HomeMoney2knowราคาน้ำมันดิบปรับลง หลังอุปทานตะวันออกกลางฟื้น

ราคาน้ำมันดิบปรับลง หลังอุปทานตะวันออกกลางฟื้น

ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับลดลง หลังตลาดจับตาการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ขณะที่การส่งออกน้ำมันตะวันออกกลางฟื้น และสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 30 ก.ย. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้

  • เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 89.38 ดอลลาร์/บาร์เรล -3.22 ดอลลาร์
  • เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 102.59 ดอลลาร์/บาร์เรล -2.69 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากความคาดหวังว่าการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะดำเนินต่อไป ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

- Advertisement -

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า ไม่ได้เสนอเงื่อนไขใดให้อิหร่านเพื่อแลกกับการยุติสงคราม พร้อมปฏิเสธรายงานที่ระบุว่า สหรัฐฯ พร้อมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและปล่อยเงินทุนอิหร่านที่ถูกอายัด เพื่อแลกกับการผ่อนคลายโครงการนิวเคลียร์

ความเห็นดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ช่องทางการเจรจาจะยังเปิดอยู่ แต่ความแตกต่างระหว่างสองฝ่ายยังคงมีอยู่มาก ทำให้ตลาดยังต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 89.38 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 3.22 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 102.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.69 ดอลลาร์

อีกปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันคือ การฟื้นตัวของอุปทานจากตะวันออกกลาง หลังซาอุดีอาระเบียกลับมาส่งออกน้ำมันทางเรือจากท่าเรือยานบูในทะเลแดงอีกครั้ง ภายหลังท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ

ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า การส่งออกน้ำมันดิบจากผู้ผลิตในตะวันออกกลางในเดือน ก.ย. 2569 ฟื้นขึ้นมาอยู่ที่ 16.328 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นช่วงปลายเดือน ก.พ. 2569

การฟื้นตัวดังกล่าวช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลก และลดแรงกดดันจากความกังวลด้านอุปทานที่เคยเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันราคาน้ำมันขึ้นในช่วงก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ หรือ API รายงานว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 ก.ย. 2569 เพิ่มขึ้น 1.02 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล

ตัวเลขสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดเป็นอีกปัจจัยกดดันราคา เนื่องจากสะท้อนว่าอุปทานในตลาดสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง

ภาพรวมตลาดน้ำมันจึงถูกกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งความหวังต่อการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน การฟื้นตัวของการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง และสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News