ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นแรง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุ สหรัฐฯ-ซาอุดีอาระเบียโจมตีกลุ่มติดอาวุธในอิรัก ขณะที่ตลาดจับตาความไม่แน่นอนในฮอร์มุซและทะเลแดง
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 30 ก.ค. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้
- เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 84.46 ดอลลาร์/บาร์เรล +5.20 ดอลลาร์
- เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 90.74 ดอลลาร์/บาร์เรล +6.65 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับตัวสูงขึ้น หลังสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียเปิดฉากโจมตีกลุ่มติดอาวุธในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้กลุ่มที่ก่อเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สามารถสกัดกั้นการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวของอิหร่าน ซึ่งมุ่งเป้าไปยังกองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน อิหร่านเปิดเผยว่า ได้โจมตีเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน อีกทั้งยังปฏิเสธข้อเสนอของโอมานในการร่วมบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสร้างความไม่พอใจต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติม โดยขึ้นบัญชีดำหน่วยงาน 10 แห่ง และเรือบรรทุกน้ำมันอีก 8 ลำ เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านยุติสงคราม
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ซื้อขายเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2569 อยู่ที่ 84.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 5.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 90.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 6.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ตลาดยังจับตาสถานการณ์การเดินเรือในทะเลแดงอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนกำลังพิจารณาเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือพาณิชย์ที่ต้องการสัญจรผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลแดง หลังกลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มดำเนินมาตรการดังกล่าว ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าจีนได้เจรจาโดยตรงกับกลุ่มฮูตี เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันของจีนสามารถแล่นผ่านทะเลแดงตอนใต้ได้โดยไม่ถูกโจมตี
ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ หรือ EIA เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 ก.ค. 2569 ปรับลดลง 7.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 404.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล และถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2561

