HomeMoney2knowสถาบันการเงินระดับโลก มองปี 2563 โลกยังปั่นป่วน

สถาบันการเงินระดับโลก มองปี 2563 โลกยังปั่นป่วน

มุมมองจากนักลงทุน สถาบันการเงินระดับโลก ค่อนข้างเสียงแตกต่อการแนะนำสินทรัพย์การลงทุนในปี 2563 มีตั้งแต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดหุ้นยุโรปรวมถึงตลาดหุ้นจีน แต่มองตรงกันว่าเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกยังมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯและ Brexit

เจพีมอร์แกน ยักษ์ใหญ่วานิชธนกิจของโลกแนะนำให้เพิ่มความเสี่ยงในการลงทุนจากการที่เศรษฐกิจโลกเริ่มมองเห็นสัญญาณของการฟื้นตัวในช่วงต้นปี 2563 โดยแนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารญี่ปุ่น ตลาดหุ้นเยอรมนีรวมถึงตลาดหุ้นเกิดใหม่  โดยปรับลดน้ำหนักการลงทุนไปที่พันธบัตร หุ้นกู้บริษัทเอกชน ขณะที่ทองคำยังไม่ชัดเจนในด้านทิศทาง

ขณะที่มุมมองทางด้านเศรษฐกิจโลก คาดว่าดัชนีภาคการผลิตและดัชนีการจ้างงานของสหรัฐฯอเมริกาได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ Recession ลง ส่วนมุมมองด้านแนวโน้มดอกเบี้ย มองว่าการปรับลดดอกเบี้ยสามครั้งที่ผ่านมาของ FED น่าจะอยู่ในช่วงกลางของวัฐจักรแล้ว

- Advertisement -

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงสำคัญในปี 2563 คือการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ กรณีที่อลิซาเบธ วอเรน ชนะการเลือกตั้งจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินรวมถึงค่าเงินดอลลาร์

ด้าน โกลด์แมนแซคส์ มีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะสามารถฟื้นตัวได้ในปี 2563 สาเหตุมาจากการใช้มาตราการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ขณะที่มีมุมมองต่อเศรษฐกิจโลกที่น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะโตได้ 3.4% 

ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียที่น่าสนใจในการลงทุนคือตลาดหุ้นจีน อินเดียและเกาหลีใต้ ขณะที่ให้มุมมองเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทย มาเลเซียและออสเตรเลีย

ขณะเดียวกันยังแนะนำให้เข้าลงทุนในทองคำ หลังจากที่ราคาปรับตัวลดลงกว่า 6% จากช่วงก่อนหน้า โดยมองโอกาสที่จะเห็นราคากลับไปทดสอบจุดสูงสุดที่ระดับ 1,600 เหรียญ มาจากสาเหตุที่ความตึงเครียดในภูมิภาคต่างๆของโลกยังคงไม่สงบลง โดยเฉพาะสหรัฐฯกับจีนเองที่ยังไม่เห็นแนวโน้มที่จะคลี่คลายลงจะเป็นปัจจัยบวกให้กับราคาทองคำ นอกจากนี้ยังพบว่ากองทุน Hedge Fund ได้เข้ามาเก็บทองคำไว้ในพอร์ตมากขึ้น

โกล์ดแมน แซคส์  ยังได้ปรับเพิ่มมุมมองราคาน้ำมันในปี 2020  โดยปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Brent จาก 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับเพิ่มขึ้นจากจาก 55.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 58.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

นอกจากนี้ยังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์ลงอีก 5 หมื่นบาร์เรลต่อวัน  ซึ่งเป็นผลมาจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก  ที่มีโอกาสฟื้นตัวได้เล็กน้อย  จากการใช้จ่ายของผู้บริโภค  และคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันในปี 63 อยู่ที่ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

บาร์เคลยส์ ธนาคารยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ วิเคราะห์ว่าตลาดหุ้นยุโรปจะมีความน่าสนใจในปี 2563 เนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯในเวลานี้อยู่ในช่วงปลายของวัฐจักรขาขึ้นแล้วและราคาหุ้นหลายบริษัทเห็นสัญญาณว่ามีราคาแพงจนเกินไป

ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปยังปรับตัวขึ้นได้เพียงเล็กน้อยจึงยังมีอัพไซด์ที่จะเติบโตได้ โดยกลุ่มที่น่าสนใจคือผู้ผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์และรถยนต์ ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังไม่น่าลงทุน

ทั้งนี้ สถาบันการเงินระดับโลก ยังมองประเด็นเรื่อง Brexit ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ ยังพร้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงในการลงทุน

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง :12 ข่าวเด่น ตลาดหุ้นไทย ปี 2562 “เทคโอเวอร์” มาแรง

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News