ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 หลังสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ ขณะที่น้ำมันอิหร่านราว 41 ล้านบาร์เรลยังติดอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 24 ส.ค. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้
- เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 87.06 ดอลลาร์/บาร์เรล +0.23 ดอลลาร์
- เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 94.39 ดอลลาร์/บาร์เรล +0.61 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสได้รับแรงหนุน หลังนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ เตรียมประกาศรายละเอียดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. 2569
ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่เรียกแผนคว่ำบาตรครั้งนี้ว่า “Economic D-Day” โดยมาตรการจะมุ่งเป้าไปที่อิหร่าน และอาจขยายผลไปถึงประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับอิหร่าน รวมถึงจีน ซึ่งถือเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ซื้อขายเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 87.06 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.23 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 94.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.61 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ด้าน Kpler เปิดเผยว่า น้ำมันดิบของอิหร่านที่อยู่บนเรือราว 41 ล้านบาร์เรล ยังไม่สามารถออกจากบริเวณช่องแคบฮอร์มุซได้ ส่งผลให้การส่งมอบน้ำมันดิบของอิหร่านไปยังผู้ซื้อในจีนมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนผลกระทบจากการกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.ค. 2569 ซึ่งคาดว่ากำลังส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออกน้ำมันของอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน Baker Hughes รายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 ส.ค. 2569 ปรับลดลง 3 แท่นจากสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ 452 แท่น ขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติลดลง 1 แท่น มาอยู่ที่ 127 แท่น
ภาพรวมตลาดน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ช่องแคบฮอร์มุซ และความไม่แน่นอนของการส่งออกน้ำมันดิบในภูมิภาค

