การลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากมีความผันผวนต่ำและมีรายได้สม่ำเสมอ ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลครบุรี หรือ KBSPIF ที่บริษัทฯ เป็นผู้จัดการกองทุน ได้เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรก ซึ่งนักลงทุนให้การตอบรับเป็นอย่างดี

ขณะที่ในช่วงที่เหลือของปีนี้ “ชวินดา” กล่าวว่า บลจ.กรุงไทย มีแผนจะออกกอง REIT อีก 1 กองทุน โดยเบื้องต้นเป็นกองทุนที่ลงทุนในอาคารสำนักงานในกรุงเทพมหานคร ขนาดกองทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนประเภทดังกล่าวอยู่ที่ 5-6% ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม หากเป็นกองทุนโรงไฟฟ้า เช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGATIF) พบว่าผลตอบแทนยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูงที่ประมาณ 10%

“เรายังเดินหน้าออกกองทุนใหม่อยู่เรื่อยๆ แต่คงต้องดูจังหวะลงทุนด้วย ไม่ว่าจะเป็นกองทุนที่ลงทุนอะไรก็จะต้องดูให้ถูกเวลาลงทุน ซึ่งในระยะต่อจากนี้ก็อาจจะเห็นกองทุน เช่น กองทุนที่มีการตั้งเป้าหมายผลกำไร (Trigger Fund) มากขึ้น รวมถึงกองทุน RMF ก็เป็นอีกโปรดักต์ที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด”

แนะเพิ่มสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยี

ด้านภาวะการลงทุน “ชวินดา” กล่าวว่า สินทรัพย์การลงทุนต่างๆ ทั่วโลกเริ่มปรับขึ้นสูงกว่าปัจจัยพื้นฐาน จากที่ปีนี้คาดว่าผลตอบแทนของบริษัทจดทะเบียนจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ประมาณ 50% ดังนั้น ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นสวนทางกับทิศทางผลประกอบการปัจจุบันสะท้อนว่านักลงทุนกำลังเล่นอยู่กับอนาคต

“เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็แนะนำว่าถึงจุดหนึ่งนักลงทุนต้องขายเพื่อทำกำไรบ้าง และรอจังหวะเพื่อกลับเข้าลงทุนอีกครั้งหนึ่ง โดยคำแนะนำแบบเดิม อย่างการเคลื่อนย้ายกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) เริ่มสำคัญน้อยกว่าการเลือกลงทุนแบบรายตัว”

ทั้งนี้ กระแสการใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นในโลกยุคใหม่ (New Normal) นั้น หุ้นเทคโนโลยีกลายเป็นหมุดหมายลงทุนใหม่ของนักลงทุนสถาบันทั่วโลก โดยพบว่าหุ้นกลุ่มดังกล่าวมีผลตอบแทนเป็นบวกถึง 27-30% อีกทั้งยังมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด สวนทางหุ้นกลุ่มอื่นๆ ในตลาดหุ้นทั่วโลกที่มีผลตอบแทนติดลบจากผลกระทบวิกฤตโควิด-19

ในส่วนของตลาดหุ้นไทย แม้ยังไม่มีบริษัทเทคโนโลยีให้เลือกลงทุนหลากหลายเท่ากับตลาดหุ้นต่างประเทศ อย่างไรก็ดี มองว่าบริษัทจดทะเบียนของไทยพยายามนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจมากขึ้น อาทิ การขายของผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เป็นต้น ซึ่งเป็นวิธีการทำธุรกิจที่ได้ผล และหนุนให้เกิดการเติบโตมากขึ้น

ดันแผนเพิ่มทุน TFFIF เฟส 2

เมื่อสอบถามถึงกระแสข่าวที่ “ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เตรียมเสนอแผนให้กระทรวงการคลังใช้ตลาดทุนเพื่อเป็นแหล่งระดมทุนของภาครัฐนั้น “ชวินดา” กล่าวว่า การระดมทุนผ่านตลาดทุน อาทิ การระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่น่าสนใจ เพราะจะไม่ส่งผลให้ระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของประเทศปรับขึ้นอย่างการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน

โดยที่ผ่านมาภาครัฐมีการระดมทุนในรูปแบบดังกล่าวผ่าน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ TFFIF หากนำกองทุนที่มีอยู่แล้วในตลาดมาใช้ระดมทุนอีกครั้งก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี อีกทั้งยังให้ผลประโยชน์แก่ผู้ลงทุนในระยะยาว นอกจากนี้ จากวิกฤตช่วงโควิด-19 ภาครัฐมีค่าจ่ายเพื่อดำเนินมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ระดับหนี้สาธารณะของภาครัฐปรับขึ้นสูงถึง 51.64% จากเพดานหนี้ 60%

“ภาครัฐอาจมีทางเลือกอื่นๆ เช่น การระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ซึ่งอาจได้ต้นทุนที่ดีกว่าการมาระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือจะขยายเพดานหนี้ออกไปก็ได้ เป็นต้น แต่เหล่านี้จะเพิ่มสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น การระดมทุนผ่านตลาดทุนก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ”

ขณะที่ความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อนำสินทรัพย์เข้ามาเพิ่มทุนของกองทุน TFFIF ระยะที่ 2 ยังเผชิญกับข้อจำกัดด้านกฎเกณฑ์ทางการ รวมถึงข้อกฎหมายค่อนข้างเยอะ เช่น ทรัพย์สินที่รัฐถือครองร่วมกับเอกชนไม่สามารถนำเข้ามาระดมทุนได้ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันมีความพยายามจะแก้กฎเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อให้กองทุนสามารถระดมทุนได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ หากเป็นสินทรัพย์ประเภททางด่วน ซึ่งกองทุน TFFIF ได้ลงทุนอยู่แล้วก็สามารถเพิ่มทุนผ่านกองทุนเดิมได้ทันที แต่หากเป็นสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น รถไฟฟ้า หรือโรงไฟฟ้า คาดว่าภาครัฐอาจจัดตั้งกองทุนใหม่แยกออกไป

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ผุดแพลตฟอร์ม DailyPass เหมาจ่าย 1 วัน ใช้ส่วนกลางโรงแรมดังโดยไม่ต้องนอน

เปิดตัวแพลตฟอร์มเดลี่พาส จองบัตรผ่านเข้าใช้ชีวิตสุดหรูในโรงแรมห้าดาว พร้อมประกาศความร่วมมือโรงแรมในเครือมาริออท เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวคนไทยสัมผัสประสบการณ์ระดับลักซูรีแบบหนึ่งวัน โดยไม่จำเป็นต้องเข้าพัก หวังช่วยฟื้นท่องเที่ยวไทยหลังประสบวิกฤตไวรัสโควิด-19 นายคริสตอฟ มาร์ค เซเชอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แทรเวลแอดส์ เน็ทเวิร์ค (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ ชื่อ เดลี่พาส (DailyPass) ซึ่งเป็นบริการจองสิทธิ์เข้าใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโรงแรมสุดหรูแบบบัตรหนึ่งวัน สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้เข้าพักในโรงแรม โดยสามารถเข้าใช้บริการได้ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

พลังงานและความยั่งยืนจะเป็นอย่างไรในทศวรรษหน้า ?

โดมินิค บาร์บาโต ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และนวัตกรรม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและความยั่งยืนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปี 2020 มากกว่าที่เคยเจอมาในตลอดระยะเวลา 50 ปีก่อนหน้านี้ สำหรับทศวรรษใหม่ การปฏิรูปที่เกิดขึ้นทั่วโลกยังไม่มีสัญญาณของการชะลอตัว แม้ว่าจะเกิดวิกฤตโควิด-19 ก็ตาม  หลายบริษัทยังคงเคลื่อนไหวเร็วขึ้นและเป็นไปในแนวทางที่มีนวัตกรรมมากกว่าที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการปล่อยคาร์บอนและตอบโจทย์เรื่องวงจรห่วงโซ่ทั้งหมดขององค์กร สำหรับหลายๆ คน ปี 2020 ถือว่าเป็นปีที่มีการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศมากที่สุดปีหนึ่ง...

จับตา 1 ต.ค. นี้ เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบจำกัดจำนวน

ศบค.เคาะเดินหน้าเปิดประเทศ 1 ต.ค.แบบจำกัดจำนวน ชงมหาดไทยออกประกาศวีซ่าพิเศษ เผยเที่ยวบินเช่าเหมาลำเที่ยวแรกจากจีนเข้าไทย 8 ต.ค. พานักท่องเที่ยวจีน 150 คนจากกางโจวเข้าประเทศกระทรวงท่องเที่ยวฯยันมีที่พัก ALSQ เพียงพอ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค.ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเป็นประธานว่าที่ประชุมฯเห็นชอบแนวทางการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาพำนักในประเทศไทยได้ในระยะยาวได้แบบจำกัดจำนวน ซึ่งจะต้องเป็นนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษหรือSpecial Tourist...

ผู้ใหญ่ใช้บัตรรถไฟฟ้าผิดประเภท ระวังถูกยึด-ไม่คืนเที่ยว-ปรับ 20 เท่า

รู้หรือไม่ว่าหากใช้บัตรรถไฟฟ้า ผิดประเภท เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ปรับถึง 20 เท่าของราคาค่าโดยสารสูงสุดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เช่น ผู้ใหญ่ใช้บัตรประเภทนักเรียน-นักศึกษาเดินทาง สำหรับรถไฟฟ้า BTS ที่ประตูตรวจบัตรจะมีไฟสีต่าง ๆ ขึ้นตามประเภทบัตร ส่วนรถไฟฟ้า MRT จะมีแถบสีเหลือขึ้นที่หน้าจอและไฟ LED ด้านหน้าและหลังของประตู โดยล่าสุด BTS ออกโรงเตือนว่า โปรดตรวจสอบคุณสมบัติของท่านทุกครั้ง ก่อนติดต่อซื้อบัตร เติมเงิน/เติมเที่ยวเดินทาง ทั้งประเภทบัตรแรบบิทนักเรียน/นักศึกษา และบัตรแรบบิทผู้สูงอายุ นะครับ ทั้งนี้...

Related News

ก.ล.ต.ลงโทษอดีตผู้แนะนำการลงทุนแบงก์กรุงเทพ ยักยอกเงินซื้อกองทุน

ก.ล.ต. ลงโทษอดีตผู้แนะนำการลงทุนรายนายณัฐพงศ์ แซ่ลี้ ขณะกระทำผิดสังกัดธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยไม่ให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนเป็นเวลา 7 ปี 6 เดือน กรณีกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินโดยนำเงินค่าซื้อกองทุนของลูกค้าจำนวน 8 ราย ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นเงินรวม 449,500 บาท สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับรายงานร้องเรียนจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมพบว่า ระหว่างเดือนมีนาคม...

จีนกำลังกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางกองทุนใหญ่ที่สุดในโลก

ไฟแนนเชียล ไทมส์ (Financial Times)รายงานว่าจีนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านกองทุนรายใหญ่ที่สุดของโลกแม้เผชิญวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) และเรียกจีนว่าเป็น “แสงแห่งความหวังท่ามกลางความผันผวนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการลงทุน” รายงานระบุอีกว่ากองทุนจีนมีส่วนแบ่งในตลาดการลงทุนโลกเพิ่มขึ้นมากในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2020 “ภาคการลงทุนที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากนักของจีนยังคงเติบโตแบบพุ่งพรวด แม้ต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19” “ความเปลี่ยนแปลงนี้ ย้ำให้เห็นว่าสถานะใหม่ของตลาดกองทุนจีนเป็นแสงสว่างที่หาได้ยากท่ามกลางความวุ่นวายครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการลงทุน ซึ่งกำลังซวนเซเนื่องจากผู้ลงทุนจำนวนมากหลั่งไหลออกจากอุตสาหกรรม ราคาสินทรัพย์ดิ่งลงต่ำหลังมีการขายทิ้งจำนวนมากในเดือนมีนาคม และยังต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนในอนาคต เนื่องจากวิกฤตโรคโควิด-19 ยังไม่จบสิ้น” รายงานดังกล่าวยังเสริมด้วยว่า “การแข่งขันระหว่างบริษัทบริหารจัดการกองทุนระดับโลกเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดในประเทศจีนเข้มข้นขึ้นทุกขณะ”

ทีเอ็มบี ยกเว้นค่าธรรมเนียมกองทุน 3 บลจ. รับจังหวะปรับพอร์ต

ทีเอ็มบี ยกเว้นค่าธรรมเนียมกองทุน "บลจ.ทหารไทย-บลจ.ธนชาต-บลจ.ยูโอบี" โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า หรือสับเปลี่ยนกองทุน ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่วางแผนปรับพอร์ตหรือถัวเฉลี่ยต้นทุน นางกิดาการ ชัฏสุวรรณ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์กองทุนรวม ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจทั่วโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัว และการลงทุนยังมีความผันผวน แต่ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณตลาดหุ้นไต่ระดับกลับมาและมีสัญญาณฟื้นตัวบ้างแล้ว ซึ่งเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะเริ่มกลับมาลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยได้

กองทุนตราสารหนี้ 3 เดือน ฝ่ามรสุมโควิด ตอบแทน 0.40%

ในสภาวะดอกเบี้ยฝากแบงก์ลดต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ทำให้มีกองทุนใหม่ ๆ ออกมาเป็นทางเลือกลงทุนให้แก่ผู้มองหาช่องทางการลงทุนในสถานการณ์โควิด-19 ที่สร้างความผันผวนในเรื่องผลตอบแทนการลงทุน ล่าสุด  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน)  เข็นกองทุนใหม่เป็นทางเลือกลงทุนสำหรับนักลงทุนที่มองผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยฝาก แต่เสี่ยงน้อยกว่าหุ้น บลจ. กรุงไทย เปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ท  อินเวส 3 เดือน 3 ( KTSIV3M3) ในวันที่...

โค้งท้ายลงทุน กองทุน SSF ลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 แสนบาท

สวัสดีมิถุนายน... เดือนสุดท้ายที่จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 2 แสนบาท จากการลงทุนใน กองทุน SSF หลักทรัพย์จดทะเบียน (ที่เรียกกันว่า #SSFX หรือ #SSFExtra ) กันแล้ว เพราะเงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องซื้อระหว่าง 1 เม.ย. - 30 มิ.ย. 2563 นี้เท่านั้น สำหรับกองทุน SSF...