Home Money2know LiteForex รวมเทคนิคการ วิเคราะห์ราคาทองคำฉบับผู้เริ่มต้น

LiteForex รวมเทคนิคการ วิเคราะห์ราคาทองคำฉบับผู้เริ่มต้น

หัวใจของ LiteForex ในการเทรดสินทรัพย์ให้ได้ผลกำไรนอกจากจะอาศัยปัจจัยพื้นฐานแล้ว ยังต้องดูกราฟเทคนิคอลเป็นส่วนประกอบด้วย โดยเฉพาะการ วิเคราะห์ราคาทองคําพรุ่งนี้ ที่มีส่วนประกอบหลายๆ อย่างให้พิจารณา แต่ถ้าอาศัยด้วยการดูกราฟทางเทคนิค เชื่อได้ว่าจะทำให้มือใหม่ไม่ไขว้เขวได้ เนื่องจากในปัจจุบันสถานการณ์การเงินของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ประเทศมหาอำนาจต่างอาศัยการขยายเพดานหนี้ มีการปั๊มเงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบ มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงจนเท่ากับ 0 และราคาน้ำมันปรับสูง ส่งผลต่อภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นจนกลายเป็น All Time High ถึงกระนั้นยังไม่มีการปรับลดการอัดฉีด QE หรือขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับราคาขึ้น-ลงของทองคำเป็นอย่างมาก จากเดิมที่เคยมองเพียงตัวเลขของอัตราเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียวก็สามารถรู้ได้เลยว่าราคาทองคำจะไปในทิศทางใด
  1. เก็งกำไรจากข่าว วิเคราะห์ราคาทองคําพรุ่งนี้
การเก็งกำไรจากข่าวเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่นักลงทุนมือใหม่เลือกใช้ แต่บอกได้เลยว่าไม่สามารถที่จะใช้ได้เสมอไป เพราะหลายต่อหลายครั้งที่ราคามักจะนำหน้าข่าวก่อนเสมอ ซึ่งทำเอานักลงทุนหน้าใหม่ต่างติดดอยกันเป็นว่าเล่น ล่าสุดข่าวประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายด้านโครงสร้างพื้นฐาน (BIF)เมื่อวันที่ 15 พ.ย.64 มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ในขณะเดียวกันราคาทองคำเองก็ดีดตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วราคาทองคำจะแปรผันตรงกับค่าเงินดอลลาร์ เช่น ค่าเงินดอลลาร์แข็ง ราคาทองคำจะอ่อนตัวลงเป็นต้น แต่ด้วยสถานะที่ผิดปกติในเรื่องของปัญหาเงินเฟ้อที่ยังไม่มีทีท่าจะลดลง จึงทำให้ราคาทองคำยังวิ่งเหนือ 1,800 USD/OZ ได้ ซึ่งราคาทองคำล่าสุดอยู่ที่ 1,854 USD/OZ (17/11/2021) เวลา 8.56 น. ตามเวลาประเทศไทย
  1. รู้จักวัฏจักรของราคา
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าราคาสินทรัพย์ทุกชนิดในโลกของการลงทุนจะมีรอบของมันเสมอ เพียงแต่รอบของสินทรัพย์แต่ละชนิดมีระยะเวลาที่แตกต่างกัน บางสินทรัพย์รอบสั้นขึ้นมาเพียงชั่วครู่แล้วหายไป บางสินทรัพย์รอบยาว มีระยะเวลาในการเก็งกำไรที่ยาวนานกว่า นักลงทุน LiteForex ควรรู้และจับจังหวะในการเก็งกำไรเพื่อกินคำโตๆ ซึ่งวัฏจักรของสินทรัพย์จะมีแบ่งออกเป็น 4 ระยะได้แก่
  • ระยะที่ 1 สะสม หลังจากที่สินทรัพย์ดังกล่าวขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่และปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงระดับของราคาหนึ่งที่ไม่มีใครสนใจหรือไม่มีของให้ขายแล้ว นักลงทุนรายใหญ่หรือสถาบันใหญ่จะทำการเข้าซื้อแบบทยอยซื้อสะสมไปเรื่อยๆ ซึ่งระยะนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนาน ขึ้นอยู่กับว่าสินทรัพย์นั้นมีปริมาณมากหรือน้อยเพียงใด เช่น ราคาทองคำ เมื่อปี 2015-2016 ที่ลงมาต่ำกว่า 1,000 USD/OZ มีการสะสมของนานกว่า 1 ปี

ที่มารูปภาพ : https://th.tradingview.com/ เว็บดูกราฟออนไลน์ฟรี

จากกราฟคือระยะสะสมของราคาและไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่
  • ระยะที่ 2 ขาขึ้น เมื่อสะสมของจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการทำราคาให้เป็นขาขึ้น จุดสังเกตคือ ช่วงระยะสะสมที่ยาวนานจะไม่ทำราคาจุดต่ำสุดใหม่ แต่จะเป็นการเล่นในกรอบแล้วออกข้างหรือที่เรียกว่า Side Way ซึ่งช่วงเก็บของจะทำกรอบ Swing สูงต่ำที่บริเวณ 900-1200 USD/OZ ก่อนที่จะ Break Out ขยับไปเล่นในกรอบราคา 1,200-1,400 USD/OZ ในปี 2017-2020 ช่วงนี้เป็นช่วงเรียกแขกเพื่อให้ทุกคนสนใจว่าราคามีการขยับขึ้นมาจากเดิมแล้ว พร้อมปรับตัวเป็นขาขึ้น
  • ระยะที่ 3 แจกของ เมื่อทำราคาเบรกเหนือราคา Side Way เป็นที่เรียบร้อย จนมั่นใจว่าราคาจะไม่กลับลงไปต่ำกว่าที่เบรกขึ้นมา ต่อไปก็จะทำการแจกของให้กับผู้ที่สนใจหรือไม่ได้เก็บของมาในช่วงต้น ๆ ดังจะเห็นได้จากการไล่ราคาหรือราคามีการปรับตัวสูงขึ้นจนกราฟเริ่มมีความชันมากกว่าเดิม ด้วยการเบรกกรอบราคาเหนือ 1,400 USD/OZ ก่อนวิ่งไปทำนิวไฮใหม่กลางปี 2020 ซึ่งใช้ระยะเวลาที่สั้นมากๆ
  • ระยะที่ 4 ทิ้งตัว เมื่อแจกของจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว ต่อไปเป็นระยะทิ้งตัวหลังจากที่ราคาทองคำสามารถขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้ หากมีของเหลืออยู่ก็จะทยอยปล่อยออกมา จนราคาทิ้งดิ่งเนื่องจากไม่มีคนขึ้นไปรับ แต่ก็จะประคองราคามิให้ต่ำกว่าราคาที่เบรกขึ้นมาเพื่อแจกของ เพื่อให้คนดูว่าราคายังไม่ลงนะ เพราะสามารถที่จะเด้งขึ้นไปได้อีก ซึ่งตรงจุดนี้ควรระมัดระวังให้ดี เพราะไม่อย่างนั้นอาจทำให้ติดดอยที่ยาวนานได้ จุดสังเกตคือทุกครั้งที่รีบาวน์ขึ้นไปนั้นจะไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งนักลงทุนจะต้องใช้เส้นเทรนไลน์ช่วยในการดูกราฟ

ที่มารูปภาพ : https://th.tradingview.com/ เว็บดูกราฟออนไลน์ฟรี

จากกราฟจะเห็นว่าราคาทองคำยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นสูงเพื่อไปทำราคาสูงสุดใหม่ได้ ในขณะที่เส้นเทรนด์ไลน์ยังเป็นทิศทางของขาลงอยู่นั่นเอง
  1. ต้อง action เมื่อราคามาที่แนวรับ-แนวต้าน
การที่จะรู้แนวรับ-แนวต้าน มิใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการ action เมื่อราคามาถึงแนวรับ-แนวต้านนั้นมากกว่า เพราะบ่อยครั้งที่นักลงทุนมือใหม่จะพะวงและเกี่ยงราคาเมื่อราคาทองคำหรือสินทรัพย์นั้นๆ มาถึงแนวรับแล้วไม่กล้าที่เข้าซื้อ หรือเมื่อถึงแนวต้านแล้วไม่กล้าที่จะขาย ส่งผลให้ไม่สามารถทำกำไรหรือรับของตามที่ต้องการได้ การที่จะมั่นใจได้ว่าราคาเมื่อถึงแนวรับแล้วจะไม่หลุดต่ำลงไปอีก นั่นคือการดูพฤติกรรมหรือราคา พร้อมปริมาณการซื้อขายในอดีต หากมีนัยยะที่สำคัญจะทำให้บริเวณนั้นรับอยู่และรีบาวน์หรือเด้งขึ้นไปเพื่อให้ขายทำกำไรได้ ในขณะที่การขายที่แนวต้านบางคนกลัวที่จะขายหมู ทำให้ราคาเมื่อชนแนวต้านแล้วปรับตัวลงแรงจนขายไม่ทัน ราคาวิ่งกลับมาที่เดิมหรืออาจต่ำกว่าราคาทุนที่เข้ารับจนติดดอยได้ ดังนั้นมือใหม่จึงควรตัดสินใจให้เร็วและอย่ากลัวที่จะขายหมู
  1. ลงทุนตามแนวโน้ม
แม้ในตลาดฟิวเจอร์ราคาทองคำสามารถที่จะทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลงก็ตามที แต่โดยส่วนใหญ่แล้วการที่นักลงทุนจะทำกำไรก้อนโตได้นั้น ควรลงทุนตามเทรนด์จะเป็นการดีที่สุด ห้ามสวนเทรนด์ เพราะการสวนเทรนด์จะทำให้ขาดทุนได้ง่ายกว่านั่นเอง
  1. ใช้เครื่องมือเท่าที่จำเป็น
ในกราฟเทคนิคจะมีเครื่องมือให้นักลงทุนเลือกใช้งานที่หลากหลาย นักลงทุนควรฝึกฝนและเลือกใช้เครื่องมือที่จำเป็นเท่านั้น อย่าใช้เยอะจนสับสนในเรื่องของสัญญาณซื้อ-สัญญาณขาย เพราะเครื่องมือแต่ละแบบได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น RSI เมื่อราคาเข้าเขต Over Sold แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นสัญญาณในการเข้าซื้อ เพราะราคายังปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องได้อีก ในขณะที่อีกสัญญาณหนึ่งสั่งให้ซื้อ เพราะมีการปรับตัวขึ้น แต่เป็นการปรับตัวเพื่อลงต่อนั่นเอง
  1. รูปจักรูปแบบกราฟราคา
Price Pattern คือ รูปแบบของราคาที่เกิดจากการเรียงตัวของแท่งเทียนที่ทำรูปแบบที่แตกต่างกันไป นักลงทุนควรทำความรู้จักและศึกษาให้ดีเพราะสามารถที่จะช่วยให้นักลงทุนอยู่รอดและทำกำไรได้อย่างไม่ยากเย็น โดยเฉพาะรูปแบบพื้นฐานอย่าง Double Top, Double Bottom, รูปแบบสามเหลี่ยมต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนมือใหม่สามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดและอารมณ์ของตนเองได้ เพราะรูปแบบของราคาดังกล่าวจะแสดงถึงพฤติกรรมของคนในตลาดได้เป็นอย่างดี
  1. รู้จักวางแผน
นอกเหนือจากการฟทางเทคนิคและวิธีการซื้อ-ขายแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ นักลงทุนควรรู้จักวางแผน วิเคราะห์ราคาทองคําพรุ่งนี้ ให้ดี หากราคาไปถึงตามเป้าหมายที่ต้องการแล้วจะแบ่งขายหรือขายหมด หรือหากราคาตกลงต่ำกว่า 5% จะตัดขาดทุน หรือ 10% จะตัดขาดทุน มิใช่ปล่อยให้พอตติดลบจนยากเกินจะเยียวยาได้ อย่าลืมว่าการที่คุณเข้ามาลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์หรือตลาดทองคำนั้นเพื่อหวังผลกำไรและรักษาเงินต้นให้คงอยู่ มิใช่เข้ามาเพื่อแจกเงินและออกตลาดไป
สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่การเรียนรู้กราฟเทคนิคมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะกราฟไม่เคยหลอกใคร มีแต่จิตใจของนักลงทุนเท่านั้นที่หลอกตนเอง โดยเฉพาะความคิดเข้าข้างตนเองโดยปราศจากการดูกราฟ เพราะต่อให้คุณมีความรู้ในเรื่องของปัจจัยพื้นฐานดีแค่ไหน หากราคาไม่เป็นไปตามปัจจัยที่กล่าวมา ก็อาจส่งผลให้พอร์ตเกิดความเสียหายได้เช่นกัน การเรียนรู้และศึกษากราฟเทคนิคจาก LiteForex จึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากช่วยให้สามารถหาจุดเข้าซื้อและจุดขายได้แล้ว ยังช่วยป้องกันความคิดของนักลงทุนได้เป็นอย่างดี
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News