HomeMoney2knowราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลังอิหร่านย้ำไม่ยอมแรงกดดันสหรัฐฯ

ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลังอิหร่านย้ำไม่ยอมแรงกดดันสหรัฐฯ

ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังผู้นำอิหร่านยืนยันไม่ยอมแรงกดดันจากสหรัฐฯ แม้ยังเปิดทางเจรจา ขณะที่ตลาดยังจับตาความเสี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 24 ก.ย. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้

  • เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 93.16 ดอลลาร์/บาร์เรล +1.64 ดอลลาร์
  • เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 103.08 ดอลลาร์/บาร์เรล +3.83 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน กล่าวระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA ว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันของสหรัฐฯ แต่ยังพร้อมเปิดช่องทางการเจรจาเพื่อหาทางออกของความขัดแย้ง

- Advertisement -

อย่างไรก็ตาม การหารือเพื่อยุติความขัดแย้งยังมีความเห็นต่างในหลายประเด็น โดยเฉพาะเงื่อนไขเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการยกเลิกมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ ทำให้ตลาดยังคงกังวลต่อความเสี่ยงที่การส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงัก

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 93.16 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.64 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 103.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.83 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม อุปทานน้ำมันบางส่วนเริ่มทยอยฟื้นตัว หลังซาอุดีอาระเบียกลับมาเปิดใช้งานท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline บางส่วน ซึ่งช่วยลำเลียงน้ำมันจากฝั่งอ่าวอาหรับไปยังชายฝั่งทะเลแดง และเปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียสามารถส่งออกน้ำมันไปยังตลาดโลกโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะเดียวกัน อิรักยังคงส่งออกน้ำมันมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแผนเพิ่มการส่งออกไปยังตุรกีมากกว่า 600,000 บาร์เรลต่อวัน ช่วยเพิ่มทางเลือกด้านอุปทานให้ตลาด และอาจจำกัดแรงหนุนต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น

อีกด้านหนึ่ง สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ หรือ EIA รายงานว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 18 ก.ย. 2569 เพิ่มขึ้น 2.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 426.4 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.7 ล้านบาร์เรล

ตัวเลขสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันบางส่วน สะท้อนว่าตลาดยังเผชิญแรงดึงสองด้าน ระหว่างความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกับอุปทานที่เริ่มฟื้นตัวจากซาอุดีอาระเบียและอิรัก

ภาพรวมตลาดจึงยังต้องจับตาท่าทีของสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความคืบหน้าของการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางอุปทานและราคาน้ำมันโลกในระยะต่อไป

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News