HomeMoney2knowเงินบาท (25 ม.ค.) เปิดแข็งค่า 32.77 บาท จับตากนง.ขึ้นดอกเบี้ย ส่งสัญญาณต่อไปอย่างไร

เงินบาท (25 ม.ค.) เปิดแข็งค่า 32.77 บาท จับตากนง.ขึ้นดอกเบี้ย ส่งสัญญาณต่อไปอย่างไร

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 25 ม.ค.66 ที่ระดับ 32.77 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.60-32.85 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเผชิญความผันผวนจากปัญหาด้านเทคนิคของระบบในช่วงแรกของการซื้อขาย ทว่า รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนที่ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ล่าสุด อย่าง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการโดย S&P Global ในเดือนมกราคม ก็ปรับตัวขึ้นดีกว่าคาด ส่งผลให้บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น โดยดัชนี Down Jones ปรับตัวขึ้น +0.31% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.07%

ส่วนทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 พลิกกลับมาย่อตัวลง -0.24% กดดันโดยความกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งผู้เล่นในตลาดประเมินว่า มีโอกาสที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยราว +0.50% ในการประชุม 2 ครั้งหน้าได้ ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการในเดือนมกราคมที่ปรับตัวสูงขึ้น ดีกว่าคาด สะท้อนภาพเศรษฐกิจยูโรโซนที่ไม่ได้ซบเซาลงหนัก อย่างที่ผู้เล่นในตลาดเคยกังวล

- Advertisement -

ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ sideways โดยล่าสุด ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับ 102 จุด ทั้งนี้ เงินดอลลาร์ยังคงเผชิญแรงขายทำกำไรในจังหวะการรีบาวด์ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังว่า เฟดอาจชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย หรือ ขึ้นดอกเบี้ยเพียง +0.25% ในการประชุมเฟดสัปดาห์หน้าได้ ตามการชะลอตัวลงของอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ และภาพรวมเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัวลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี แรงขายทำกำไรการรีบาวด์ของเงินดอลลาร์ ที่กดดันให้เงินดอลลาร์ย่อตัวลงบ้าง กอปรกับ การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ก.พ.) สามารถรีบาวด์ขึ้นจากโซนแนวรับ สู่โซนแนวต้านแถว 1,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง ซึ่งเรามองว่า การปรับตัวขึ้นใกล้โซนแนวต้านดังกล่าวของราคาทองคำ อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างทยอยขายทำกำไรการรีบาวด์ของราคาทองคำ ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนช่วยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้ในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา

สำหรับวันนี้ ปัจจัยที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด คือ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. โดยเรามองว่า ระดับอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะยิ่งได้แรงหนุนจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.50% ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตามุมมองของ กนง. ต่อแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินในอนาคตอย่างใกล้ชิด หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนเริ่มประเมินว่า กนง. อาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ยลงได้

ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจของเยอรมนี ผ่านรายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี (IFO Business Climate) ในเดือนมกราคม ซึ่งตลาดคาดว่า ดัชนีดังกล่าวอาจปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 90.2 จุด ตามวิกฤตพลังงานฝั่งยุโรปที่คลี่คลายลง รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจยุโรปก็ไม่ได้ซบเซาหนักอย่างที่ตลาดเคยกังวลก่อนหน้า

นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อาทิ ASML, Boeing, Tesla และ NextEra เป็นต้น ซึ่งหากรายงานผลประกอบการส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด ก็อาจช่วยหนุนให้บรรยากาศในตลาดการเงินพลิกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นได้

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท เรามองว่า แรงขายทำกำไรการรีบาวด์ขึ้นของเงินดอลลาร์ รวมถึงโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ หลังราคาทองคำปรับตัวขึ้นใกล้โซนแนวต้าน คือ ปัจจัยที่ช่วยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่วนในวันนี้ เราประเมินว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนในช่วงที่ธุรกรรมในตลาดการเงินยังคงเบาบางกว่าปกติ เนื่องจากผู้เล่นในหลายตลาดอยู่ในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ดี เรามองว่า เงินบาทจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยมีแนวต้านในช่วงนี้แถว 32.90-33 บาทต่อดอลลาร์ (โซนที่ผู้ส่งออกต่างรอทยอยขายเงินดอลลาร์) ส่วนแนวรับจะยังคงเป็นโซน 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเรายังคงเห็นแรงซื้อเงินดอลลาร์และโฟลว์ขายทำกำไร Short USDTHB

ทั้งนี้ ควรระวังความผันผวนของเงินบาทในช่วงทยอยรับรู้ผลการประชุมของ กนง. เพราะหากท่าทีของ กนง. เริ่มส่งสัญญาณอยากชะลอการขึ้นดอกเบี้ยลงบ้าง หรือ ไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนพร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ก็อาจเป็นปัจจัยกดดันให้เงินบาทผันผวนฝั่งอ่อนค่าลงได้บ้าง และผู้เล่นในตลาดบางส่วนก็อาจขายทำกำไรบอนด์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว หลังบอนด์ยีลด์ได้ปรับตัวลงมาพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา (Sell on Fact)

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News