Home Money2know Insurance 4 กับดักความคิดเรื่องประกันสุขภาพ

4 กับดักความคิดเรื่องประกันสุขภาพ

ปีนี้เป็นปีที่ทุกคนเห็นความสำคัญของ ประกันสุขภาพ มากขึ้น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นอกจากนี้ ประเทศไทยเราจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ในปีหน้า และค่ารักษาพยาบาลที่นับวันจะยิ่งแพงขึ้นทุกปี ทำให้เราเริ่มตระหนักถึงการวางแผนประกันสุขภาพและการวางแผนทางการเงินมากขึ้น เพื่อเป็นการปิดความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาลที่เป็นก้อนใหญ่

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้วางแผนประกันสุขภาพไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่องจากความคิดที่คลาดเคลื่อน หรือความเข้าใจผิด ส่งผลให้การวางแผนในช่วงเกษียณอายุยังไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งทางผู้เขียนขอแบ่งเป็น 4 กับดักทางความคิดเกี่ยวกับการวางแผนประกันสุขภาพที่เรามักพบอยู่บ่อยๆ นั่นก็คือ

1.ประมาท ไม่ซื้อประกันสุขภาพ หรือซื้อประกันสุขภาพช้าเกินไป อาจคิดว่า ตนเองยังไม่จำเป็นต้องทำประกันสุขภาพ ณ ตอนนี้ เพราะเห็นว่าตนเองยังแข็งแรง ไม่น่าจะเจ็บป่วย หรือเป็นอะไรง่ายๆ แถมประกันสุขภาพยังเป็นเบี้ยทิ้งอีก เอาเงินไปลงทุนทำอย่างอื่นดีกว่า น่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า หากคุณคิดแบบนี้ แสดงว่าคุณสามารถนำเงินไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8% ต่อปี แต่อย่าลืมว่า ค่ารักษาพยาบาลเป็นเงินที่ต้องกันไว้และต้องพร้อมใช้ในกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเราจะเจ็บป่วยหรือไม่สบายเมื่อไร ดังนั้น การลงทุนจึงจำกัดอยู่ในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องอย่างเงินฝากหรือตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำ ไม่ทันกับเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ผลที่ตามมาคือ มีเงินไม่พอที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยอาจจะต้องนำเงินที่เราเก็บสะสมมาทั้งชีวิต จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด จนไม่เหลือเงินเก็บไว้ใช้หลังเกษียณอายุเลยก็เป็นได้

- Advertisement -

2.ซื้อประกันสุขภาพโดยพิจารณาจากค่าเบี้ยประกันเป็นอันดับแรก ซึ่งความจริงแล้ว สิ่งที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรกสำหรับการทำประกันสุขภาพก็คือ ควรจะมีทุนประกันเท่าไรให้ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล และเป็นไปตามที่เราต้องการ หลังจากนั้นจึงค่อยมาดูว่าเบี้ยประกันเป็นเท่าไร ถ้าเบี้ยประกันสูงเกินกว่าความสามารถที่เราจะจ่ายไหว จึงค่อยปรับลดผลประโยชน์บางตัวออกไป ทั้งนี้ ควรทำประกันสุขภาพให้ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายจากการเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่มีค่าใช้จ่ายสูงอย่างโรคมะเร็งด้วย

3.ลืมตรวจสอบแผนประกันสุขภาพที่ตัวเองมี หลายคนอาจคิดว่า แผนประกันสุขภาพที่มีอยู่เพียงพอแล้วเมื่อเทียบกับค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบัน แต่อย่าลืมว่า ในอนาคตค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 8% ซึ่งแผนประกันสุขภาพที่มีอยู่อาจไม่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบัน เราทำประกันสุขภาพที่มีค่าห้องพยาบาลจำนวน 5,000 บาท แต่หากค่าห้องมีอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 8% แสดงว่า ในปีหน้า เราอาจต้องหาแบบประกันที่ครอบคลุมค่าห้องมากกว่า 5,400 บาทนั่นเอง จึงควรหมั่นตรวจสอบ พร้อมทั้งทบทวนกรมธรรม์ของตนเองอยู่เสมอ เพื่อจะได้ปรับเพิ่มความคุ้มครองให้เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบัน

4.ไม่ได้วางแผนประกันสุขภาพหลังเกษียณ ส่วนใหญ่มักเป็นคนที่มีสวัสดิการของบริษัท (ประกันสุขภาพกลุ่ม) อยู่แล้ว จึงอาจละเลยไม่ซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติม ซึ่งปัญหาที่ตามมาคือ หลังเกษียณอายุ สวัสดิการที่บริษัทเคยให้อาจหมดไป จึงต้องหาซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติมเอง แต่โอกาสในการซื้อประกันสุขภาพจะยากขึ้น เนื่องจากอายุมากขึ้น มักมีโรคประจำตัว ทำให้ไม่สามารถทำประกันสุขภาพได้ หรือถ้าทำได้ก็อาจมีการปรับเพิ่มเบี้ยประกัน รวมถึงอาจจำกัดโรคในการคุ้มครองด้วย ดังนั้น จึงควรทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมควบคู่ไปกับสวัสดิการที่เรามีอยู่ และควรเลือกทำประกันสุขภาพที่มีการการันตีต่ออายุ เพื่อเป็นการปิดความเสี่ยงเพิ่มเติมนอกเหนือจากสวัสดิการที่มี และอุ่นใจหากเกษียณอายุ ไม่ว่าคุณจะเคลมเยอะแค่ไหน ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการรับต่ออายุประกันอีกต่อไป

ทั้งนี้ เมื่ออายุมากขึ้น ค่าเบี้ยประกันสุขภาพจะปรับตัวสูงขึ้นตาม หากไม่มีการวางแผนประกันสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ อาจเจอปัญหาคือ ไม่สามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพหลังเกษียณได้ และทำให้ต้องปรับลดหรือทิ้งแผนประกันสุขภาพนั้นไป จึงควรวางแผนประกันสุขภาพตั้งแต่ตอนนี้ โดยต้องทราบว่าหลังเกษียณอายุแล้ว ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ เพื่อให้เพียงพอกับค่าเบี้ยประกันสุขภาพทั้งหมด แล้วจึงวางแผนเก็บเงินหรือลงทุนเพิ่มเติม และสิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้คือ ค่าเบี้ยประกันไม่ควรเกิน 10-15% ของรายได้รวมทั้งปี เพราะเราจะได้มีกำลังจ่ายค่าเบี้ยประกันไปนานๆ โดยไม่กระทบกระเทือนถึงแผนทางการเงินอื่นของเรา

สุดท้ายแล้ว เพียงแค่เรารู้เท่าทันกับดักทางความคิดเกี่ยวกับการวางแผน ประกันสุขภาพ พร้อมเลือกประกันสุขภาพให้เหมาะสมและครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถปิดความเสี่ยง และทำให้การวางแผนการเงินของเราสำเร็จไปอีกหนึ่งก้าวได้

Latest

หุ้นไทย ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในภูมิภาค ปิดบวก 17.84 จุด

หุ้นไทย SET Index บวกต่อ 17.84 จุด หรือ 1.26% มาปิดที่ 1,433.56 จุด นักวิเคราะห์ชี้มาตรการดูแลค่าเงินบาทแบงก์ชาติเป็น ‘ไม้อ่อน’ ต่างชาติไม่กังวล ฟันด์โฟลว์ยังแห่เข้าเก็งกำไรตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 26 พ.ย.63 ว่า...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

ซูบารุ ปรับลดสต๊อก-ร่วมลงทุน อุ้มดีลเลอร์รอดโควิด

นายตวัน คำฤทธิ์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย (Country Manager) บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ของบริษัท 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) ของปี 2563 อยู่ที่ 2,400 คัน โดยคาดว่าทั้งปีนี้จะสามารถปิดตัวเลขยอดขายอยู่ที่ 3,000 คัน ซึ่งลดลงราว 10%...

KKP Research ปรับจีดีพีไทยดีขึ้น จี้รัฐออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง

KKP Research เกียรตินาคินภัทร ได้ปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจไทย(จีดีพี)ดีขึ้นจากเดิมคาดติดลบ 9% เหลือติดลบ 6.7% ในปีนี้ จากแรงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกสองเรื่องหลัก คือ1. การประกาศความสำเร็จของการทดลองวัคซีนโควิด-19 ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ระดับหนึ่ง และ 2. เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ที่ฟื้นตัวดีกว่าที่ประเมินไว้โดยการฟื้นตัวจะมีไปอย่างช้า ๆ ตามการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่ยังไม่กลับมา ทำให้คาดจีดีพีปี 64 จะเติบโตที่...

‘เนสท์เล่’ ทุ่ม 4,500 ล้านบาท ขยายการลงทุน 3 โรงงานในไทยรับดีมานด์พุ่ง

เนสท์เล่ เดินหน้าขยายการลงทุนระยะยาว ทุ่ม 4,500 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิต 3 โรงงาน รับดีมานด์พุ่งและ ทุ่ม 50 ล้านบาท ในระบบดิจิทัล รับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า เนสท์เล่ ใช้เงินลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท ในการขยายกำลังการผลิตใน...

Related News

ประกันสุขภาพ “เหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า” คุ้มครองเริ่มที่บาทแรก เสิร์ฟกลุ่มฟรีแลนซ์

สถานการณ์โควิด-19 คนก็ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพและมองหาแบบประกันที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุมและครบถ้วนมากของผู้ซื้อประกัน ช่วงนี้ คนตกงานเยอะและหันไปถามคนรอบตัวจะมีแต่ชาวฟรีแลนซ์ เต็มไปหมด สภาพเศรษฐกิจอ่อนแอ ก็ต้องยอมรับว่า เป็นกลุ่มเปราะบางเหมือนกันเพราะไม่มีสวัสดิการใดๆรองรับยามเจ็บป่วยซึ่งทางออกที่มีให้เลือกคือ “การแบ่งเงินซื้อประกันสุขภาพ” เพราะจ่ายหลักร้อย คุ้มครองปีต่อปี แต่ขอให้ปีนี้รอด ไม่เป็นอะไรก็ถือว่าโชคดี แต่หากชีวิตเจ็บไข้ได้ป่วย ขึ้นมา ก็สามารถเคลมจากประกันสุขภาพนี้ได้ ใครที่กำลังมองหาประกันสุขภาพ ล่าสุด บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ได้เปิดตัวประกันใหม่ “โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า” เจาะกลุ่มเป้าหมาย คือ...

ประกันชีวิต อายุเท่านี้ ทำประกันแบบไหนดี จึงจะเหมาะกับตัวเองมากที่สุด

ก่อนซื้อประกันควรถามตัวเองก่อนว่าเป้าหมายคืออะไร จึงจะได้ประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ตัวเองได้มากที่สุด

ถึงเวลาจัดพอร์ตประกันชีวิต เมื่อโรคใหม่ๆมาไวเกินคาด

ปัจจุบันคนไทยตื่นตัวกันมากหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 สะท้อนได้จากตอบรับของคนซื้อ ประกันชีวิต โควิด-19 กับบริษัทประกันเป็นจำนวนมาก 

เมืองไทยประกันชีวิต เปิดแผนปี’63 วางกลยุทธจับเทรนด์สุขภาพ

เมืองไทยประกันชีวิต เปิดผลงานปิดสิ้นปี’62 เบี้ยรวมหด เปิดแผนปี’63 ตั้งหลักลุยใหม่ทุกมิติ เน้นโปรดักต์ “คุ้มครองสุขภาพ-การลงทุน “

ซื้อ “ประกันสุขภาพ” ตัวช่วยลดภาระชีวิตเสี่ยง โคโรน่าไวรัส

การทำประกันสุขภาพจะครอบคลุมการรักษาเมื่อเจ็บป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาลอยู่แล้ว ดังนั้นในกรณีเจ็บป่วยโคโรน่าไวรัส ก็สามารถเคลมประกันได้