HomeMoney2knowชี้ช่องออมเงิน-ลงทุน ผลตอบแทนสูงยุคดอกเบี้ยต่ำ

ชี้ช่องออมเงิน-ลงทุน ผลตอบแทนสูงยุคดอกเบี้ยต่ำ

ใกล้จะหมดปี 2563 กันแล้วและเตรียมพบกับปีใหม่ที่หลายคนหวังว่าบรรยากาศกิจกรรมต่าง ๆ จะกลับมาดีเหมือนเคย แม้ในปี 2564 จะยังคงเจอกับความท้าทายจากการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ แต่ความเชื่อมั่นของคนมีแนวโน้มดีขึ้นมากจากปัจจัยทั้งการจับจ่ายใช้สอยในประเทศดีขึ้น เพราะมีมาตรการภาครัฐ และเริ่มทยอยเปิดประเทศให้ต่างชาติเข้ามาถือว่าเป็นทิศทางที่ดี ทำให้นักเศรษฐศาสตร์หลายท่านต่างเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ต่อปีไว้ เพื่อกดให้ดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารต่ำลงมา หวังลดภาระด้านการเงินแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ในช่วงที่เศรษฐกิจต้องการฟื้นฟู แต่ในขณะเดียวกัน ดอกเบี้ยขาเงินฝาก ก็ยิ่งต่ำลงไปด้วย ทำให้ประชาชนคนไทย และนักลงทุนมักมองหาการ ออมเงิน และ การลงทุน ให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น

มาดูช่องทาง ออมเงิน และ การลงทุน ในยุคดอกเบี้ยต่ำกันบ้างว่า จะมีแนวทางประเภทใดบ้างที่ให้ได้รับผลตอบแทนสูงและคุ้มค่ากันบ้าง?

ประเภทแรกเป็นช่องทาง ออมเงิน เริ่มต้น หลายคนได้เก็บเงินในนี้มาตั้งแต่เด็ก คือ การเก็บออมเงินไว้ในเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป แม้ดอกเบี้ยจะได้น้อยแค่ 0.25% ต่อปีเฉลี่ยจากธนาคารขนาดใหญ่ 5 แห่ง แต่ก็อุ่นใจได้ว่าเงินนั้นไม่หายไปไหนแน่นอน

- Advertisement -

หรือคนยุคดิจิทัลอย่างเรา ๆ มีโมบายแบงก์กิ้งแล้วจะออมเงินผ่านออนไลน์ได้หรือไม่ และจะได้เท่าไร คำตอบที่หามาได้มีอยู่หลากหลายแนวทาง เช่น หากเปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์บนโมบายแบงก์กิ้งธนาคารใหญ่ ๆ จะได้รับดอกเบี้ยต่อปีมากถึง 1.5% หรือบางธนาคารอาจให้ถึง 2% ต่อปี ขึ้นอยู่กับวงเงินและเงื่อนไขตามที่กำหนด

ส่วนอีกช่องทางออมเงินที่ปลอดภัยยอดฮิต คือ เงินฝากประจำ ซึ่งแต่เดิมเงินฝากประเภทนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะมีระยะเวลากำหนด ทั้ง 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน และ 24 เดือน และได้ดอกเบี้ยที่สูง แต่เมื่อยุคดอกเบี้ยต่ำ ช่องทางออมเงินด้วยฝากประจำ อาจลดความสำคัญลง เพราะผลตอบแทนด้านดอกเบี้ยที่ได้เพียง 0.375-0.5% ต่อปีเท่านั้น

ดยในยุคดอกเบี้ยต่ำมีธนาคารของรัฐหลายแห่งได้ออกแคมเปญดึงเงินฝากคนไทยเข้ามาออมเงินและลุ้นรางวัล เพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากขึ้นด้วยสลากออมทรัพย์ ยกตัวอย่าง ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ได้ออกสลากออมทรัพย์ ธอส.รุ่นที่ 4 ชุดเกล็ดดาว เปิดโอกาสลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่าถึง 1 ล้านบาท แค่ซื้อหน่วยละ 5,000 บาท

ขณะที่เจ้าเก่า ขาประจำ อย่างสลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี ของธนาคารออมสิน สามารถซื้อได้เพียงหน่วยละ 20 บาท แต่ต้องซื้อขั้นต่ำ 10 หน่วย 200 บาท จะมีโอกาสลุ้นถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 3 ล้านบาท ยังมีประเภทอื่นที่น่าสนใจ คือ สลากออมสินพิเศษ และพิเศษดิจิทัล 2 ปี หน่วยละ 100 บาท รางวัลที่ 1 มูลค่า 5 ล้านบาท

และมาดูคู่แข่งคนสำคัญของธนาคารออมสิน ก็คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ได้เสนอสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดเกษตรยั่งยืน เพียงหน่วยละ 20 บาทเช่นเดียวกัน แต่ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่าสูงถึง 2 ล้านบาท

แต่หากใครที่รับความเสี่ยงได้ค่อนข้างมากหน่อย อาจลองมองหาการลงทุนที่ทำให้ผลตอบแทนงอกเงยอย่าง การลงทุนผ่านกองทุนรวม ออมหุ้น ออมทอง หรือจะเล่นหุ้นเลยก็ไม่ว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของตลาดเงินตลาดทุนในแต่ละช่วงเวลา หากรับความเสี่ยงสูงได้ก็จัดไป!!

อย่าลืมว่ายังมีอีกหนึ่งการลงทุนที่ประชาชนชาวไทยต่างพึ่งดวงพึ่งโชคในทุก ๆ เดือน เดือนละ 2 ครั้ง คือการลุ้นรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือล็อตเตอรี่ โดยซื้อเพียงใบละ 80 บาท แต่ลุ้นรางวัลที่ 1 ถึง 6 ล้านบาทเลยทีเดียว และยังมีรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นอีกหนทางให้กับคน หวังรวยทางลัด แต่อาจไม่ยั่งยืน ถ้าไม่ขยันทำมาหากิน และเก็บออมเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต

และสมัยนี้อาจบอกไม่ได้ว่า คนจนชอบเล่นหวย คนรวยมักเล่นหุ้น อีกต่อไป เพราะปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นคนจน หรือคนรวย ก็มักจะวัดดวงเสี่ยงโชคกันทุกคน แถมยังช่วยเพิ่มรายได้เข้ารัฐ นำเงินมาใช้จ่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอีกด้วย

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News